"ธ.ก.ส."คาดเริ่มจ่ายเงินชาวนาไร่ละ 1พันบาทได้ ก.ค. นี้ เพื่อให้ทันการปลูกข้าวรอบใหม่ ด้าน"สศค." กำหนดคนละ 10 ไร่ เพราะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ
จากกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีติให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหรกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ออกมาตรการช่วยเหลือชาวนาในถฤดูการผลิตใหม่ 2559 จำนวน 4โครงการ หนึ่งในนั้นคือการให้เงินชาวนาไร่ละ 1 พันบาท ไม่เกิน 10 ไร่ คิดเป็นวงเงิน 3.78 หมื่นล้านบาท
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า การให้เงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1 พัน จำนวนคนละ 10 ไร่ หรือไม่เกิน 1 หมื่นบาทต่อคน จะใช้วงเงินประมาณ 3.78 ล้านบาท จากมาตรการก่อนหน้านี้ที่ให้เงินช่วยเหลือไร่ละ 1 พันบาทไม่เกิน 15 ไร่ คิดเป็นเงินกว่า 4 หมื่นล้านบาท ซึ่งการลดให้ความเหลือ 10 ไร่ ส่วนหนึ่งเพราะมีข้อจำกัดด้านงบประมาณ อย่างไรก็ตามเท่าที่สำรวจข้อกำหนดคนละ 10 ไร่ สามารถครอบคลุมชาวนาถึง 82%
“ก่อนหน้านี้ภัยแล้งรุนแรงมาก และรัฐขอให้ชาวนาไปปลูกพืชอื่น ก็ไม่ช่วยลดผลกระทบต่อชาวนาจากปัญหาภัยแล้งมากนัก ดังนั้นภาครัฐมองว่าน่าจะมีมาตรการช่วยเหลือชาวนาเพิ่มเติม และครั้งนี้ไม่ใช่ให้เงินช่วยอย่างเดียว แต่มีมาตรการอื่น อาทิ สอนให้ทำบัญชีครัวเรือน การช่วยทำประกันภัยให้ พักชำระหนี้เงินต้นและลดดอกเบี้ย ถือเป็นแนวทางที่ช่วยเหลืออย่างครบวงจร”
สำหรับกรณีที่มีคนมองว่ามาตรการที่ออกมาเพื่อซื้อใจชาวนา เพราะรัฐกำลังจะลงมติร่างรัฐธรรมนูญ ต้นเดือนส.ค.นี้นั้น เขากล่าวว่า อย่านำเรื่องนี้ไปโยงกับการเมืองเพราะ การออกมาตรการเพราะรัฐเห็นว่าชาวนาลำบาก และที่เร่งออกมาช่วงนี้เพื่อให้ทันกับฤดูกาลเพาะปลูกข้าวที่กำลังจะเริ่มขึ้น
แหล่งข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ขณะนี้ธ.ก.ส.จะประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางระบบการจ่ายเงิน คาดว่าในช่วงต้นเดือนก.ค.จะแล้วเสร็จและเริ่มจ่ายเงินให้ชาวนาได้
ด้านนายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กล่าวว่า ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในระยะเวลาที่ผ่านมา ทำให้ ธ.ก.ส.ต้องเร่งออกมาตรการเพื่อช่วยบรรเทาความเดือดร้อนให้กับพี่น้องเกษตรกรให้สามารถมีเงินทุนในการหาปัจจัยการผลิตในรอบใหม่และให้มีรายได้เพียงพอสำหรับการใช้จ่ายในครัวเรือน ทั้งการดูแลหนี้สินเดิมและการสร้างเสถียรภาพการผลิตให้กับเกษตรกร ซึ่งจะช่วยให้เกษตรกรสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตและพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน ส่งผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศในระยะยาว








