วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กองยุโรปผลตอบแทนวูบ 8%

"มอร์นิ่งสตาร์" ชี้ผลตอบแทนกองหุ้นยุโรปลดลงวันเดียว 5-8% หลังผลโหวตเบร็กซิท มองแนวโน้มกองทุนหุ้นไทยยังมีแนวโน้มดีช่วงครึ่งปีหลัง

นายกิตติคุณ ธนรัตนพัฒนกิจ นักวิเคราะห์กองทุน บจ.มอร์นิ่งสตาร์รีเสิร์ช (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ผลการทำประชามติของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปเมื่อวันศุกรที่ผ่านมา (24มิ.ย.) ส่งผลให้ผลตอบแทนกองทุนหุ้นยุโรปติดลบเฉลี่ย 5-8% ส่วนผลตอบแทนช่วง 1 ปีติดลบเฉลี่ย10% ดังนั้นขณะนี้ยังไม่ถึงจุดที่นักลงทุนจะขายหรือซื้อเพิ่ม

ปัจจุบันมูลค่ากองทุนหุ้นยุโรปมีสัดส่วน 10% หรือ 32,000 ล้านบาท จากมูลค่ากองกองทุนรวมลงทุนต่างประเทศ (FIF) ที่มี 330,000 ล้านบาท หากรวมกับกองทุนประเภท Global equityและGlobal Health Care ที่ไปลงทุนในยุโรปแล้ว ยังมีมูลค่ารวมกันไม่เกิน 40,000 ล้านบาท ถือว่าน้อยมาก จึงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก

หลังจากนี้ยังมีความไม่แน่นอนอีกมาก ผู้ซื้อกองทุนต้องติดตามสถานการณ์ โดยระยะสั้นต้องระมัดระวังการลงทุนกองทุนหุ้นยุโรป และต้องรอดูสถานการณ์ไปอีกระยะหนึ่ง หรืออีก 1 ปีก่อนลงทุน

ส่วนกองทุนหุ้นไทย ยังมีแนวโน้มดีช่วงครึ่งปีหลัง และได้รับผลกระทบไม่มาก แม้เศรษฐกิจไทยเติบโตไม่หวือหวา แต่ดีกว่าเมื่อเทียบกับประเทศอื่นในภูมิภาค และปีนี้เป็นปีของกลุ่มหุ้นขนาดใหญ่

นายมณฑล จุนชยะ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บลจ.วรรณ กล่าวว่า ปัจจุบันบริษัทมีกองทุนรวมต่างประเทศ ที่มีนโยบายลงทุนในตลาดหุ้นยุโรป 2 กองทุน แต่ละกองทุนมีนโยบายการลงทุนในตลาดหุ้นยุโรปที่แตกกัน หากวิเคราะห์ที่ปัจจัยพื้นฐานแล้ว คงเชื่อมั่นในความพยายามหาทางออกของอียู และความพยายามกระตุ้นเศรษฐกิจของธนาคารกลางยุโรป หรืออีซีบี ที่พร้อมอัดฉีดสภาพคล่องสกุลเงินยูโร และสกุลเงินต่างประเทศ หากอังกฤษลงประชามติเลือกออกจากสมาชิกภาพ และตลาดเริ่มคาดว่าอีซีบี จะปรับลดดอกเบี้ยภายในเดือนก.ย.นี้ด้วย

สำหรับตลาดหุ้นทั่วโลกสัปดาห์นี้ มีโอกาสผันผวนต่อ แต่จะมีโอกาสฟื้นตัวในบางจังหวะ ส่วนหุ้นไทยสัปดาห์นี้คาดอยู่ที่ 1,390-1,430 จุด แต่จะไม่ปรับตัวลงแรงเหมือนสัปดาห์ที่ผ่านมา เพราะนักลงทุนทยอยรับรู้ และปรับตัวรับต่อข่าวนี้ และตลาดคาดผลกระทบกับไทยเป็นไปในทิศทางจำกัด
ส่วนนักลงทุนที่รับความผันผวนของตลาดและลงทุนระยะยาวได้ ควรทยอยซื้อสะสมหุ้นไทยจังหวะที่ดัชนีย่อตัวลงต่ำกว่า 1,400 จุด โดยเฉพาะกองทุนรวมหุ้นระยะยาว

นายนาวิน อินทรสมบัติ รองกรรมการผู้จัดการ บลจ.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดการเงินและการลงทุนทั่วโลกผันผวนเพิ่มสูงขึ้น และผลกระทบจะเกิดขึ้นโดยตรงต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมของอังกฤษและยุโรป แต่ไม่ถึงการทำให้อังกฤษและยุโรปเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย แต่นักลงทุนต้องติดตามความเสี่ยงภาคการเงินของอังกฤษ ที่ถือเป็นศูนย์กลางทางการเงินที่สำคัญของยุโรป โดยตลาดหุ้นอังกฤษ และยุโรปจะมีความผันผวนใน 1-2 ปี

“นักลงทุนที่ไม่สามารถรับความเสี่ยงในระยะสั้นช่วง 3 -6 เดือน อาจโยกการลงทุนไปยังสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงต่ำ ได้แก่ กองทุนตลาดเงิน ตราสารหนี้ หรือกองทุนผสม ส่วนนักลงทุนที่ยอมรับความผันผวนได้ในระยะสั้น อาจใช้จังหวะที่ตลาดปรับตัวลง เข้าสะสมเพื่อโอกาสรับผลตอบแทนระยะยาว"