วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กองหุ้น-อสังหาครึ่งหลังฮิต 'กรุงไทย-กสิกร'เตรียมขาย

"บลจ.กรุงไทย-กสิกรไทย" เตรียมออกกองทุนหุ้น-อสังหาฯ ชูผลตอบแทนดีในภาวะดอกเบี้ยต่ำและผลเบร็กซิทเป็นจังหวะดีต่อตลาดเอเชีย

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการ บลจ. กรุงไทย เปิดเผยว่า ในช่วงครึ่งปีแรกนี้สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ของบริษัทอยู่ที่ 703,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% ใกล้เคียงกับเป้าหมายที่วางไว้ทั้งปีที่ 714,000 ล้านบาท มาจากกองทุนตราสารหนี้เป็นหลัก ช่วงที่ผ่านมากองทุนตราสารหนี้เติบโตประมาณ 100% มีมูลค่าถึง 23,000 ล้านบาท โดยครึ่งปีหลังบริษัท ยังคงให้น้ำหนักกองทุนตราสารหนี้ทั้งระยะสั้น กลางและยาวเช่นเดิม เพื่อรักษาการเติบโตอย่างเนื่อง พร้อมกับผลักดันกองทุนตราสารทุนและกองทุนอสังหาฯ เป็นทางเลือกใหม่ที่สามารถสร้างผลตอบแทนให้กับนักลงทุนได้ในระดับต่อเนื่อง รวมถึงการออกกองทุนประเภทใหม่เพิ่มเติม

“บริษัทยังคงเป้าหมายในการผลักดันสินทรัพย์นี้บริษัทจะเน้นนโยบายขยายฐานลูกค้ารายย่อย พร้อมกับมีแผนออกกองทุนใหม่ๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยคำนึงถึงความเหมาะสมเพื่อสร้างโอกาสในการรับผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน ขณะที่ผลจาก Brexit ในช่วงครึ่งปีหลังยังติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดอีก 1-2 เดือน แม้ว่าขณะนี้ยังไม่มีผลกระทบกับไทยโดยตรง แต่ปัจจัยภายนอกยังผันผวน ก็อาจส่งผลกระทบได้เช่นกัน”

ล่าสุดบริษัทเตรียมออก 2 กองทุนใหม่ในช่วงครึ่งปีหลัง มูลค่ากองทุนประมาณ 2,000 ล้านบาท เป็นกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ประเภทฟันด์ออฟพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์ มูลค่าประมาณ 1,000 ล้านบาท ในสัปดาห์หน้าวางเป้าหมายการลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนไม่ต่ำกว่า 5% เน้นลงทุนในสินทรัพย์ประเภทกองทุนรีท กองทุนอินฟราทรัคเจอร์ฟันด์ และหุ้นอสังหาริมทรัพย์ ที่อยู่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในอนาคตหากก.ล.ต. เห็นชอบการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทจัดตั้งกองทุนได้ บริษัทก็จะพิจารณานำสินทรัพย์ดังกล่าวเข้ามาอยู่ในพอร์ตนี้ได้

ส่วนอีกกองเป็นกองทุนหุ้นในประเทศเพื่อนบ้าน มูลค่าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท เน้นลงทุนในหลักทรัพย์ที่มีการเติบโตสอดคล้องกับอุตสาหกรรมของประเทศในกลุ่ม CLMV รวมถึงหลักทรัพย์ของไทยที่มีธุรกิจอยู่ในกลุ่มประเทศดังกล่าวด้วยในเบื้องต้นมีมากกว่า 50% ของบริษัทที่เข้าไปลงทุน

ขณะนี้ฝ่ายลงทุนอยู่ระหว่างทำการศึกษาข้อมูลทั้งในเรื่องกลุ่มหลักทรัพย์ที่ลงทุนและกฎเกณฑ์เงื่อนไขของแต่ละประเทศ คาดว่า จะเสนอขายกองทุนดังกล่าวให้กับนักลงทุนได้ก่อนครึ่งหลังของปีนี้ ในหลักทรัพย์ไทยที่มีธุรกิจในกลุ่มประเทศดังกล่าว เชื่อว่าจะสามารถทำกำไรให้กับกองทุนได้ดี แล้วจึงขยายลงไปในหลักทรัพย์อื่นของแต่ละประเทศนั้นๆ เพิ่มเติมคาดว่ากองทุนนี้จะสามารถเสนอขายได้หลังจากออกกองทุนอสังหาริมทรัพย์ประเภทฟันด์ออฟพร็อพเพอร์ตี้ฟันด์

“ทั้งสองกองทุนนี้จะทางเลือกใหม่ให้กับนักลงทุนด้วยผลตอบแทนที่ดีกว่าในภาวะผลจาก Brexit ยังทำให้ตลาดฝั่งยุโรปผันผวนและภาวะดอกเบี้ยต่ำทั้งปี คาดว่าเฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้ ”นางชวินดา กล่าว

นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการบลจ.กสิกรไทย เปิดเผยว่า ในระหว่างวันที่ 11-15 ก.ค. 2559 บริษัทเตรียมเสนอขายกองทุนเปิดเค มินิมั่ม โวลาติลิตี้ หุ้นทุน (K-MVEQ) โดยกองทุนมีนโยบายลงทุนในหุ้นไทยที่เป็นส่วนประกอบของดัชนี SET 100 โดยใช้การวิเคราะห์เชิงปริมาณ และสร้างพอร์ตการลงทุนโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ที่พัฒนาขึ้นโดยกสิกรไทย เพื่อมุ่งหวังให้ความผันผวนของผลตอบแทนของพอร์ตการลงทุนโดยรวมอยู่ในระดับต่ำที่สุด

สำหรับเป้าหมายดัชนี ณ สิ้นปี 2559 คาดว่าอยู่ที่ระดับ 1,450-1,500 จุด โดยตลาดหุ้นไทยในไตรมาสรกปรับตัวขึ้นกว่า 9% นำประเทศอื่นๆ ในภูมิภาค ด้วยแรงหนุนของเม็ดเงินลงทุนต่างชาติที่ไหลกลับมาลงทุนในภูมิภาคเอเชีย ขณะที่จีดีพีไตรมาสแรกขยายตัว 3.2% จากปีก่อนหน้า เนื่องจากมีแรงหนุนจากการท่องเที่ยวและการใช้จ่ายภาครัฐ

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามได้แก่หนี้ครัวเรือน หนี้เสียในระบบธนาคารพาณิชย์ การส่งออกที่ชะลอลง รวมถึงการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐและผลกระทบภายหลังเหตุการณ์ Brexit รวมถึงการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน