วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ไอโซบาร์’โหม‘แบรนด์คอมเมิร์ซ’

จำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่สัดส่วน 56% ของประชากรไทย ส่งผลให้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซโตต่อเนื่อง ล่าสุดตัวเลขนักช้อป ออนไลน์อยู่ที่ 23 ล้านคน

การเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนของยุคอนาล็อกสู่ดิจิทัล จากการเข้าถึงอินเทอร์เน็ตผ่านมือถือของคนในต่างจังหวัด และการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัล อีโคโนมีของภาครัฐ จะช่วยผลักดันให้สังคมไทยก้าวสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็วและเกิดขึ้นพร้อมกันทั่วประเทศ นับเป็นแรงกระตุ้นที่ทำให้ “แบรนด์”ต้องเร่งปรับตัวรับมือการเปลี่ยนแปลง เพื่อช่วงชิงโอกาสเติบโตผ่านแพลตฟอรมดิจิทัลในยุคนี้

อดิศักดิ์ อมรฉัตร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไอโซบาร์ ประเทศไทย จำกัด ผู้ให้บริการสื่อออนไลน์และดิจิทัลครบวงจร ในเครือข่ายเดนท์สุ อีจิส กล่าวว่าท่ามกลางการแข่งขันสูงของ “สินค้าและแบรนด์”ที่ต้องก้าวสู่แพลตฟอร์มดิจิทัลช่องทางการเข้าถึงผู้บริโภคในยุคนี้ “ดิจิทัล เอเยนซี” มีบทบาทสำคัญในฐานะพันธมิตร “คู่คิด” ตอบโจทย์การทำงานให้ลูกค้าเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมาย ทั้งการวางกลยุทธ์สื่อสารและผลลัพธ์ด้านการขาย

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีและพฤติกรรมที่ซับซ้อนของผู้บริโภคยุคนี้ การทำงานของไอโซบาร์ จึงไม่ได้วางตัวเป็นเพียง “เอเยนซี” ที่รับโจทย์จากลูกค้าแล้วมาวางแผนการทำงานดิจิทัลแบบสนุกหวือหวา เรียกยอดไลน์ แชร์ หรือจำนวนผู้ติดตามในสื่อโซเชียล

แต่เป็นการรับโจทย์มาวิเคราะห์ที่ “รากของปัญหา” เพื่อพัฒนาช่องทางการสื่อสารและคอนเทนท์ที่สร้างประสบการณ์ใหม่ รวมทั้งแนวทางการพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ ด้วยผลลัพธ์สุดท้าย...ขายของ!!

ภายปรัญชาการทำงาน “ Invent Make Change”

 

สื่อสาร‘แบรนด์คอมเมิร์ซ’

จุดเริ่มต้นของไอโซบาร์ ประเทศไทย กว่า 10ปีก่อน ช่วงเริ่มต้นของดิจิทัล เอเยนซี ที่เติบโตจากเทคโนโลยี จึงมุ่งนำเทคโนโลยีมาผสมผสานเป็นส่วนหนึ่งของผู้บริโภค โดยศึกษาจาก“ดาต้า”และเทรนด์ตลาดในอนาคต จากนั้นสร้างสรรค์และพัฒนาธุรกิจร่วมกับพื้นฐานการทำตลาดเดิมภายใต้ 4P โดยมี “คน”เป็นปัจจัยหลักในการขับเคลื่อน

การทำงานให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ “การนำใช้เทคโนโลยีมาเชื่อมโยงประสบการณ์ผู้บริโภคเพื่อนำไปสู่การขายสินค้า” ที่เรียกว่า Brand Commerce ตอบโจทย์การเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซอย่างก้าวกระโดดในประเทศไทยและการเคลื่อนตัวของโลกธุรกิจที่ไปในทิศทางอีคอมเมิร์ซเช่นกัน

วันนี้ธุรกิจอีคอมเมิร์ซไทยยังโฟกัสไปที่ “ดีลพิเศษ” มุ่งสงคราราคาเป็นหลัก ซึ่งแบรนด์ไม่ได้ประโยชน์มากนัก เห็นได้จากกรณีล่าสุดการปิดตัวของเอ็นโซโก้ในไทย

“โลกดิจิทัลวันนี้เปลี่ยนเร็วมาก สิ่งที่เราเคยประสบความสำเร็จและเวิร์คในช่วงเวลาหนึ่ง อาจไม่เวิร์คอีกต่อไป จากเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนแปลงเร็ว เป็นสิ่งที่แบรนด์ต้องปรับตัวให้ทัน”

ในยุคอีคอมเมิร์ซที่มีทางเลือกซื้อสินค้าหลากหลาย แต่ผู้บริโภคก็ยังให้ความสำคัญกับ “แบรนด์” แต่รูปแบบการ “สร้างแบรนด์”ในยุคนี้เปลี่ยนไป จากยุคเดิมที่ต้องใช้เวลาสร้างการรับรู้เป็นเวลานาน เน้นสื่อภาพลักษณ์สวยหรู ดูเก๋

แต่!!ยุคดิจิทัลทุกอย่างรวดเร็ว เร่งรีบ และเรียลไทม์ การสร้างแบรนด์ก็เช่นกัน ต้องสื่อสารจุดมุ่งหมายแบรนด์ให้ชัดเจนและทันที เพราะผู้บริโภคยุคนี้ไม่อดทดรออะไรได้นานอีกต่อไป

 

 

เทคโนโลยีสร้างประสบการณ์

  อดิศักดิ์ กล่าวอีกว่าในยุคอีคอมเมิร์ซ แบรนด์ต้องใช้เทคโนโลยี เพื่อ“สร้างประสบการณ์”ให้ผู้บริโภคแบบไร้รอยต่อ เชื่อมโยงโลกออฟไลน์และออนไลน์

ในยุคอนาล็อกเดิมมีช่องว่างเรื่องการสร้างประสบการณ์แบรนด์ผ่านสื่อและจุดขาย เช่น เมื่อผู้บริโภคเห็นโฆษณารถยนต์ผ่านสื่อ และสนใจ ก็ต้องไปที่โชว์รูม แต่วันนี้มีเทคโนโลยี เซอร์วิสออนไลน์ แอพพลิเคชั่น มาช่วยทำให้การสื่อสารแบรนด์สร้างประสบการณ์ผู้บริโภคและการขายสินค้าเชื่อมโยงเป็นแพลตฟอร์มเดียวกัน

ตัวอย่างการทำงานของ ไอโซบาร์ บราซิล ที่ใช้เทคโนโลยีมาช่วงสร้างประสบการณ์“แบรนด์ คอมเมิร์ซ” ให้กับรถยนต์เฟียต (FIAT) เมื่อลูกค้าเข้าเว็บไซต์เฟียต ที่นำเสนอรูปแบบ“เรียลไทม์ ออนไลน์ ดีลเลอร์” Live Store เป็นการสื่อสารแนะนำรถยนต์ผ่านโฟโต้แคมที่ลูกค้าสามารถเห็นตัวรถ ห้องโดยสาร และอุปกรณ์ต่างๆ เป็นการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาสร้างประสบการณ์ที่เชื่อมโยงไปสู่โอกาสการขาย โดยไม่จำเป็นต้องปิดการขายในทันที แต่ทำให้เกิดการทดลองขับ การได้ข้อมูลกลุ่มลูกค้าที่สนใจซื้อ

“ยุคอนาล็อกมีเงินก็อาจทำไม่ได้ เพราะเทคโนโลยียังไม่เอื้ออำนวย แต่ยุคนี้ทุกอย่างพร้อม”

วันนี้เป็นยุคสร้างความเชื่อมั่นในแบรนด์จากประสบการณ์จริง ไม่ใช่บอกผ่านสื่อโฆษณาอีกต่อไป เป็นการบอกเล่าเรื่องราวผ่านเทคโนโลยีที่น่าสนใจ สุดท้ายนำไปสู่ผลลัพธ์ต่อแบรนด์ หลายรูปแบบทั้งยอดจอง ยอดขาย สมัครสมาชิก เป็นการสร้างประการณ์ให้ผู้บริโภครู้สึกเชื่อและตัดใจซื้อในท้ายที่สุด เป็นกลยุทธ์เปลี่ยน“ผู้ดูให้เป็นผู้ซื้อ”

“วันนี้แบรนด์พูดผ่านโฆษณาอย่างเดียวไม่ได้ต้องแอคชั่นด้วย”

 

