ความกลัว Brexit ผ่อนลงแต่ยังมีความไม่แน่นอนอยู่
คาดว่าSET น่าจะปรับตัวขึ้นวันนี้หลังผลสำรวจในวันหยุดชี้ว่าการรณรงค์ให้อังกฤษคงอยู่ในEU ได้แรงสนับสนุนลดความกลัวเสี่ยงและหนุนค่าเงินปอนด์อย่างไรก็ดีแนวโน้มทางบวกของตลาดก็จะถูกจำกัดโดยภาพรวมของคะแนนเสียงที่ยังคงสูสีไปจนกว่าจะมีการลงประชามติในวันพฤหัสการพุ่งแรงของน้ำมันน่าจะช่วยหนุนหุ้นพลังงานมีแง่บวกหลายประการที่มาจากการประชุมCLMVT ในสัปดาห์ที่แล้วซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อภูมิภาคโดยรวมได้แก่ความร่วมมือให้CLMVT เป็นจุดหมายการท่องเที่ยวเดียวกันและจัดตั้งสภาธุรกิจและศูนย์กลางข้อมูลและSET กำลังหาเครื่องมือการลงทุนใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อแต่ละประเทศและภูมิภาค
หุ้นเด่นวันนี้: GLOW (ราคาปิด 85.25 บาท; NR; ราคาเป้าหมายBloomberg 89.89 บาท)
เราเลือกบมจ. โกลว์ พลังงาน เป็นหุ้นเด่นในวันนี้ด้วยกลยุทธ์ Defensive play ซึ่งมีค่า Beta ที่ต่ำเพียง 0.77 เท่า ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่แน่นอนของตลาดในปัจจุบัน ขณะที่ราคาหุ้นปัจจุบันได้ปรับตัวลดลงจนให้อัตราผลตอบแทนเงินปันผลที่สูงถึงระดับราว7.0% ต่อปี โดย GLOW ประกาศจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปีที่แล้วด้วยในอัตรา 5.75 บาท/หุ้น ด้วย Dividend payout ratio ที่ระดับ 100% เป็นครั้งแรก ซึ่งเราคาดว่ามีความเป็นไปได้สูงที่บริษัทฯ จะจ่ายเงินปันผลในอัตราที่มากขึ้นเช่นนี้อย่างต่อเนื่อง จากนโยบายเดิมที่จ่ายในระดับไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ ขึ้นเป็นระดับ 100% เนื่องจากบริษัทฯ มีเงินสดในมือมากและไม่มีแผนการลงทุนใหญ่ๆ ในช่วง 2-3 ปีข้างหน้านี้ จากการประเมินของเราพบว่า GLOW มีความสามารถเพียงพอที่จะจ่ายปันผลได้ไม่น้อยกว่าระดับในปีที่แล้ว หนุนจากกระแสเงินสดที่แข็งแกร่งและการฟื้นตัวของกำไรสุทธิเนื่องจากไม่มีการหยุดซ่อมบำรุงของโรงไฟฟ้าเช่นในปีที่แล้ว จากประมาณการของ Bloomberg consensus คาด EPS ปีนี้ฟื้นตัวเล็กน้อย 4% YoY ก่อนที่จะทรงตัวในปีหน้า Price Pattern ของ GLOW กลับมาเกิดความแข็งแกร่งในระยะสั้นจากการเกิด Daily Buy Signal ครั้งใหม่ แต่ก็ยังคงถูกกดดันจากการเกิดทั้ง Weekly & Monthly Sell Signal อยู่ ทั้งนี้เมื่อพิจารณา Price Pattern ของ GLOW ที่กลับมาเกิดความแข็งแกร่งในระยะสั้นครั้งใหม่ คาดว่ามีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 87.00 บาท และมีเป้าหมายสำคัญอยู่ที่ 90.25 บาท โดย GLOW มีจุด Stop Loss ระยะสั้นในรอบนี้อยู่ที่ 83.50 บาท (แนวต้าน: 86.00, 86.75, 88.50; แนวรับ: 84.50, 83.75, 82.00)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• ผลักดัน CLMVT ให้เป็นแหล่งการท่องเที่ยวเดียวกัน เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านการท่องเที่ยวจาก 5 ประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขงได้ประกาศแผนพัฒนาร่วมให้ CLMVT (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม และไทย) ให้รวมเป็นแหล่งการท่องเที่ยวเดียวกัน เน้นถึงความคล้ายคลึง รวมถึงลักษณะเฉพาะของวัฒนธรรมและมรดกทางธรรมชาติในเวทีโลก ทุกประเทศได้เตรียมตั้งแผนดำเนินการร่วมกัน เพิ่มการเชื่อมโยงด้านคมนาคมขนส่งและการพัฒนาด้านการตลาดเพื่อส่งเสริมผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยวร่วมกัน (The Nation)
