วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

รอดู Brexit!!

สรุปสภาวะตลาดสหรัฐและยุโรป (16-22 มิ.ย. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นสหรัฐและยุโรปปรับตัวขึ้น DJIA +0.8%, DAX +4.8%, CAC ฝรั่งเศส +5.0% และ FTSE +4.9% เมื่อโพลในสัปดาห์ที่ผ่านมาระบุว่าจำนวนผู้สนับสนุนให้อังกฤษอยู่ใน EU ต่อไปเพิ่มขึ้นและสูงกว่าผู้สนับสนุนให้ออกก่อนที่จะมีการลงประชามติในวันที่ 23 มิ.ย. และตอบรับเชิงบวกหลังประธานเฟดแสดงความเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แม้ว่าอังกฤษจะออกจากกลุ่ม EU และยังคงมุมมองระมัดระวังต่อการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเนื่องจากยังมีอีกหลายตัวแปรที่ไม่แน่นอนที่อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ 

สรุปสภาวะตลาดหุ้นจีน (16-22 มิ.ย. 2559)

สัปดาห์ที่ผ่านมาตลาดหุ้นจีนปรับตัวขึ้น 0.6% เพื่อตอบรับผลโพลจำนวนผู้สนับสนุนให้อังกฤษอยู่ใน EU ต่อไปเพิ่มขึ้น ทั้งนี้กลุ่มพลังงานขยับขึ้นเด่น เมื่อราคาน้ำมันดิบ NYMEX กลับมาปรับตัวขึ้นทดสอบแนว US$50/ barrel อีกครั้ง รวมถึงกลุ่มถ่านหินที่ปรับตัวขึ้นเช่นกัน

สรุปความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยสัปดาห์ที่ผ่านมา (16-23 มิ.ย. 2559)

SET INDEX บรรยากาศการลงทุนที่เป็นบวกในตลาดเอเชียและยุโรป เพื่อตอบรับในเชิงบวกต่อกรณีผลโพลล่าสุด brexit ที่เอียงมาทางการคงเป็นสมาชิกในกลุ่มอียู ทำให้เกิดแรงเก็งกำไรเข้ามามากขึ้น SET INDEX ปิดที่ระดับ 1,436.40 จุด เพิ่มขึ้น 1.51 จุด หรือ +0.11% ณ วันที่ 23 มิ.ย.

สำหรับทิศทางตลาดหุ้นไทยสัปดาห์หน้า (24-30 มิ.ย. 2559)

MBKET คงน้ำหนักการลงทุนเป็น “กลาง” เป็นสัปดาห์ที่ 9 โดยปัจจัยสำคัญอยู่ที่ผลของการลงประชามติของชาวสหราชอาณาจักรวันที่ 23 มิ.ย. ซึ่งจะทราบผลอย่างเป็นทางการในช่วงเที่ยงวันของวันที่ 24 มิ.ย. ตามเวลาประเทศไทย ประเด็นนี้จะเป็นตัวแปรที่สำคัญต่อการกำหนดทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลก รวมถึงตลาดหุ้นไทยในช่วง 1 สัปดาห์จากนี้ไป

หากผลการลงประชามติครั้งนี้

หาก “ต้องการออกจากอียู” : คาดว่าจะเกิดความผันผวนในตลาดเงิน และตลาดหุ้นทั่วโลก โดยเฉพาะค่าเงินปอนด์อังกฤษ และ ยูโร จะอ่อนค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ/เงินทุนไหลออกจากตลาดตราสารหนี้ และตลาดหุ้น ของยุโรป และอังกฤษ ช่วงสั้นเงินทุนจะไหลเข้าพักใน Safe haven อย่างตลาดพันธบัตรสหรัฐ และทองคำ ซึ่งมีโอกาสทะลุ US$1300/ounce ได้ ในกรณีนี้ สำหรับตลาดหุ้นไทย คาดว่า SET INDEX มีโอกาสหลุดแนว 1,400 จุด สู่แนวรับสำคัญ 1,380 จุดได้ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนตลาดหุ้นไทยแล้ว เราแนะนำให้รอเข้าซื้อหุ้น Domestic Play ในบริเวณแนวรับดังกล่าว โดยเน้นที่กลุ่มธนาคาร และค้าปลีกเป็นสำคัญ

แต่หาก “คงการเป็นสมาชิกภาพอียู” คาดว่าสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลกจะฟื้นตัวเด่น ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้น หรือ ราคาน้ำมันดิบ เพราะดอลลาร์จะพลิกกลับมาอ่อนค่าเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆ โดยเฉพาะปอนด์อังกฤษ และ ยูโร ที่จะแข็งค่าอย่างโดดเด่น ขณะที่ตลาดหุ้นไทย กับกรณีนี้ มีโอกาสที่จะเกิด Technical rebound ทดสอบด่าน 1,440-1,450 จุดได้เช่นกัน แต่คาดว่าจะยังไม่ทะลุผ่านด่านดังกล่าวได้ ในเชิงกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำให้นักลงทุนรอขายทำกำไรรอบสั้นที่บริเวณแนวต้านนี้

ปัจจัยสำคัญอื่นๆ ในสัปดาห์หน้า ได้แก่

1. ติดตามรายงานตัวเลขเศรษฐกิจไทย เดือนพ.ค. เราคาดว่าสัญญาณการบริโภคภายในประเทศจะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปต่อเนื่อง ซึ่งจะช่วยปิดความเสี่ยงต่อภาพรวมการเติบโตทางเศรษฐกิจในปีนี้ได้

2. ติดตามการประชุมครม. อาจมีการพิจารณาโครงการรถไฟรางคู่ 6 เส้นทางที่ยังรอการพิจารณา

3. ติดตามการประมาณการผลการดำเนินงานของกลุ่มธนาคาร สำหรับงบการเงิน 2Q59

ภาพรวมกลยุทธ์การลงทุน เราแนะนำ ให้นักลงทุนรอทยอยสะสมหุ้นหลักกลับบริเวณ 1,400 จุด หรือต่ำกว่า เพราะเชื่อว่า Downside risk ของตลาดหุ้นไทยจำกัด แนวโน้มผลการดำเนินงานใน 2Q59 จะออกมาขยายตัว qoq เป็นส่วนใหญ่ สะท้อนกลับไปยังภาพรวมเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป