นายกฯและคณะลงพื้นที่สนามบินอู่ตะเภา เร่งสรุปความก้าวหน้าให้เป็นรูปธรรมภายในปี้ ชี้ดัน "ระยอง" แชมป์รายได้สูงสุดที่1ของประเทศ
ที่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา จ.ระยอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมด้วยพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรมและคณะ เดินทางลงพื้นที่ติดตามความก้าวหน้าการพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาให้เป็นท่าอากาศยานพาณิชย์แห่งที่3
โดยมี พล.ร.อ.ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ให้การต้อนรับก่อนที่จะเป็นประธานการประชุมส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อรับทราบรายงานการใช้สนามบินนานาชาติอู่ตะเภาที่ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการก่อสร้างโครงการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่เพิ่มเติมและก่อสร้างลานจอดเครื่องบินด้านหน้าอาคารผู้โดยสารเพื่อเพิ่มขีดความสามรถในการรองรับผู้โดยสารและรองรับการเติบโตของกิจการการบินในอนาคต
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ดีใจที่ได้กลับมาที่นี่อีกครั้ง โดยขอให้สรุปความคืบหน้าที่เห็นเป็นรูปธรรมในปีนี้ ซึ่งเรามีศักยภาพในประเทศอยู่มาก จึงต้องใช้ให้เต็มที่ โดยรองนายกฯด้านเศรษฐกิจ กำลังขับเคลื่อนในการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ให้เต็มศักยภาพ เพื่อให้ด้านการเกษตรอุตสาหกรรมและท่องเที่ยวเติบโตไปพร้อมกัน โดยเฉพาะจังหวัดระยองเป็นจังหวัดที่มีรายได้สูงสุดของประเทศ เป็นอันดับ1ในจีดีพีต่อหัว และเชื่อว่าจะสามารถมีรายได้เพิ่มมากขึ้น หลังโครงการพัฒนาโลจิสติกเหล่านี้สำเร็จโดยบริบูรณ์ จึงขอเป็นกำลังใจและขอบคุณทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องเพราะเป็นผลงานร่วมกันของทุกคนร่วมกัน และอยากให้ประชาชนรู้ว่ากองทัพไทยและกองทัพเรือให้ความร่วมมือสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติและประชาชน
จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ซ่อมอากาศยานแห่งที่2 (อู่ตะเภา) ของบริษัทการบินไทยจำกัด (มหาชน) และตรวจเยี่ยมชมความคืบหน้าการก่อสร้างอาคารผู้โดยสารหลังใหม่ท่าอากาศยานอู่ตะเภา ก่อนที่นายกรัฐมนตรีได้ไปตรวจเยี่ยมท่าเรือจุกเสม็ด การท่าเรือสัตหีบ ฐานทัพเรือสัตหีบ เพื่อติดตามความคืบหน้าการพัฒนาท่าเรือเฟอร์รี่ เชื่อมจังหวัดในพื้นที่อ่าวไทยตอนบน รองรับการขนส่งระหว่างฝั่งตะวันออกและฝั่งตะวันตก
ต่อมา พล.อ.ประยุทธ์ พร้อมคณะได้ตรวจเยี่ยมศูนย์ซ่อมอากาศยานแห่งที่2 (อู่ตะเภา) ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) โดยมีนายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการผู้อำอวยการใหญ่ บริษัทการบินไทยฯ ได้สรุปถึงศักยภาพและความคืบหน้าการพัฒนาศูนย์ซ่อมอากาศยานให้เป็นศูนย์ซ่อมอากาศยานแห่งภูมิภาคตามนโยบายของรัฐบาลที่จะพัฒนาท่าอากาศยานอู่ตะเภาเป็นนิคมอุตสาหกรรมการบินรองรับการบินทั้งในระดับประเทศและอาเซียน ซึ่งศูนย์นี้เปิดทำการตั้งแต่ปี2540 มีพื้นที่กว่า150ไร่ สามารถซ่อมเครื่องบินพร้อมกันได้3ลำ โดยแบ่งเป็นเครื่องบินลำตัวกว้าง2ลำและลำตัวแคบ1ลำ ดำเนินการซ่อมอากาศยานเฉลี่ยปีละ20ลำใช้เวลาในการซ่อมเฉลี่ยลำละ37วัน









