วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

ขึ้นต่อเล็กน้อย

ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ขึ้นต่อเล็กน้อย

ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดจะขึ้นต่อเล็กน้อย ด้วยปัจจัยสนับสนุนจากการไหลเข้าของเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่วานนี้ซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยต่ออีก 3,404 ล้านบาท นอกจากนี้อาจมีแรงเก็งกำไรในหุ้นกลุ่มรับเหมาเพิ่มเติมจากประเด็นการเปิดขายซองรถไฟฟ้าสายสีส้มในเดือนนี้

แนวรับ/แนวต้าน : 1440/1460 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ท่องเที่ยว รับเหมา

หุ้นแนะนำ

KCE (105) : เรามองว่าแนวโน้มค่าเงินยูโรอ่อนจะมีผลกระทบจำกัดต่อ KCE จากการศึกษาของเราพบว่า Correlation ระหว่างค่าเงินบาทต่อยูโรและอัตรากำไรขั้นต้นของ KCE ในช่วง 41 ไตรมาสย้อนหลังอยู่ที่ -0.29 ซึ่งสะท้อนว่าทิศทางค่าเงินยูโรไม่ได้เป็นปัจจัยเดียวที่จะชีวัดทิศทางการดำเนินงานของผลประกอบการได้ เราจึงแนะนำซื้อสะสมเมื่ออ่อนตัว จากแนวโน้มอุตสาหกรรมแผงวงจรไฟฟ้าในรถยนต์ที่สดใส

GCAP (3.50) : ได้รับผลประโยชน์จากมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร ไม่ว่าจะเป็นโครงการสนับสนุนเงินทุนด้านการผลิต โครงการพักชำระหนี้เงินต้น และโครงการประกันภัยนาข้าว ทั้งนี้ GCAP มี market share สินเชื่อรถเกี่ยวข้าวสูงสุดในประเทศ อีกทั้งคาดผลประกอบการในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าช่วงต้นปีจากการเข้าสู่ช่วง high season ซึ่งเป็นฤดูเกี่ยวข้าว การเปลี่ยนจาก el nino เป็น la nina ทำให้เอื้อต่อการทำเกษตรกรรม และธุรกิจนาโนไฟแนนซ์ที่เติบโตขึ้นเรื่อยๆ

SCC (630): เราคาดว่าผลประกอบการ Q259 จะมีแนวโน้มที่ดีต่อเนื่องจาก 1Q59 จากสเปรดธุรกิจปิโตรเคมียังอยู่ในระดับสูงและมากกว่าที่ตลาดคาด อีกทั้งในช่วง 2Q59 ยังได้รับแรงหนุนจากเงินปันผลรับโดยเฉพาะจากโตโยต้าและส่วนแบ่งกำไรโดยเฉพาะจากคูโบต้าเข้ามาเสริม

CK (35.50) : คาดกำไร 2Q59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ ททท.ปรับเป้ารายได้ท่องเที่ยวปี 2560 เพิ่มขึ้นกว่า 3 แสนล้าน เป็น 2.89 ล้านล้าน หวังช่วยพยุงการฟื้นตัวเศรษฐกิจปีหน้า รุกหนักตลาดในประเทศ ดันรายได้แตะ 1 ล้านล้านครั้งแรก กระจายความเสี่ยงตลาดต่างประเทศผันผวน

+ บีโอไอปลื้มคำขอลงทุนครึ่งปีแรกกว่า 3 แสนล้านบาท มั่นใจทั้งปีได้ตามเป้า 4.5 แสนล. แจงปัจจัยหลักมาจากการโรดโชว์ต่างประเทศ และสิทธิประโยชน์ของรัฐ ส.อ.ท. แนะรัฐเร่งแก้ปัญหาคำนวณภาษีระหว่างบีโอไอ-สรรพากร ห่วงกระทบความเชื่อมั่นลงทุน

- “บัวแก้ว” เตือนผู้ส่งออกสินค้าประมง-น้ำตาล คุมเข้มใช้แรงงาน หลังสหรัฐบังคับใช้กฎหมายคัสตอม บิลล ระงับส่งออกรายบริษัทใช้แรงงานทาส เผยจีนโดนแล้ว 4 ราย “หอการค้าไทย” ชี้ เทียร์ 2 ช่วยดันส่งออกประมง ครึ่งปีหลัง แนะรัฐเดินหน้าดูแลแรงงานอย่างต่อเนื่อง

- พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว.พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) เปิดเผยว่า ปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากเศรษฐกิจซบส่งผลกระทบความสามารถขอสินเชื่อจากสถาบันการเงิน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย เห็นได้จากยอดปฏิเสธสินเชื่อเฉลี่ย 30-40% ทำให้การเคหะแห่งชาติ (กคช.) หน่วยงานรัฐซึ่งสร้างที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อย ต้องใช้วิธีเช่าซื้อยาว 2 ปี ก่อนจะผ่อนกู้จริงกับสถาบันการเงิน

- ขสมก.แจงจัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้านำร่อง 20 คัน สนองนโยบายนายกรัฐมนตรี เปิดให้บริการไม่ทัน 1 พ.ย.นี้ หลังบอร์ดสั่งเดินหน้าประกวดราคาในรูปแบบอี-ออคชั่น คาด ก.พ. 60 ได้ใช้บริการ

- ศุลกากรหืดจับ รับปีงบประมาณ 59 รีดรายได้หลุดเป้าหมาย 6 พันล้านบาท พร้อมเร่งวางแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพจัดเก็บเร่งด่วน คลังยันชง ครม.ต่ออายุยืดภาษีแวด 7%

ปัจจัยต่างประเทศ

   ตลาดหุ้นสหรัฐ, ตลาดน้ำมันนิวยอร์คปิดทำการวันจันทร์ที่ 4 ก.ค. เนื่องในวันชาติสหรัฐ

+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 6 ขณะที่ตลาดคลายความวิตกเกี่ยวกับการลงมติออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ แต่ปริมาณการซื้อขายเบาบางมาก เนื่องจากเป็นวันหยุดของสหรัฐเนื่องในวันชาติ ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดบวก 93.32 จุดหรือ 0.60% มาที่ 15,775.80 เป็นสถิติการปรับตัวขึ้นติดต่อกันนานที่สุดนับตั้งแต่เดือน พ.ย. โดยมีการซื้อขายหุ้นเพียง 1.58 พันล้านหุ้นซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนธ.ค.

- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดร่วงลงในวันจันทร์ หลังจากขึ้นไปแตะจุดสูงสุดรอบ 10 เดือนในระหว่างวัน โดยดัชนีได้รับแรงกดดันจากการดิ่งลงของหุ้นกลุ่มอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้างบ้าน ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วงลง 55.57 จุด หรือ 0.84 % สู่ 6,522.26 หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 6,514.81-6,612.13 โดยจุดสูงสุดของวันจันทร์ถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือนส.ค. 2015