"ไทยคม" วอนภาครัฐมีนโยบายชัดเจนเรื่องการกำกับดูแลธุรกิจดาวเทียม ชี้ต้องคำนึงถึงการแข่งขันในระยะยาว-รัฐไม่เสียประโยชน์
นายไพบูลย์ ภานุวัฒนวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM กล่าวว่า ตามที่มีข่าวเกี่ยวกับการที่รัฐบาลจะกำหนดแนวทางกำกับกิจการดาวเทียมสื่อสารของภาครัฐ และใบอนุญาตดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 ทางบริษัทเห็นว่า ดาวเทียมสื่อสาร ที่ไทยคมดำเนินกิจการอยู่นั้น ถือเป็นหนึ่งในโครงข่ายโทรคมนาคมพื้นฐานที่มีความสำคัญ มีความจำเป็น และเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาประเทศ และยังเป็นโครงข่ายที่ไปให้บริการในต่างประเทศ ถือเป็นธุรกิจที่สามารถนำเงินตราเข้าประเทศ สร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศ
ปัจจุบัน บริษัท มีดาวเทียมให้บริการประกอบด้วย ดาวเทียมไทยคม 4,5 และ 6 ซึ่งให้บริการอยู่ภายใต้สัญญาสัมปทาน ซึ่งยังคงให้บริการต่อไปตามเงื่อนไขเดิมของสัญญาปัจจุบันจนถึงปี 64 ส่วนดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 นั้น เป็นดาวเทียมดวงใหม่ที่ทางไทยคมได้ขออนุญาตและได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินการจากคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่ง ชาติ หรือ กสทช. ตามระบบใบอนุญาต แยกต่างหากออกจากระบบสัมปทานเดิม ซึ่งในการออกใบอนุญาตของ กสทช. นั้น ทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือ ไอซีที ได้อนุมัติให้ใช้วงโคจรดาวเทียมมายัง กสทช. เพื่อประกอบการอนุญาตดังกล่าวแล้วด้วย
ข้อกำหนดต่าง ๆ รวมทั้งค่าธรรมเนียมของดาวเทียมไทยคม 7 และ 8 เป็นไปข้อกำหนดของกฎหมาย ที่กำหนดให้เปลี่ยนแปลงจากระบบสัมปทานมาเป็นระบบใบอนุญาต โดยค่าธรรมเนียมลดลงจากระบบสัมปทาน เป็นไปตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่จะสนับสนุนให้กิจการโทรคมนาคมรวมทั้งดาวเทียมเข้าสู่ระบบใบอนุญาตมีต้นทุนค่าธรรมเนียมที่ลดลง เพื่อให้แข่งขันได้เป็นประโยชน์ระยะยาว ดังนั้น หากภาครัฐต้องการจะมีเงื่อนไขหรือคิดค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมในส่วนของดาวเทียมไทยคม 7 และไทยคม 8 ควรจะคำนึงถึงผลกระทบต่อภาคเอกชนที่ได้รับอนุญาตและลงทุนดำเนินโครงการไปแล้ว
นอกจากนี้ในการพิจารณาและการกำหนดนโยบายและค่าธรรมเนียมของภาครัฐ ไทยคมอยากให้ภาครัฐให้ความสำคัญในการคำนึงถึงความสามารถในการแข่งขันของเอกชนไทยในระยะยาว อยากให้ พิจารณาเทียบเคียงกับแนวทางการกำกับดูแลและค่าธรรมเนียมของต่างประเทศด้วย เพราะสภาพการแข่งขันในธุรกิจดาวเทียมทั่วโลกนั้นสูงมาก หากดาวเทียมไทยมีต้นทุนที่สูงกว่าดาวเทียมต่างชาติก็จะแข่งขันได้ยาก ซึ่งในตอนนี้ เฉพาะค่าธรรมเนียมใบอนุญาตของ กสทช. ก็สูงกว่าค่าธรรมเนียมของต่างประเทศมากอยู่แล้ว
พร้อมกันนี้ต้องการให้ภาครัฐมีแนวทางที่ชัดเจนในการกำกับให้การแข่งขันในประเทศไทยเองให้มีความเป็นธรรม เพราะในปัจจุบัน มีผู้ให้บริการดาวเทียมต่างชาติ เข้ามาให้บริการในประเทศไทยโดยไม่ได้ขอใบอนุญาต ไม่ได้ถูกกำกับดูแล ไม่ได้จ่ายค่าธรรมเนียม อยากให้ภาครัฐมีแนวทางการกำกับดูแล ให้ทุก ๆ รายแข่งขันกันได้อย่างเท่าเทียมกัน และรัฐจะได้ไม่เสียผลประโยชน์ด้วย
ทั้งนี้บริษัท ต้องการให้ภาครัฐมีความชัดเจนเกี่ยวกับนโยบายและหลักเกณฑ์ต่าง ๆ เกี่ยวกับดาวเทียมโดยเร็ว เพื่อให้กิจการดาวเทียมสื่อสารของประเทศเดินหน้าต่อไปได้ มีดาวเทียมเพิ่มเติมให้บริการกับคนไทย และแข่งขันกับต่างชาติได้ ให้เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างยั่งยืน โดยทางบริษัทยินดีให้ความร่วมมือในการเข้าไปชี้แจงให้ข้อมูลและหารือกับหน่วย งานภาครัฐ และหากมีสิ่งใดที่บริษัทสามารถดำเนินการเพื่อประโยชน์กับภาครัฐและเอกชนใน ระยะยาวได้ก็ยินดีพิจารณา









