Brexit เสี่ยงต่อธุรกิจ
ประเด็นการลงทุน
การลงประชามติของสหราชอาณาจักร (EU referendum) เหลือเวลาอีกแค่เพียง 3 วัน ซึ่งแม้ว่า Brexit (โหวตออกจาก EU) จะไม่ใช่มุมมองพื้นฐานของเรา แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นก็ยังมี ซึ่งถ้าผลออกมาไม่ได้เป็นไปตามที่เรามองจะทำให้เกิดความเสี่ยงต่อ BR เนื่องจากรายได้ 35% ของบริษัทมาจากกิจการในเนเธอร์แลนด์ เราเชื่อว่าปัจจัยด้าน Brexit จะเพิ่มแรงกดดันทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อบริษัท และนำไปสู่การฟื้นตัวที่ช้ากว่าที่คาด
เราคิดว่าราคาหุ้นปัจจุบันของ BR ได้สะท้อนกำไรไตรมาส 1/59 ที่อ่อนตัวแล้ว แต่ก็ต้องยอมรับว่า Brexit ทำให้เกิดโอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวลงได้อีก อย่างไรก็ตามราคาหุ้นของ BR เคยซื้อขายกันที่จุดต่ำสุดคิดเป็น PBV ที่ 1.1 เท่า (เทียบกับ 1.2 เท่า ในปัจจุบัน) ถ้า Brexit เกิดขึ้น เราเชื่อว่าราคา 5.80 บาท น่าจะเป็นแนวรับได้ (อิงตาม PBV 1.1 เท่า) เรายังคงให้คำแนะนำ "ซื้อ” โดยรอผลความชัดเจนของ Brexit แต่เราก็ยังเชื่อว่าบริษัทมีแนวโน้มสดใสในระยะยาว หนุนโดยการขยายกิจการ การขยายกำลังการผลิต และการเพิ่มสัดส่วนผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นสูง
ได้รับผลกระทบค่อนข้างจำกัดในแง่ของการแปลงค่าเงิน EUR เป็น BAHT เพียง 2-3% ต่อกำไร
ความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยนเกิดจากการแปลงค่าเงินจาก ยูโร เป็น บาท (แค่ผลทางบัญชี) เนื่องจากการดำเนินงานธุรกิจในประเทศเนเธอร์แลนด์คิดเป็น 30% ของรายได้รวมของบริษัท โดยมอร์แกน สแตนลีย์คาดว่าถ้าเกิด Brexit ค่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลง ประมาณ 11.5% เมื่อเทียบกับดอลล่าร์ เราเชื่อว่าค่าเงินยูโรจะอ่อนตัวเมื่อเทียบกับเงินบาทเช่นกันแต่อยู่ในระดับที่น้อยกว่าที่ 6-7% นั่นทำให้การแปลงค่าเงินจากกิจการในเนธอร์แลนด์มาเป็นในรูปเงินบาทจะน้อยลง เราคำนวณผลกระทบต่อการแปลงค่าเงินของกำไรสุทธิของ BR ที่ 2-3% หากเกิด Brexit ขึ้น
แต่จะได้รับผลกระทบในภาพรวมหากเศรษฐกิจใน EU และ UK เกิดการชะลอตัวจาก Brexit
ประมาณการผลกระทบเบื้องต้นจากการที่สหราชอาณาจักรจะออกจากสหภาพยุโรป ที่จะมีต่อตัวเลขเศรษฐกิจของทั้ง สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรป โดยคาดว่า GDP ของสหราชอาณาจักรจะปรับลดลง 0.8% ต่อปี และ GDP ของ สหภาพยุโรปรจะปรับลดลง 0.4% ต่อปี โดยผลกระทบที่แท้จริงมีโอกาสมากหรือน้อยกว่าประมาณการได้ขึ้นอยู่กับผลการเจรจาระหว่าง สหราชอาณาจักรและสหภาพยุโรปเกี่ยวกับประเด็นการค้า ภาษีและนโยบายแรงงานหลังการออกจากกลุ่มสหภาพยุโรป อย่างไรก็ดีประเทศเนเธอร์แลนด์จะเป็นหนึ่งในประเทศในกลุ่มสหภาพยุโรป ที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมากหากสหราชอาณาจักรตัดสินใจออกจาก สหภาพยุโรป และเนื่องจากยอดขายของ BR มาจากตลาดในประเทศเนเธอร์แลนด์ถึง 13% และตลาดในสหราชอาณาจักร 7.5% นั่นเป็นเหตุผลที่ทำให้เรามีความกังวลในการลงประชามตินี้ ยิ่งไปกว่านั้น ถ้าหากเกิด Brexit อาจทำให้มีการแข่งขันที่รุนแรงมากขึ้นในตลาดยุโรป เนื่องจากก้อนเค้กที่ลดลงจากอุปสงค์ชะลอตัว (ผลกระทบทางเศรษฐกิจ) แต่ปริมาณผลผลิตที่ออกมาของเนื้อเป็ดยังคงมีเท่าเดิม นอกจากนี้แผนของบริษัทที่จะเพิ่มสัดส่วนตลาดสหราชอาณาจักร เพื่อลดความเสี่ยงจากการแข่งขันที่รุนแรงในสหภาพยุโรปดูเหมือนจะเป็นแผนที่จะหนีเสือปะจระเข้
อุโมงค์อาจจะยาวขึ้นก่อนจะพบแสงสว่าง
ณ ตอนนี้เรายังคงเชื่อว่ากำไรไตรมาส 2/59 ของ BR น่าจะต่ำสุดสำหรับปีและจะกลับมาฟิ้นตัวในไตรมาส 3/59 แต่ถ้าเกิด Brexit จะส่งผลให้กำไรอ่อนตัวไปอีก 6 เดือนก่อนที่เริ่มฟื้นตัว นั่นหมายความว่าปีนี้คงเป็นปีที่ยากลำบากพอสมควร ถ้าเป้นเช่นนั้น กำไรในไตรมาส 3/59 มีโอกาสที่จะแย่ไปกว่าไตรมาส 2/59 ก่อนที่จะกลับมาปกติในไตรมาส 4/59 อย่างไรก็ตามสำหรับมุมมองในระยะยาวยังมีแนวโน้มการเติบโตที่ดีจากการร่วมทุนในประเทศอินโดนีเซียและรัสเซีย รวมทั้งการเติบโตของธุรกิจอาหารสำเร็จรูป









