ตลาดหุ้นไทยฟื้น กดธุรกรรมขายชอร์ตวูบเกือบหมื่นล้าน ชี้หุ้นพลังงานร้อนขายชอร์ตมากสุด นักวิเคราะห์ประเมินเกิดจากภาวะตลาดหุ้นไร้ปัจจัย "บวก-ลบ"
ภาวะตลาดหุ้นไทยเริ่มมีทิศทางสดใสสะท้อนจากธุรกรรมขายชอร์ต โดยตลาดหลักทรัพย์รายงานมูลค่าธุรกรรมขายชอร์ตหุ้น 10 อันดับแรกไตรมาส 2 มูลค่ารวม 38,403 ล้านบาท ลดลงจากไตรมาส 1 ที่ 48,088 ล้านบาทโดยมีการขายชอร์ตมากสุดในกลุ่มพลังงาน นำโดยบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียมมีมูลค่าขายชอร์ต 8,388 ล้านบาทหรือ10.22% และ บริษัท ปตท. มูลค่าขายชอร์ต 6,287 ล้านบาท หรือ 6.16% และลำดับที่ 3 คือบริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิสมูลค่า 5,838 ล้านบาทหรือ 4.69%
นายจรณเวท ศักดิ์ศรี ผู้อำนวยการฝ่ายแนะนำการลงทุน บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด กล่าวว่า ธุรกรรมขายชอร์ตลดลงเกิดจากภาวะตลาดหุ้นที่ยังไม่มีปัจจัยลบหรือปัจจัยบวกที่ชัดเจนนักลงทุนจึงไม่ได้ทำธุรกรรมเพื่อกระจายความเสี่ยง
“ตลาดหุ้นไทยข้างแข็งแกร่งแม้มีข่าวร้ายเข้ามากระทบเช่นเบร็กซิทแม้ส่งผลต่อตลาดหุ้นมาก แต่หุ้นปรับตัวลดลงระยะสั้นๆ ก่อนฟื้นตัวได้ดีและเป็นช่วงสิ้นสุดซีรีส์ของบางสัญญาจึงมีผลให้ขายชอร์ตลดลง”
ดังนั้น ทิศทางธุรกรรมขายชอร์ตครึ่งปีหลังอาจไม่คึกคักเท่ากับครึ่งปีแรก เพราะยังไม่มีปัจจัยใดเข้ามากระทบตลาดหุ้นโดยตรงส่วนปัจจัยภายในประเทศที่ต้องติดตาม คือ การทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ที่อาจทำให้เกิดความผันผวนระยะสั้น ส่วนปัจจัยต่างประเทศยังมีปัจจยเบร็กซิทที่กระทบสหรัฐให้เลื่อนขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย
สำหรับคำแนะนำนักลงทุนในตลาดซื้อขายสัญญาล่วงหน้าควรเลือกซื้อขายตามกรอบทางเทคนิค เพราะทิศทางของตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังยังไม่ฟื้นตัวโดดเด่น
นายชัยยศ จิวางกูร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บล.โกลเบล็ก กล่าวว่า ธุรกรรมขายชอร์ตที่ปรับตัวลดลงส่วนใหญ่เกิดขึ้นในกลุ่มพลังงาน หลังราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นนักลงทุน จึงเลือกเว้นการทำธุรกรรม รวมถึงดอกเบี้ยต่ำมากทำให้นักลงทุนนำเงินไปลงทุนในหุ้นแทน เพราะได้รับผลตอบแทนที่ดีกว่า
“ครึ่งปีหลังทิศทางขายชอร์ตยังลดลงต่อเนื่อง เพราะตลาดหุ้นไทยยังสดใส ซึ่งการจะทำธุรกรรมขายชอร์ตได้ผลต้องทำช่วงหุ้นมีทิศทางปรับตัวลดลงชัดเจน”









