ศูนย์วิจัยทองคำ มองทองขาขึ้น ลุ้นครึ่งปีหลังวิ่งแตะ 24,000 บาทต่อบาททองคำ หลังเบร็กซิทยังมีความไม่แน่นอน คาดเฟดเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยเป็นปีหน้า
ความเคลื่อนไหวราคาทองคำในประเทศวานนี้ (6 ก.ค.) เพิ่มขึ้นแตะ 1,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งสูงสุดรอบ 2 ปี ขณะที่ราคาในประเทศช่วงเช้าเพิ่มขึ้น 450 บาท แตะ 22,800 บาทต่อบาททองคำ ซึ่งสูงสุดรอบกว่า 3 ปี
นายพิบูลย์ฤทธิ์ วิริยะผล ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ กล่าวว่า 3-4 เดือนต่อจากนี้ ราคายังเป็นขาขึ้นต่อเนื่อง ปัจจัยหนุนสำคัญมาจากเบร็กซิท ซึ่งยังคลุมเครือเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา ทั้งเรื่องนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นโยบายต่างๆ ที่จะตามออกมา รวมถึงโอกาสที่ประเทศอื่นๆ จะพิจารณาลงความเห็นว่าจะตัดสินใจออกจากยูโรโซนหรือไม่
ความไม่แน่นอนดังกล่าว ส่งผลให้นักวิเคราะห์ มองว่า เฟดอาจไม่ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ และลากยาวไปถึงปีหน้า จากเดิมจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งครึ่งหลังปีนี้ หากเลื่อนขึ้นดอกเบี้ยจริง และมีความไม่ชัดเจนต่อเนื่อง ทองคำมีโอกาสวิ่งขึ้น 1,600 ดอลลาร์ต่อออนซ์ได้
“หากเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ หนุนราคาในประเทศวิ่งแตะ 24,000 บาทต่อบาททองคำ โดยผู้ค้าทองคำคาดมีโอกาสแตะ 25,000 บาทต่อบาททองคำ ขณะที่ทองโลกมีโอกาสแตะ 1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์"
หากลงทุนจึงไม่ควรรีบซื้อไล่ราคา เพราะปัจจุบันราคาผันผวนตามปัจจัยพื้นฐานเศรษฐกิจ หากเบร็กซิทชัดเจนมากขึ้น ราคาอาจลดลงแรงได้ จึงควรทยอยเข้าสะสมหากราคาต่ำกว่า 22,000 บาทต่อบาทคำ แต่จะไม่ลงต่ำกว่า 20,000 บาทต่อบาททองคำ บนสมมติฐานค่าเงินบาทที่ 35-36 บาทต่อดอลลาร์ ขณะที่ทองคำโลกวิ่งอยู่ในกรอบ 1,200-1,500 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นทองคำเดือน ก.ค. เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้า 7.77 จุด หรือ 12.83% แตะ 68.34 จุด เพิ่มขึ้นติดต่อกัน 3 เดือน ปัจจัยหนุนคือเงินบาทยังอ่อนค่า และแรงซื้อเก็งกำไรต่อเนื่อง
ศูนย์วิจัยทองคำจัดทำแบบสำรวจครึ่งปีหลัง จากผู้ประกอบการทองคำ 6 ราย พบว่า ราคาตลาดโลกเฉลี่ยอยู่ที่ 1,314 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ค่าเฉลี่ยสูงสุด 1,498 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ค่าเฉลี่ยต่ำสุด 1,183 ดอลลาร์ต่อออนซ์ กรอบเงินบาท ค่าเฉลี่ย 35.38 บาทต่อดอลลาร์ ค่าเฉลี่ยสูงสุด 36.45 บาทต่อดอลลาร์ ค่าเฉลี่ยต่ำสุด
34.32 บาทต่อดอลลาร์ ส่วนทองคำในประเทศเฉลี่ยอยู่ที่ 22,313 บาทต่อบาททองคำ ค่าเฉลี่ยสูงสุด 24,242 บาทต่อบาททองคำ ค่าเฉลี่ยต่ำสุด 20,383 บาท
ต่อบาททองคำ









