วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาด Brexit กระทบเศรษฐกิจไทย 5-7 หมื่นลบ.

ม.หอการค้าไทย คาด "Brexit" กระทบเศรษฐกิจไทย 50,000-70,000 ล้านบาท ทำจีดีพีไทยโตลดลง 0.1% ด้านไทยพาณิชย์คาดจีดีพีปีนี้โต 2.8%

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวในงานเสวนา “อนาคตประเทศไทยสร้างได้หรือโชคช่วย” ถึงกรณีที่อังกฤษ มีประชามติออกจากสหภาพยุโรป ( อียู) หรือ Brexit ผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ว่า ทั่วโลกกำลังกังวลว่าBrexit จะเป็นระเบิดเวลาลูกใหม่ต่อเศรษฐกิจโลก สหภาพยุโรปจะแตกหรือไม่ เนื่องจากจะมีอีกหลายประเทศต้องการออกจากอียูตามอังกฤษ และ ต้องติดตามการเจรจาระหว่างอียูกับอังกฤษในช่วง 2 ปี ต่อจากนี้ ที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง

โดยในระยะสั้นเศรษฐกิจอังกฤษจะโตลดลงร้อยละ 1-2 เนื่องจากเศรษฐกิจอังกฤษพึ่งพายุโรปสูงมาก ทำให้ต้องมีการเจรจาการค้ากับประเทศต่าง ๆ ใหม่ทั้งหมด และจะกระทบต่อความเชื่อมั่นของทั่วโลก ทำให้เศรษฐกิจโลก และการค้าโลกฟื้นตัวช้าลง ส่งผลกระทบทางอ้อมมายังการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในปีนี้ให้เติบโตลดลงร้อยละ 0.1 จากเดิมคาดการณ์ว่าโตร้อยละ 3 เหลือร้อยละ 2.9 หรือคิดเป็นมูลค่าผลกระทบจากกรณี Brexit ประมาณ 50,000-70,000 ล้านบาท โดยจะกระทบเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังเป็นหลัก ให้ขยายตัวลดลงร้อยละ 0.3 จากเดิมขยายร้อยละ 3.3 เหลือโตร้อยละ 3 ขณะที่การส่งออกติดลบร้อยละ 2 จากเดิมคาดว่าขยายตัวร้อยละ 0.8

ทั้งนี้ ผลจาก Brexit จะกดดันราคาน้ำมันในตลาดโลกให้อยู่ในระดับต่ำต่อไป คาดว่าจะไม่สูงเกิน 50 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาเรล ซึ่งจะมีผลต่อราคาสินค้าเกษตรของไทยลดลง โดยเฉพาะราคายางพารา จะยิ่งกดดันต่อรายได้ของเกษตรกรไทยต่อไป ดังนั้นรัฐบาลจำเป็นต้องอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเพิ่มอีกอย่างต่ำ 20,000 ล้านบาท -50,000 ล้านบาท นอกเหนือจากเม็ดเงินลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จะเข้าสู่ระบบในปีนี้ 300,000 ล้านบาท – 400,000 ล้านบาท เพื่อดันให้เศรษฐกิจไทยทั้งปีขยายตัวได้ร้อยละ 3.3 ตามเป้าหมายที่วางไว้

นางสาวสุทธาภา อมรวิวัฒน์ รองผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสูงสุด อีไอซี ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้โตร้อยละ 2.8 โดยภาคท่องเที่ยวเป็นตัวขับเคลื่อนหลักขยายตัวร้อยละ 9 ขณะที่การลงทุนภาครัฐส่วนใหญ่เป็นโครงการลงทุนขนาดเล็กในท้องถิ่น ทำให้แรงผลักดันเศรษฐกิจไม่สูงมาก ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญคืออัตราการจ้างงานต่ำลง ตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า และ ปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศ ทั้งผลกระทบจาก Brexit และ ความไม่แน่นอนที่อาจจะมีหลายประเทศออกจากอียู ทำให้ยังมีความผันผวนสูง

นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี ผู้อำนวยการศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ธนาคารทหารไทย กล่าวว่าในอดีตอุตสาหกรรมการผลิตของประเทศไทยมีการผลิตที่หลากหลาย ทำให้สิ้นเปลืองทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด ดังนั้นไทยควรโฟกัสอุตสาหกรรมการผลิตในเรื่องใดให้ชัดเจน จะทำให้สามารถพัฒนาแรงงาน ทรัพยากรมนุษย์ได้อย่างตรงจุดและมีประสิทธิภาพ รวมทั้งต้องเร่งการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานโดยเฉพาะการคมนาคมขนส่ง เพราะที่ผ่านมาการลงทุนของไทยต่ำมาก เมื่อเทียบกับหลายประเทศเพื่อนบ้าน