"เจ้าสัวธนินท์" ชี้นโยบายพัฒนาประเทศรัฐบาลถูกทาง เดินหน้า "ประเทศไทย4.0" ไม่กังวลการเมืองเปลี่ยน พร้อมสนใจลงทุนไฮสปีดเทรน กทม.-ระยอง
นายธนินท์ เจียรวนนท์ ประธานกรรมการและประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ (ซีพี.) กล่าวว่านโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของรัฐบาลถือว่าถูกทาง โดยเฉพาะการพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยีชั้นสูง หรือ ประเทศไทย 4.0
นายธนินท์ร่วมกับคณะนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ไปเยือนจีนอย่างเป็นทางการเพื่อหารือความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับภาคเอกชนและรัฐบาลจีน ระหว่างวันที่ 28-30 มิ.ย.ที่ผ่านมา
นายธนินท์ กล่าวว่าได้เชิญชวนนักธุรกิจจีนให้เข้าไปขยายฐานในไทยอยู่ตลอดเวลา แต่รองนายกฯเดินทางมาด้วยตนเองครั้งนี้จะทำให้ได้ผลลัพธ์ดีเลิศ เพราะกว้างขวางกว่าและเดินทางมาเป็นแขกรัฐบาล อีกทั้งยังมีเป้าหมายชัดเจนที่จะชักชวนนักลงทุนเจาะจงกลุ่มธุรกิจนวัตกรรมเพื่อผลักดันไทยสู่ยุค 4.0 ไม่ใช่ชักชวนธุรกิจธรรมดาไปเมืองไทย เพราะเวลานี้ต้องชักชวนพวกไฮเทคยุคใหม่ เพื่อทำให้ประเทศไทยไต่เต้าก้าวทันโลกที่เปลี่ยนแปลง
“เรียกได้ว่านโยบายรัฐบาลที่ต้องการเน้นย้ำการลงทุนด้านเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ ก็ต้องบอกว่าเดินมาถูกทางแล้ว เพราะทุกวันนี้โลกกำลังเปลี่ยนก้าวสู่ยุคของเทคโนโลยี ยุคของหุ่นยนต์ ดังนั้นถ้านโยบายของประเทศเราชัดว่าจะส่งเสริมอะไรบ้าง ทิศทางนโยบายประเทศไทยอย่างไร”
นายธนินท์ กล่าวว่า ขณะนี้รัฐบาลกำหนดชัดเจนว่าจะพัฒนาประเทศไทยให้ตามทันการเปลี่ยนแปลงของโลกในวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องไฮเทคและไบโอเทคโนโลยี พร้อมทั้งยังมีการประกาศให้โลกรู้ว่าเราจะส่งเสริมและให้แรงจูงใจเพื่อชักชวนคนมาลงทุนในไทย
“ผมบอกเลยว่าวิกฤติจะตามมาด้วยโอกาส การเปลี่ยนแปลงจะตามมาด้วยโอกาส ถ้าไม่เปลี่ยนคนนั่งอยู่ไม่ลุกจากเก้าอี้ก็ไม่เกิดโอกาส ดังนั้นวิกฤติจึงคือโอกาส การเปลี่ยนแปลงคือโอกาส ซึ่งวันนี้โลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวงจาก 3.0 เป็น 4.0 ทุกอย่างจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ธุรกิจที่เคยไฮเทคเก่าต้องระวัง ยกตัวอย่าง ต่อไปคอมพิวเตอร์ก็จะไม่มี เพราะโทรศัพท์มือถือเป็นได้ทั้งคอมพิวเตอร์ ทีวี เฟซบุ๊ค ในตัวเดียว และเบาด้วย”
ไม่กังวลการเมืองเปลี่ยนแปลง
นายธนินท์กล่าวว่าสิ่งที่รัฐบาลต้องเน้นย้ำให้ความสำคัญก็คือการส่งเสริมธุรกิจจิ๋ว เล็ก กลาง เพราะเมื่อผ่านยุคนี้ไป อุตสาหกรรมจะเปลี่ยนแปลงอย่างใหญ่หลวง ทำให้คนงานต้องกลายมาเป็นช่าง ต้องทำงานให้ได้ผลมาก ได้เงินเดือนมาก มีประสิทธิภาพสูง ไม่ใช่ใช้แรงงานเพียงอย่างเดียว ดังนั้นจึงต้องเร่งสร้างช่างเทคนิค ไม่ใช่สร้างแรงงาน ต้องไม่ใช่เอาคนไทยมาเป็นคนงาน แต่ต้องสร้างให้เขาเป็นนายช่าง แล้วเอาคนงานมาจากประเทศอื่นๆ เพราะต่อไปเทคโนโลยีเกิดขึ้นแน่นอน และจะเป็นเป็นการใช้ช่างและใช้หุ่นยนต์ ส่วนคนก็จะหันไปอยู่ในภาคบริการ
สำหรับการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจะกระทบนโยบายหรือไม่นั้น นายธนินท์ บอกว่าไม่กังวลใจกับการเปลี่ยนแปลง แต่สิ่งที่กังวลคือรัฐบาลต้องแก้กฎหมายให้ดีและให้สอดคล้องกับโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลง ดังนั้นกฎหมายต้องมีความทันสมัยขึ้น ไม่ใช่ใช้กฎหมายล้าสมัยและไม่ทันต่อการเปลี่ยนถ่ายไปสู่ยุคของอิเล็กทรอนิกส์ที่จะพัฒนาไปอย่างไม่มีสิ้นสุด
