วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (21 มิ.ย.59)

ปัจจัยอื่นหลีกทางให้ Brexit

คาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบแคบวันนี้ โดยที่การลงประชามติของอังกฤษว่าจะออกจาก EU หรือไม่ใกล้เข้ามาทุกขณะ แม้ว่าการสำรวจความคิดเห็นล่าสุดส่วนใหญ่จะออกมาว่าคนอังกฤษจะลงมติอยู่ใน EU ต่อ ทำให้มีการลดการป้องกันความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนลง แต่การป้องกันความเสี่ยงอาจกลับมาได้ทุกเมื่อหากผลการสำรวจความเห็นพลิกกลับเป็นออกจาก EU ปัจจัยภายในประเทศวันนี้มีผลน้อยต่ออารมณ์ของตลาด รัฐบาลยังคงออกมาตรการกระตุ้นการลงทุนของภาคเอกชน ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และสนับสนุนการท่องเที่ยวในท้องถิ่น ด้วยมาตรการลดภาษีสำหรับผู้ชำนาญการต่างชาติ สินเชื่อเงื่อนไขผ่อนปรนผ่านธนาคารออมสิน และงบประมาณเพิ่มเติมสำหรับการท่องเที่ยว


หุ้นเด่นวันนี้: TTCL (Bt22.00; NR; 16TP Bloomberg Bt26.07)

TTCL เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างงานประเภทออกแบบก่อสร้างครบวงจรประเภทปิโตรเลียม-ปิโตรเคมี(Engineering Procurement and Construction หรือ EPC) โดยรับงานทั้งในและต่างประเทศ และเลื่อนระดับจากผู้รับเหมา EPC ขนาดเล็กมาระดับกลาง ทำให้เผชิญการแข่งขันสูงมาก เพราะผู้รับเหมางาน Oil and Gas เข้ามาแข่งขัน อัตรากำไรขั้นต้นที่เคยสูงเกิน 10% ขึ้นไป ลดเหลือเพียง 5-7%แต่ TTCL มีรายได้จากธุรกิจไฟฟ้าในเมียนมาร์ขนาด 120 เมกะวัตต์ มาช่วยไว้ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมยังคงอยู่ที่ระดับ 6.4% และ 7.5% ตามลำดับTTCL รับรู้รายได้จากการขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าในเมียนมาร์ (Ahlone Project) ในปี 2558 ส่วนนี้มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงราว 67% ทำให้กำไรสุทธิรวมของ TTCL ส่วนใหญ่มาจากธุรกิจไฟฟ้ามากถึงกว่า 55% ทั้งที่รายได้ส่วนใหญ่ 96% มาจากงาน EPC แต่ธุรกิจไฟฟ้าสร้างรายได้เพียง 4% โครงการใหญ่ที่รอรับรู้รายได้ของ TTCL คือโรงไฟฟ้าถ่านหิน Ultra Super Critical Coal ที่เมียนมาร์ ขนาด 1,280 เมกะวัตต์ (2 เฟสเฟสละ 640 เมกะวัตต์)รอการอนุมัติ PPA คาดว่าได้ในไตรมาส3/59 และคาดว่าจะเริ่มงานก่อสร้างในปี 2560 หลังการก่อสร้างเสร็จ TTCL จะมีรายได้จากการจำหน่ายไฟฟ้าและมูลค่ากิจการจากโรงไฟฟ้าสูงขึ้นมาก คาดการณ์จะมีกำไรสุทธิต่อเมกะวัตต์ราว 3 ล้านบาท หรือรับรู้กำไรมากกว่า 3,500 ล้านบาทต่อปี (ปัจจุบันฐานกำไรอยู่ราว 500-600 ล้านบาทต่อปี แต่ก็มีความเสี่ยงว่าจะไม่ได้สร้างตามกำหนดการที่วางไว้ดังนั้นเรายังไม่ได้รวมรายได้และมูลค่าจากโครงการนี้เข้ามาจนกว่าจะชัดเจนว่าได้ PPA จากกระทรวงพลังงานฯ เมียนมาร์และไม่มีปัญหากับประชาชนที่ต่อต้านโรงไฟฟ้า Bloomberg Consensus คาดการณ์ EPS ปี 2559 และ 2560 (ไม่รวมโครงการโรงไฟฟ้า 1,280 เมกะวัตต์)เท่ากับ 0.93 และ 1.27 บาท คิดเป็นการเติบโต 24% และ 37% ตามลำดับ เราเห็นว่า TTCL มีกำไรที่ Turnaround และยังมีมูลค่าเพิ่มจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ ราคาหุ้นปัจจุบันอยู่ระดับที่น่าสนใจ โดยทางเทคนิค Price Pattern ของ TTCL เกิดทั้งDaily, Weekly, & Monthly Buy Signal ซึ่งบ่งบอกถึงการฟื้นตัวของราคาอย่างชัดเจน หากมีการอ่อนตัวของราคาในระยะสั้น ถือเป็นโอกาสในการเข้าทยอยสะสมหุ้น Price Pattern เกิดความแข็งแกร่งอย่างมากในแนวโน้มขาขึ้น (Uptrend) แล้วในรอบนี้ คาดว่ามีเป้าหมายแรกที่ 24.30 บาท และมีเป้าหมายเบื้องต้นที่ 30.25 บาท ตามลำดับ โดยมีจุด Stop Loss ระยะสั้นที่ 19.30 บาท (Resistance: 22.10, 22.50, 23.00; Support: 21.70, 21.30, 20.80)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• เงินกู้ ธ.ออมสินช่วยผู้มีรายได้น้อย ธ.ออมสินเตรียมให้เงินกู้ 5 พัน ลบ. เพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้ไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทสู้กับการกู้ยืมนอกระบบ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธ.ออมสินกล่าวว่าเงินกู้นี้จะช่วยลดเงินงวดผิ่นชำระและลดดอกเบี้ยสำหรับปีแรกที่รีไฟแนนซ์มาจากเงินกู้ใต้ดิน (Bangkok Post)

• นำโมเดลเก่ากลับมาใช้กระตุ้นการท่องเที่ยว ก.อุตสาหกรรมวางแผนที่จะกระตุ้นการท่องเที่ยวและผลิตภัณฑ์ในประเทศทั่วประเทศโดยนำโมเดลเก่าที่เคยประสบความสำเร็จมาใช้ รัฐได้เลือกเขตต่างจังหวัดหกเขตเป็นพื้นที่ทดลองมาตรการนี้ ได้แก่ นครศรีธรรมราช สุโขทัย อุดรธานี สุรินทร์ อุทัยธานีและกระบี่ ยังได้เตรียมงบ 70 ลบ. สำหรับโครงการและวางแผนจะใช้เงินบางส่วนจากกองทุนหมู่บ้าน (Bangkok Post)

• ให้สิทธิประโยชน์ภาษีสำหรับผู้เชี่ยวชาญต่างชาติ กรมสรรพากรเตรียมยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 10-15 ปีให้แก่ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติที่ทำงานในสายงานเฉพาะเพื่อเป็นส่วนนึงในการดึงเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพื่อช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันของไทย แหล่งข่าวจากกรมฯ เสริมว่าไม่ได้ยกเว้นให้ทั้งหมดทุกกรณีและอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสูงสุดยังคงอยู่ที่ 35% (Bangkok Post)

ต่างประเทศ

• ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นเมื่อวันจันทร์ ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 1 สัปดาห์เนื่องจากเทรดเดอร์ลดการถือครองพันธบัตรรัฐบาลเนื่องจากผลสำรวจระบุว่ามีเสียงสนับสนุนให้อังกฤษอยู่ในสหภาพยุโรปต่อเพิ่มขึ้น ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีเพิ่ม 0.05% จากเมื่อวันศุกร์อยู่ที่ระดับ 1.671% หลังจากแตะถึงระดับ 1.680% เมื่อวันจันทร์ (Reuters)

• ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงในขณะที่เงินปอนด์แข็งค่าขึ้น เป็นการปรับตัวขึ้นมากที่สุดในรอบ 1 วันตั้งแต่ปี 2008 หลังจากผลสำรวจความคิดเห็นมีแนวโน้มให้อังกฤษอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไป ดอลลาร์สหรัฐปรับตัวลงเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ร่วงลงอยู่ที่ 93.449 ในการซื้อขายช่วงเช้าซึ่งต่ำสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ และล่าสุดลดลง 0.6% อยู่ที่ระดับ 93.654 ส่วนเงินยูโรเพิ่มขึ้น 0.1% อยู่ที่ 117.60 เยน เหนือระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปีเมื่อวันพฤหัสที่ 115.51 เยน เทียบกับดอลลาร์สหรัฐ เงินยูโรปรับตัวขึ้น 0.3% อยู่ที่ 1.1309 ดอลลาร์สหรัฐ (Reuters)

• ศาลรัฐธรรมนูญเยอรมันในวันนี้จะพิจารณาตัดสินมาตรการการเข้าซื้อพันธบัตรของประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป (EU) โดยไม่จำกัดวงเงินหรือมาตรการ OMT ซึ่งธนาคารกลางยุโรป (ECB) ใช้ในช่วงเกิดวิกฤติทางการเงิน การไม่รับมาตรการดังกล่าวถูกมองว่าไม่น่าเป็นไปได้ แต่คำตัดสินอาจจำกัดอำนาจทางการเงินของ ECB ซึ่งลดความเชื่อมั่นในความสามารถของ ECB และเพิ่มความกังวลมากขึ้นเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือทางการเงินใหม่ ๆ ในอนาคต อย่างไรก็ตาม คำตัดสินจะไม่มีผลกระทบโดยตรงต่อมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของธนาคารยุโรปเนื่องจากมาตรการ QE ถูกออกแบบให้ต่างจากมาตรการ OMT ดังนั้นจึงไม่น่าจะมีการคัดค้านมากนัก (Reuters)

สหรัฐ:

• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดเพิ่มขึ้นเมื่อวันจันทร์ จากผลสำรวจเร็ว ๆ นี้แสดงให้เห็นถึงกระแสที่เปลี่ยนไปในการลงประชามติเพื่อออกจากสหภาพยุโรปในวันพฤหัสนี้ว่ามีความโน้มเอียงที่อังกฤษจะอยู่ในสหภาพยุโรป (Reuters)

• นางเยลเลนแถลงคำให้การต่อรัฐสภา นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟดจะแถลงคำให้การเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจและการเงินต่อวุฒิสภาสหรัฐในวันนี้และต่อสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรในวันพุธ ตลาดจะมองหาความชัดเจนมากขึ้นกว่าที่นางเยลเลนได้แถลงต่อสื่อมวลชนในการประชุม FOMC เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว (Reuters) 

ยุโรป:

• ดัชนีหุ้นประเทศหลักในกลุ่มยุโรป ปรับตัวเพิ่มขึ้นครั้งใหญ่ที่สุดของตั้งแต่เดือน ส.ค. ในวันจันทร์นำโดยหุ้นธนาคารขนาดใหญ่ สะท้อนการสำรวจความคิดเห็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ที่มีความหวังเพิ่มขึ้นว่าอังกฤษจะลงคะแนนอยู่ต่อในสหภาพยุโรป(Reuters)

เอเชีย:

• ความเชื่อมั่นของผู้ผลิตญี่ปุ่นปรับตัวเพิ่มขึ้นในเดือนมิ.ย.จากเดือนก่อน ที่ต่ำสุดในรอบ3 ปี และส่งสัญญาณการปรับตัวเพิ่มไปข้างหน้าอีกเล็กน้อยตามผลสำรวจของรอยเตอร์สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลเกี่ยวกับทิศทางข้างหน้าของการแข็งค่าของเงินเยน จากการลงคะแนนเสียง Brexit(Reuters)

• นายกรัฐมนตรี Shinzo Abe ผู้นำพรรค Liberal Democratic Party (LDP) มีคะแนนอย่าง
แข็งแกร่งใน upper house vote-polls ในเดือน ก.ค.:โดยผลสำรวจเมื่อวันจันทร์ นายกรัฐมนตรีShinzo Abe มีแนวโน้มที่จะได้รับคะแนนโหวตมากกว่าฝ่ายค้าน Democratic Party ถึงสองเท่าในการเลือกตั้งสภาสูง 10 ก.ค.นี้โดย Abeเลื่อนการเพิ่มภาษีการขายออกไป2 ถึง 2 ปีครึ่ง ถึงเดือน ต.ค. 2562ซึ่งเป็นการกล่าวกับ junior coalition partner ของพรรค LPD โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อที่จะชนะเสียงส่วนใหญ่ของ 121 ที่นั่ง สำหรับการตัดสินใจของเขา (Reuters)

• ผู้กำหนดนโยบายของธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ)บางคนกล่าวว่า เศรษฐกิจในต่างประเทศยังคงมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ และราคาสินค้าของญี่ปุ่น ตามบันทึกการประชุมนโยบายในเดือน เม.ย.ซึ่งจะแสดงออกมาในวันอังคารนี้ สมาชิกเหล่านั้นยังกล่าวว่า BOJ ควรตรวจสอบความเสี่ยงเหล่านี้ในอนาคต และดำเนินนโยบายผ่อนคลายทางการเงินโดยไม่ลังเล หากมีความจำเป็น(Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น 3% ในวันจันทร์ที่ผ่านมาเป็นการปรับตัวสูงขึ้นเป็นวันที่สองหลังจากที่โพลแสดงให้เห็นว่า มีความเป็นไปได้ลดลงที่สหราชอาณาจักรจะออกจากสหภาพยุโรป ขณะที่ปริมาณใช้น้ำมันเบนซินสหรัฐฯ เพิ่มขึ้น 5% ตามที่คาดหมายว่าจะมีความต้องการสูงสุดในช่วงขับขี่ในฤดูร้อน ข้อมูล ของ Genscapeชี้ว่ามีการเบิกน้ำมัน568,213 บาร์เรล จาก Cushingรัฐโอคลาโฮมา ตามรายงานน้ำมันดิบล่วงหน้าของสัปดาห์ ถึงวันที่ 17 มิ.ย. นอกจากนี้ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าเบรนท์เดือนส.ค.ปรับขึ้น 1.48 ดอลลาร์ (+ 3%) เป็น50.65 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล สัญญาล่วงหน้า เพิ่มขึ้น 7 % ตั้งแต่วันพฤหัสบดี หลังจากที่ลดลง 10% ในหก session ที่ผ่านมา ราคาน้ำมันดิบล่วงหน้าสหรัฐฯปรับเพิ่มขึ้น 1.39 ดอลลาร์ (+ 2.9 % ) มาที่ 49.37 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ด้วย (Reuters)

• ราคาทองคำลดลงในวันจันทร์ หลังจากโพลแสดงให้เห็นว่า สหราชอาณาจักรจะยังคงอยู่ในสหภาพยุโรป ทำให้ความต้องการสินทรัพย์ที่เสี่ยงสูงกว่าทองคำกลับเพิ่มขึ้น ราคาปิดของทองคำลดลง 0.8% อยู่ที่ 1,288.50 ดอลลาร์ต่อออนซ์ จากที่ลงไปก่อนหน้านี้ที่1,277.34 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ โกลด์ฟิวเจอร์สหรัฐฯ ส่งมอบเดือน สิงหาคมปรับตัวลดลง 0.2%ที่ 1,292.10ดอลลาร์ต่อออนซ์(Reuters)