วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คลังรับ 'Brexit' กระทบศก.แค่ช่วงสั้น

"รมว.คลัง" เชื่อ "Brexit" กระทบเศรษฐกิจแค่ช่วงสั้น มั่นใจศก.ไทยยังแข็งแกร่ง วอนเอกชนเร่งลงทุน หลังรัฐหนุนนโยบายภาษีเต็มที่

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกรณีที่อังกฤษลงประชามติออกจากอียูเป็นที่เรียบร้อยแล้วนั้น มองว่า จะส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนทั่วโลกในระยะสั้นๆเท่านั้น เนื่องจากเมื่อมีการออกจากอียูแล้ว นักลงทุนเกิดความไม่แน่นอนทั่วโลกว่าจะเกิดอะไรขึ้น ส่งผลให้นักลงทุนเริ่มโยกย้ายเงินทุนเพื่อไปหาสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หรือมีการถือเงินสดมากกว่าการลงทุน ส่งผลให้หุ้นในช่วงที่ผ่านมาตกลง ขณะที่ธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารพาณิชย์ ยืนยันว่า ในช่วงที่ผ่านมามีการเตรียมความพร้อม เพื่อรองรับผลกระทบที่จะเกิดขึ้น โดยเฉพาะการดูแลอัตราแลกเปลี่ยน และการทำประกันความเสี่ยงต่างๆ และยืนยันว่าขณะนี้มีเงินทุนสำรองและสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง

“คาดเดาไปต่างๆนานาว่าจะเกิดอะไร ทุกคนห่วงคิดกันเยอะ นักลงทุนเลยขอตั้งหลักว่าขอเก็บเงินสดไว้ดีกว่า เลยทำให้หุ้นตกลงไป แต่เมื่อจบไปแล้วทุกอย่างก็ง่าย แบงก์ก็เตรียมความพร้อมไว้หมดแล้ว อย่างการลงทุน ตอนแรกคนที่อยู่ยุโรปตั้งใจมาลงทุนเอเชีย พอเกิดเหตุการณ์นี้ก็ชะลอไปก่อน”นายอภิศักดิ์ กล่าว

ในส่วนของประเทศไทยนั้น สิ่งที่ดำเนินการคือ ที่ผ่านมารัฐบาลพยายามเน้นการเติบโตจากภายในประเทศ และการลงทุนในประเทศเป็นหลัก มากกว่าการเน้นการพึ่งพาต่างประเทศ และการส่งออก ทำให้ผลกระทบที่เกิดขึ้นไม่ได้เหมือนกับประเทศอื่นๆ ขณะที่อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ของไทยจึงเพิ่มขึ้น แม้ว่ายังไม่อยู่ในอัตราที่สูง เนื่องจากเศรษฐกิจโลกยังชะลอตัวลง

“ตอนนี้เราลดการพึ่งพาจากต่างประเทศ จีดีพีของเราจึงเพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หวือหวา แต่เมื่อไหร่ที่เศรษฐกิจโลกกลับมาวิ่งได้ เชื่อว่าจีดีพีจะโตได้อย่างแน่นอน แต่ขณะเดียวกันก็อยากให้เอกชนเริ่มลงทุน เพราะตอนนี้รัฐบาลก็สนับสนุนอย่างเต็มที่ และที่ผ่านมาเอกชนก็ชะลอการลงทุนไปแล้วกว่า 10 ปี เชื่อว่าถึงเวลาที่จะเริ่มลงทุน” นายอภิศักดิ์ กล่าว

ส่วนการประชุม National e-Payment นั้นที่ประชุมสรุปว่า ในวันที่ 15 กรกฎาคมนี้ จะเปิดให้ประชาชน และนิติบุคคลลงทะเบียนผ่านสถาบันการเงินต่างๆ ในการรับบริการการโอนเงินและรับโอนเงินรูปแบบใหม่ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ PomptPay (พร้อมเพย์) ทั่วประเทศ ขณะที่ในวันที่ 1 กรกฎาคมนี้หากสถาบันการเงินใดมีความพร้อมจะเปิดให้ลงทะเบียนได้ก่อน ขณะเดียวกันได้ย้ำให้ประชาชนที่มีความต้องการรับรัฐสวัสดิการจะเปิดโอกาสให้ลงทะเบียนภายใน 1 เดือนเท่านั้น หรือ ตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคมนี้-15 สิงหาคมนี้เท่านั้น

ในส่วนของการวางเครื่องรับบัตร หรือ EDC นั้น จะเริ่มดำเนินการติดตั้งในร้านค้าขนาดใหญ่ และร้านขนาดเล็ก รวมถึงหน่วยงานราชการตั้งแต่กันยายนนี้-กันยายน 2560 โดยบริษัทนั้น กระทรวงพาณิชย์ได้กำหนดเงื่อนไขว่า 1 บริษัทจดทะเบียนการค้านั้น จะต้องติดตั้งเครื่องรับบัตรอย่างน้อย 1 เครื่อง เพื่อรองรับรับการชำระเงินผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ โดยมองว่าการดำเนินการดังกล่าวนั้นจะเป็นประโยชน์กับร้านค้าและประชาชนทุกภาคส่วนในการลดการพิมพ์ธนบัตร ลดต้นทุนการขนส่งเงิน และค่าธรรมเนียมการกดเอทีเอ็ม รวมถึงในอนาคตจะขยายไปถึงสามารถขึ้นแท๊กซี่โดยจ่ายผ่านช่องทางอีมันนี่ได้ด้วย