วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปิดไตรมาส 2 ผลตอบแทนตลาดหุ้นไทย 11%

ปิดไตรมาส 2/59 ผลตอบแทนตลาดหุ้นไทย 11% ตลท.ประเมินครึ่งปีหลังผันผวนแรงจากผลกระทบเบร็กซิท พร้อมจับตาการเมืองไทยและสหรัฐ

ภาวะตลาดหุ้นไทยครึ่งแรกของปี 2559 เป็นไปในทิศทางเชิงบวก ดัชนีเพิ่มขึ้นจากระดับ 1,220 จุด ขึ้นไปแตะ 1,450 จุด เมื่อต้นเดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา หรือเพิ่มขึ้นกว่า 11% มีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันราว 4.47 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อยซึ่งอยู่ที่ 4.37 หมื่นล้านบาท

กลุ่มอุตสาหกรรมที่ปรับตัวขึ้นโดดเด่นที่สุดคือ กลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค ที่เพิ่มขึ้นราว 22% จากปีก่อน เป็นไปตามการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบขยับขึ้นมาอยู่ที่เกือบ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่กลุ่มสินค้าอุตสาหกรรมบางส่วน ได้แก่ ปิโตรเคมี และบรรจุภัณฑ์ ต่างปรับตัวขึ้นมาได้ราว 20% จากต้นทุนการผลิตที่ลดลงตามราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงจาก 100 ดอลลารบาร์เรล กลุ่มประกันภัยและประกันชีวิต เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุดกว่า17% จากปีก่อน ขณะที่กลุ่มโรงแรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และรับเหมาก่อสร้างให้ผลตอบแทนติดลบราว 5% จากปีก่อน

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มที่จะผันผวนมากยิ่งขึ้นกว่าครึ่งปีแรก โดยเป็นผลจากทั้งปัจจัยภายในและปัจจัยภายนอก

สำหรับปัจจัยภายนอกนั้น ผลกระทบจากเบร็กซิทมีโอกาสที่จะก่อให้เกิดความกังวลได้ต่อเนื่อง เพราะหลายฝ่ายที่เกี่ยวข้องก็พยายามที่จะประเมินผลกระทบ ทั้งเชิงลบและเชิงบวก และมีความกังวลที่สมาชิกสหภาพยุโรปรายอื่นๆ อาจจะตัดสินใจออกจากการเป็นสมาชิกบ้าง

ขณะที่ความกังวลการเลือกตั้งของสหรัฐที่จะเกิดขึ้น หรือเรื่องของโอกาสในการขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งโดยส่วนตัวมองว่าโอกาสที่เฟด จะปรับขึ้นนั้นมีน้อยลง ส่วนปัจจัยภายในประเทศนั้นก็มีเรื่องของการลงประชามติ

นางบุญทิพย์ กฤตชัยกุล กรรมการผู้จัดการ สายงานค้าหลักทรัพย์ บล.ไทยพาณิชย์ กล่าวว่าทิศทางธุรกิจบริษัทหลักทรัพย์ ช่วงครึ่งปีหลังน่าจะสดใสมากขึ้น หลังจากช่วงครึ่งปีแรกการเติบโตของเศรษฐกิจออกมาดีกว่าที่คาด ทำให้ตลาดหุ้นครึ่งปีหลังน่าจะมีมูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันที่คึกคักได้ โดยคาดว่าจะมีมูลค่การซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในครึ่งปีหลังประมาณ 4.1 หมื่นล้านบาท

กลยุทธ์การดำเนินธุรกิจไม่มีนโยบายในการแข่งขันด้านราคาค่าธรรมเนียมการซื้อขายหลักทรัพย์ จะเน้นการเพิ่มคุณภาพให้กับลูกค้า โดยใช้ความเป็นลูกของสถาบันการเงินเป็นจุดเด่นดึงลูกค้าเงินฝากมาเปิดบัญชีกับบริษัทมากขึ้น ผ่านสาขาทั้งสิ้น 1,200 สาขา มีบัญชีเปิดใหม่เฉลี่ยปีละ 1 หมื่นบัญชี โดยมีลูกค้าทีซื้อขายหุ้นเป็นประจำที่คิดเป็น 30 % สูงกว่าอุตสาหกรรมที่ 20 %