 ‘นาวแล็บ’ตอบโจทย์นวัตกรรม

อีกกลยุทธ์การทำงานของไอโซบาร์ คือ “การใช้เทคโนโลยีสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่เพื่อทรานส์ฟอร์มธุรกิจให้ลูกค้า” ซึ่งมาจาการวางตำแหน่งที่แตกต่างจาก “ดิจิทัล เอเยนซี”อื่น โดยมุ่งเป็นดิจิทัลเอเยนซีด้าน Innovation โดยมีหน่วยงานด้าน R&D ภายใต้ชื่อ Nowlab ซึ่งเป็นสถานที่“ทดลอง” โปรเจคต่างๆด้านเทคโนโลยีใน

การทำงานของไอโซบาร์กับลูกค้าในต่างประเทศ เริ่มให้บริษัทดิจิทัลเข้าไปทำงานร่วมกับแบรนด์เพื่อพัฒนาสินค้าและบริการใหม่ๆ จากเดิมที่ทำหน้าที่ด้านการวางแผนสื่อสารและสร้างสรรค์คอนเทนท์ เช่น ไอโซบาร์ บราซิล ทีมนาวแล็บเข้าไปร่วมกับทีมวิศวกรของเฟียต พัฒนา“กุญแจ” Safe Key โดยเจ้าของรถยนต์ต้องเป่าลมหายใจที่กุญแจก่อนเปิดรถยนต์ หากมีปริมาณแอลกอฮอล์เกินกำหนดประตูรถจะไม่เปิด จากนั้นกุญแจ Safe Key ที่เชื่อมกับแอพพลิเคชั่น จะเรียกบริการรถแท็กซี่มารับทันที การทำงานของไอโซบาร์ บราซิล มาจากการเห็นโอกาสที่จะพัฒนาสินค้า เพื่อทำให้รถยนต์เฟียตตอบโจทย์ผู้ใช้และสังคม จึงนำเสนอโครงการและลูกค้าสนใจ จึงเกิดโปรเจคพัฒนาร่วมกัน

“นาวแล็บเป็นความภูมิใจของไอโซบาร์ ในการทำงานร่วมกับพาร์ทเนอร์ และเป็นความแตกต่างจากดิจิทัลเอเยนซีอื่น”

สำหรับประเทศไทยมีทีมงานนาวแล็บเช่นกัน แต่ปัจจุบันลูกค้ายังไม่พร้อมที่จะเปิด“หลังบ้าน”ให้ทีมนาวแล็บเข้าไปร่วมพัฒนางานด้าน R&D ที่เป็นกลยุทธ์ทางธุรกิจในขณะนี้ ทีมงานจึงมุ่งไปที่การพัฒนาเทคโนโลยีการสื่อสารดิจิทัล เพื่อตอบโจทย์การสร้างสรรค์คอนเทนท์และแฟลตฟอร์มให้ลูกค้าเข้าถึงผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมศึกษาโนว์ฮาวโปรเจคนาวแล็บจากไอโซบาร์ ประเทศต่างๆ เพื่อนำมาต่อยอดการให้บริการ

การก้าวสู่ยุคดิจิทัลวันนี้ “แบรนด์”ต่างๆ มีความเข้าใจและปรับตัวรับการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีและพฤติกรรมผู้บริโภคได้ดี โดยไม่ได้มองสื่อดิจิทัลเป็นเพียงเรื่อง“แคมเปญ”อีกต่อไป แต่ให้ความสำคัญเป็น “เครื่องมือการตลาด” ที่จะช่วยขายสินค้าผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ซ นำบิ๊กดาต้า มาวิเคราะห์เพื่อวางกลยุทธ์สื่อสารนำเสนอสินค้าตอบสนองความต้องการรายบุคคล

“ความท้าทายวันนี้ คือสิ่งที่ทำในอดีต ไม่ใช่สิ่งที่จะประสบความสำเร็จในอนาคต จึงต้องนำดาต้ามาพัฒนาตลอดเวลา”

ความแตกต่างของ “ไอโซบาร์” วันนี้คือเรื่อง “อินโนเวชั่น” ที่ปัจจุบันได้รับรางวัลหลายเวที และถูกจัดอันดับเป็นเอเยนซีที่โดดเด่นด้าน“นวัตกรรม” แข่งขันกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ Accenture, Deloitte , IBM ,Google, Apple

การทำงานด้านการพัฒนานวัตกรรมดิจิทัล ถือเป็น“คุณค่า” ที่เสริมศักยภาพให้ไอโซบาร์เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง เพราะวันนี้ “ลูกค้า” มองหาพาร์ทเนอร์ที่เป็นคู่คิด ช่วยพัฒนาธุรกิจและต้องการมุมมองจากมืออาชีพ