ซี.พี.เตรียมลุยธุรกิจนวัตกรรมเพิ่ม
นายธนินท์ ยังกล่าวอีกว่า เมื่อโลกกำลังก้าวสู่ยุคของนวัตกรรม ในส่วนของ ซี.พี.เองก็ไม่หยุดในการพัฒนา โดยขณะนี้กำลังสนใจธุรกิจที่ตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่มผู้สูงอายุ โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยฮาวาร์ดคิดค้นอาหาร 4 โครงการ สำหรับคนป่วย สำหรับผู้สูงอายุ อาหารเพื่อสุขภาพตามวัยที่จะทำให้คนแก่ช้าลง ซึ่งเป็นการลงทุนให้สอดคล้องกับแนวโน้มของสังคมสูงวัยหรือความต้องตามให้ทันเทรนด์ของโลก
อีกทั้งยังมีความร่วมมือกับบริษัทดูปอง พัฒนาด้านเกษตรและอาหาร5โครงการ รวมถึงร่วมกับกระทรวงวิทยาศาสตร์ในการวิจัยและพัฒนาด้านไอโอเทคโนโลยีเรื่องหุ่นยนต์ เนื่องจากเรามองว่าอนาคตข้างหน้าหุ่นยนต์จะไม่มีวันสิ้นสุด และ ซีพี.ต้องก้าวให้ทันยุคใหม่ ถ้าก้าวไม่ทันก็จะต้องถอยหลังเข้าคลอง
อีกไม่ช้าผลิตภัณฑ์อาหารใหม่นี้ก็จะออกมาขาย ซึ่งตอนนี้เราก็มีอาหารสำหรับคนป่วยจำหน่ายแล้ว และก็กำลังศึกษาอยู่เหมือนกันว่าจะทำอาหารมังสวิรัสอย่างไรให้รสชาติอร่อย นอกจากนี้ก็กำลังมีการลงทุนเปลี่ยนแปลงโรงงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น พร้อมกับจะส่งเสริมธุรกิจจิ๋วให้เป็นเถ้าแก่ ด้วยการเปิดภัตตาคารให้เถ้าแก่ และเราสนับสนุนทุนป้อนสินค้าวัตถุดิบต่างๆ ที่มีความปลอดภัยให้ครบ รวมทั้งก็กำลังจะผลิตยาที่มีคุณภาพและราคาถูกเพื่อไปขายในไทย หลังจากปัจจุบันบริษัทผลิตยาขายที่เมืองจีนและได้ผล”
สนใจลงทุนไฮสปีดเทรน'กรุงเทพ-ระยอง'
สำหรับโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน นายธนินท์ กล่าวว่าทางซี.พี.สนใจที่จะเข้าร่วมโครงการลงทุนรถไฟความเร็วสูง (ไฮสปีดเทรน) สายกรุงเทพฯ–ระยอง แต่ปัจจุบันการเตรียมการต่างๆ ยังไม่สุกงอมเอาไว้มีความพร้อมแล้วจะเปิดเผยรายละเอียด ซึ่งเบื้องต้นลักษณะที่กลุ่มจะเข้าไปร่วมลงทุนนั้นจะเป็นการร่วมมือกับพันธมิตร โดยรัฐบาลยังอยู่ระหว่างการจัดทำรายละเอียดโครงการ พร้อมกับโครงการอื่นๆ คาดว่าจะเสร็จภายใน2 - 3เดือนนี้และจะเห็นภาพการลงทุนที่ชัดเจนประกาศออกมา
“โครงการนี้ซี.พี.กำไรจะมากหรือน้อยไม่สำคัญขอเพียงให้ทำให้เสร็จ เพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือต้องทำให้เรื่องนี้สำเร็จเพื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงของประเทศ โดยสามารถที่สนใจเส้นทางกรุงเทพฯ-ระยอง เพราะนายกฯ ให้ทำ ซึ่งก่อนหน้านี้ท่านเห็นว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ลงทุนสูงรัฐทำแล้วอาจจะขาดทุนจึงอยากให้ ซีพี. ดูแลลงทุนในส่วนของสายตะวันออก ส่วนกลุ่มไทยเบพลงทุนในสายตะวันตก กรุงเทพฯ–หัวหิน แต่มันเป็นโครงการนี้มีประโยชน์มหาศาลสำหรับประเทศชาติ แม้คนทำจะขาดทุนแน่ แต่ถ้าทำได้ต่อไปพวกคุณจะสามารถไปอยู่บ้านสวยๆ ราคาถูกมากที่ระยอง แล้วมาทำงานกรุงเทพฯ ทำให้ชีวิตในเมืองก็ไม่แออัด และผู้มีรายได้น้อยก็มีบ้านอยู่สบาย ดังนั้นการสร้างรถไฟจึงต้องควบคู่ไปกับการสร้างเมือง สร้างอุตสาหกรรมโดยรอบ”
นายธนินท์ มั่นใจว่าศักยภาพของการพัฒนารถไฟความเร็วสูง จะเป็นส่วนของการดึงเอาศูนย์กลางของอาเซียนมาอยู่ในไทย หากเราสามารถพัฒนาให้เกิดขึ้นได้จริง
“ภาคตะวันออกมีเครื่องบินพาณิชย์บินลงได้ มีสนามบินยอดเยี่ยม มีรถไฟความเร็วสูง มีพร้อมทุกอย่าง สิ่งที่ตามมาอีกก็คือมหาวิทยาลัยยอดเยี่ยมของโลกก็จะมี และเราก็จะได้คนเก่งๆ เข้ามา”









