วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปชช.แห่ตุนเงินปอนด์ หลังอ่อนค่าต่อเนื่อง

"แบงก์พาณิชย์" เผยลูกค้าแห่เปิดบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ เก็บเงินปอนด์เข้าพอร์ต หลังอ่อนค่าต่อเนื่อง หวังขายทำกำไร รับยอด "เฮดจิ้ง"เพิ่ม

นายวศิน ไสยวรรณ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุดผลิตภัณฑ์ลูกค้าธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า หลังทราบผลประชามติของสหราชอาณาจักร (ยูเค) ที่โหวตให้ออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป (อียู) หรือ เบร็กซิท พบว่า การเคลื่อนไหวของค่าเงินบาท ไม่ได้เปลี่ยนแปลงมากนัก เมื่อเทียบกับตลาดเกิดใหม่อื่นๆ เช่น ประเทศอินโดนีเซีย ที่จะเห็นความผันผวนของค่าเงินรูเปียมากกว่า ขณะนี้เงินบาทเคลื่อนไหวอยู่ในระดับที่ทางการดูแลได้อยู่และเริ่มได้กลับมาแข็งค่าขึ้นเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามจะเห็นได้ว่าความต้องการเงินปอนด์ยังมีอยู่ หลังจากที่ค่าเงินอ่อนลง หรือคิดเป็นประมาณ 10% กว่าของพอร์ต โดยที่ผ่านมาธนาคารมีให้บริการบัญชีเงินฝากเงินตราต่างประเทศ หรือ FCD (foreign currency deposit account) โดยในขณะนี้เริ่มเห็นมีความต้องการเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากลูกค้าได้ทยอยซื้อเงินมาเก็บไว้ในบัญชี FCD ก่อนเพราะอาจจะมีภาระในอนาคตที่ต้องใช้จ่าย

“ข้อมูลอาจยังไม่เห็นชัดเจน เพิ่งเริ่มคึกคักมาตั้งแต่เมื่อวันศุกร์หลังจากที่อังกฤษมีประชามติออกจากอียู เพราะหลายๆ คนที่จะเข้ามาในเงินที่เป็นตัวพันธบัตร เป็นบอนด์ ปริมาณตรงนั้นอาจจะไม่เพียงพอทำให้คนมาเปิด FCD โดยเป็นทั้งเงินดอลลาร์ และเงินปอนด์ แต่เงินปอนด์มีเยอะพอควร ซึ่งธนาคารมีนโยบายดูแลลูกค้าผ่านการให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารความเสี่ยงต่างๆ อย่างใกล้ชิด”

สำหรับเรื่องการซื้อเครื่องมือป้องกันความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน (hedging) ของลูกค้าจะต้องแยกก่อนว่าเป็นลูกค้าขาไหนเป็นผู้นำเข้าหรือส่งออก เพราะถ้าเป็นลูกค้าผู้ส่งออกช่วงก่อนหน้านี้อาจจะทำการป้องกันความเสี่ยงไว้ 50 : 50 เพราะทุกคนก็มีมุมมองว่าธนาคารกลางสหรัฐหรือเฟดอาจจะขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งถ้าเฟดขึ้นดอกเบี้ยแนวโน้มที่ดอลลาร์จะแข็งค่ามีมาก และมีแนวโน้มว่าบาทจะอ่อนค่าลง แต่หลังจาก เบร็กซิท คนเริ่มป้องกันความเสี่ยงเพิ่มมากขึ้นเนื่องจากความผันผวนมีปริมาณที่เยอะขึ้น

“ตอนนี้ลูกค้าเริ่มเฮดจ์มากขึ้นจากก่อนหน้านี้จะเห็นว่าลูกค้าฝั่งผู้นำเข้าที่มีความต้องการซื้อเงินยูโรกับเงินปอนด์เขารอข่าวนี้มาตลอดเลยว่าอังกฤษจะเอายังไง เพราะถ้าไม่ออกค่าเงินก็อาจจะแข็งค่ากลับไป แต่อังกฤษออกมาค่าเงินก็เริ่มอ่อนลงมา ซึ่งที่ผ่านมาธนาคารมีผลิตภัณฑ์ทางการเงินเพื่อช่วยสนับสนุนด้านการดูแลความเสี่ยงให้กับลูกค้ารายใหญ่ทั้งฟอร์เวิร์ดหรือออพชั่น แต่หากเป็นลูกค้าเอสเอ็มอีอาจจะมีการทำฟอร์เวิร์ดอยู่แล้ว”

แหล่งข่าวธนาคารพาณิชย์ เปิดเผยว่าค่าเงินปอนด์เริ่มอ่อนค่าลงไปลึก ซึ่งช่วงนี้เริ่มนิ่งแล้วคาดว่า ค่าเงินปอนด์น่าจะอ่อนค่าผ่านจุดต่ำสุดแล้ว และหากไม่มีสถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ค่าเงินปอนด์กำลังค่อยๆ ไหลกลับขึ้นมารอบใหม่สามารถเข้าไปซื้อมาฝากไว้ในบัญชี FCD เพื่อรอขายทำกำไรได้

นับตั้งแต่ค่าเงินปอนด์อ่อนค่าจากผล เบร็กซิทจนถึงระดับที่ค่าเงินปอนด์เทียบบาท ลงไปลึกต่ำกว่า 47 ปอนด์ต่อบาท ถือว่าเป็นจุดที่อ่อนค่าต่ำสุดในรอบ 3 ปี แล้วเริ่มมีสัญญาณเด้งกลับขึ้นมาเล็กน้อย ตอนนี้ในตลาดถือว่าเป็นเรตที่น่าสนใจจะเข้าซื้อเพื่อรอทำกำไรรอบใหม่”

ณ 30 มิ.ย. บาท ปิดตลาดที่ระดับ 35.12 บาทต่อดอลลาร์ ปรับแข็งใกล้เคียงจากช่วงเปิดตลาดที่ระดับ 35.10 บาทต่อดอลลาร์ และแข็งค่ามากกว่าปิดตลาดเมื่อวันก่อนที่ 35.20 บาทต่อดอลลาร์ ระหว่างวันอ่อนค่าสูงสุดที่ 35.20 บาทต่อดอลลาร์และแข็งค่าสูงสุดที่ 35.10 บาทต่อดอลลาร์

ค่าเงินบาทอยู่ในกรอบแคบๆ 35.10-35.20 บาทต่อดอลลาร์ นักลงทุนต่างชาติซื้อพันธบัตรสุทธิ 8,670 ล้านบาทและซื้อหุ้นสุทธิ 6,870 ล้านบาท ซึ่งสถานการณ์ดูไม่เลวร้ายและเริ่มนิ่งทำให้มีกระแสเงินทุนไหลเข้าในไทย

สำหรับสัปดาห์หน้า มองกรอบค่าเงินบาทที่ 35.00-35.30 บาทต่อดอลลาร์ มีปัจจัยสำคัญในวันศุกร์ที่ต้องติดตามการประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐ ซึ่งจะมีผลต่อท่าทีของเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้อีกหรือไม่ และยังต้องติดตามผลกระทบหลัง เบร็กซิทดูว่ากระบวนการต่อไปเป็นอย่างไร จะช้าหรือเร็ว หรือจะมีอะไรใหม่ๆ เกิดขึ้นหรือไม่ซึ่งจะมีผลต่อตลาดเงินและตลาดทุนไทยเช่นเดิม