• เตรียมตั้งคลังความรู้ ระหว่างการประชุม CLMVT Forum ห้าประเทศสมาชิกตกลงที่จะจัดตั้งสภาร่วมทางธุรกิจและตั้งคลังความรู้ (Knowledge Tank) เป็นหนึ่งในความคิดริเริ่มหลายอย่าง รมว.พาณิชย์กล่าวว่าคลังความรู้ของภูมิภาคควรต้องพัฒนาเพื่อเป็นระบบข้อมูลอย่างครบวงจรเพื่อให้ข้อมูลเกี่ยวกับการค้าและการลงทุน ช่วยให้คนได้เข้าถึงได้ง่ายขึ้นผ่านอินเทอร์เน็ต (Bangkok Post)
• ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองหาโอกาสใน CLMVโดยกำลังศึกษาความเป็นไปได้และแนวทางในการนำเสนอเครื่องมือทางการเงินในการระดมทุนให้กับบริษัทผู้ประกอบการในประเทศกัมพูชา ลาว เวียดนาม และเมียนมาร์ โดยพิจารณาบนหลักการที่จะต้องเอื้อประโยชน์ให้กับทั้งประเทศในกลุ่ม CLMV ในตลาดไทยไปพร้อมๆ กัน (Bangkok Post)
• PTT(317 บ.) ได้ทบทวนแผนการลงทุนให้สอดคล้องกับการดำเนินงานและสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งเพื่อให้การจัดทำงบประมาณป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงอนุมัติให้ปรับลดแผนการลงทุนในปี 2559 จาก 5.08หมื่นลบ. ลงเหลือ 43.3หมื่นลบ. โดยส่วนใหญ่เป็นการปรับลดแผนการดำเนินงานการลงทุนในธุรกิจก๊าซธรรมชาติ และธุรกิจโครงสร้างพื้นฐาน(SET)
• AP(6.70 บ.) ตั้งเป้าหมายจะเป็นหนึ่งในสามอันดับแรกของบริษัทพัฒนาที่อยู่อาศัยของประเทศ โดยในปี 2564 ตั้งเป้าหมายจะมีรายได้ต่อปี 5.0หมื่นลบ. ปัจจุบัน AP เป็นหนึ่งใน 10 อันดับ บริษัทอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำของประเทศ มีรายได้ในไตรมาส 1/59 เท่ากับ 4.22พันลบ. กำไรสุทธิ 454.78 ล้านบาท บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้ในปีนี้อยู่ที่ 2.37หมื่นลบ. โดนแบ่งเป็นสี่กลุ่มธุรกิจที่จัดตั้งขึ้น ได้แก่ บ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ และคอนโดมิเนียมอีกสองส่วน (กทม. และจังหวัดสำคัญ) เพื่อผลักดันการเติบโตในทุกด้านของ AP(The Nation)
ต่างประเทศ
• ภาพรวมเกี่ยวกับการลงประชามติของอังกฤษเกี่ยวกับการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ยังคงแสดงให้เห็นว่าผู้ที่สนับสนุนและคัดค้านมีจำนวนใกล้เคียงกันและความผันผวนในตลาดเงินระหว่างประเทศคาดว่าจะเพิ่มขึ้นในวันพฤหัสซึ่งมีการลงประชามติผลสำรวจในช่วงสุดสัปดาห์ชี้ว่าการรณรงค์ให้อังกฤษอยู่ในสภาพยุโรปต่อไปช่วยฟื้นความเชื่อมั่นตลาดผลการสำรวจก่อนหน้านี้ระบุว่าความเป็นไปได้มากขึ้นว่าชาวอังกฤษจะลงประชามติให้อังกฤษออกจากสหภาพยุโรปสั่นคลอนตลาดในช่วงที่ผ่านมาเนื่องจากนักลงทุนกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่มีต่อเศรษฐกิจทั่วโลก (Reuters)
• ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 สัปดาห์เมื่อวันศุกร์เนื่องจากนักลงทุนต่อรองกันว่าชาวอังกฤษจะลงประชามติออกจากสหภาพยุโรปในสัปดาห์หน้าหรือไม่ราคาพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีลดลง 16/32 ผลตอบแทนอยู่ที่ 1.618% ปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกนับแต่วันที่ 6 มิ.ย. (Reuters)
• เงินปอนด์แข็งค่าขึ้นกว่า 1% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันศุกร์เนื่องจากเทรดเดอร์ประเมินว่าการสังหารนางโจค็อกซ์สมาชิกสภานิติบัญญัติสังกัดพรรคแรงงานอังกฤษอาจทำให้ผู้สนับสนุนให้อังกฤษอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไปจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นหรือไม่เงินปอนด์ล่าสุดปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.06% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 1.4350 ดอลลาร์สหรัฐเพิ่มขึ้นจากระดับต่ำสุดในวันพฤหัสที่ 1.4010 ดอลลาร์สหรัฐทั้งนี้เงินปอนด์ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นถึง 1.4387 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันศุกร์สูงสุดในรอบ 1 สัปดาห์ (Reuters)
• ตำรวจเข้าจับกุมผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้สังหารนางโจค็อกซ์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาตำรวจได้เข้าจับกุมนายโทมัสแมร์ชายวัย52 ปีในข้อหาฆาตกรรมนางโจค็อกซ์หลังจากที่มีการต่อสู้กันนายโทมัสแมร์ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้สังหารนางโจค็อกซ์อายุ41 ปีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรหญิงจากพรรคฝ่ายค้านของอังกฤษและเป็นผู้สนับสนุนให้อังกฤษอยู่ในสหภาพยุโรปซึ่งถูกยิงและแทงจนเสียชีวิตที่ถนนในเขตหาเสียงของเธอทางตอนเหนือของอังกฤษเมื่อวันพฤหัสที่ผ่านมา (Reuters)
สหรัฐ:
• ตลาดหุ้นสหรัฐฯเมื่อวันศุกร์ปรับตัวลดลงโดยตลาดยังคงให้ความสำคัญไปที่การโหวตBrexit ที่จะมีขึ้นในสัปดาห์นี้ขณะที่ในรายสัปดาห์พบว่าดัชนีตลาดหุ้นหลักทั้งสามตลาดต่างปรับตัวลดลงเป็นอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 1% ซึ่งดัชนีNasdaq ปรับตัวลดลงราว 2% ราคาหุ้นApple หลังจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการกำกับดูแลทรัพย์สินทางปัญญาของจีนสั่งควบคุมการขายiPhone 6 และ 6 Plus โดยระบุว่าละเมิดสิทธิบัตรของบริษัทในจีน (Reuters)
• สหรัฐเผยตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านลดลงในเดือนพ.ค.กระทรวงพาณิชย์สหรัฐฯเปิดเผยว่าตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านลดลง0.3%ในเดือนพ.ค. สู่ระดับ1.16ล้านยูนิตก่อนหน้านี้นักวิเคราะห์คาดการณ์ก่อนหน้านี้ว่าตัวเลขการเริ่มต้นสร้างบ้านจะลดลงสู่ระดับ1.15ล้านยูนิตในเดือนพ.ค. ขณะที่ตัวเลขการอนุญาตก่อสร้างบ้านเพิ่มขึ้น0.7%ในเดือนพ.ค. สู่ระดับ1.14ล้านยูนิต (Reuters)
ยุโรป:
• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันศุกร์ปรับตัวสูงขึ้นนำโดยการปรับตัวสูงขึ้นโดดเด่นของตลาดหุ้นกรีซจากแรงหนุนของหุ้นกลุ่มธ.พ. ขณะที่ตลาดโดยรวมผ่อนคลายความกังวลบางส่วนหลังจากที่ฝ่ายสนับสนุนและฝ่ายคัดค้านอังกฤษแยกตัวจากสหภาพยุโรป (Brexit) ได้ประกาศระงับการรณรงค์ชั่วคราว ภายหลังจาก Jo Cox สมาชิกสภานิติบัญญัติสังกัดพรรคแรงงานของอังกฤษ ได้ถูกยิงเสียชีวิต (Reuters)
เอเชีย:
• ญี่ปุ่น: ส่งออกในเดือนพ.ค.ของญี่ปุ่นลดลง 11.3% YoY สาเหตุจากเงินเยนที่แข็งและการเจริญเติบโตที่เชื่องช้าของตลาดเกิดใหม่ลดความต้องการสินค้าญี่ปุ่นการลดลงคราวนี้มากว่า 10.4 % ตามที่นักเศรษฐศาสตร์คาดาการณ์และมากกว่าการลงลงของเดือนเม.ย.ที่ 10.1% YoY ส่วนการนำเข้าลดลง 13.8%YoY ตรงตามการประมาณการดุลการค้าขาดดุลมากถึง 40,700 ล้านเยนหรือ 389.10 ล้านดอลลาร์สหรัฐเมื่อเทียบกับประมาณการว่าจะมีการเกินดุล 40,000 ล้านเยน(Reuters)
• จีน: ราคาบ้านของจีนเพิ่มขึ้นในอัตราที่เร็วขึ้นในเดือนพ.ค. เนื่องจากได้รับการสนับสนุนจากการเจริญเติบโตที่เร็วขึ้นในเมืองชั้นสองหรือsecond-tier cities และการฟื้นตัวอย่างกว้างขวางในเมืองขนาดเล็กโดยราคาบ้านใหม่ใน 70 เมืองใหญ่ปรับขึ้น 6.9% YoY ในเดือนที่แล้วเร่งขึ้นจากเดือนเม.ย. ที่เพิ่มขึ้น 6.2%YoY ข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติแสดงให้เห็นเมื่อวันเสาร์จากที่เห็นการเพิ่มขึ้นจาก 46 เมืองในเดือนเม.ย.(Reuters)
• จีน: จีนสั่งอย่างน้อย 255 โรงงานอุตสาหกรรมในเซี่ยงไฮ้ให้ปิดเป็นเวลา 14 วันในช่วงสัปดาห์แรกของกันยายน (24 ส.ค.-6 ก.ย.) เพื่อลดมลพิษตามที่การประชุมสุดยอดG20 ในหางโจวกำหนดไว้ในเจ้อเจียงและมณฑลเจียงซูมีการกำหนดให้ออกคำสั่งที่คล้ายกันในการจำกัดมลพิษทางอากาศและความปลอดภัยอันตรายภายในรัศมี 300 กิโลเมตรจากหางโจวด้วย (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• ราคาน้ำมันในวันศุกร์ปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% เพราะดอลลาร์ที่อ่อนค่าและความกังวลที่น้อยลงของความเป็นไปได้ที่อังกฤษจะออกจาก EU เพิ่มความมั่นใจให้นักลงทุนในการซื้อสินทรัพย์เสี่ยง ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ล่วงหน้าเดือนใกล้เพิ่มขึ้น 1.98 ดอลลาร์ (4.2%) ปิดที่ 49.17 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบสหรัฐล่วงหน้าเดือนใกล้เพิ่มขึ้น 1.77 ดอลลาร์ (+3.8%) ปิดที่ 47.98 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล โดยร่วงไป 1.80 ดอลลาร์ในวันก่อนหน้า (Reuters)
• ราคาทองคำเพิ่มขึ้นกว่า 1% วันศุกร์ หลังจากค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่า และความระมัดระวังเกี่ยวกับความเห็นเรื่องดอกเบี้ยโดยสมาชิก Fed ที่มีสิทธิลงมตินโยบาย และมุ่งไปสู่การเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่สาม ราคาทองคำตลาดจรเพิ่มขึ้นไปถึง 1.2% แตะ 1,293.80 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ โดยรายสัปดาห์เพิ่มไป 1.5% ราคาทองคำล่วงหน้าส่งมอบ ส.ค. ลดลง 0.3% ไปปิดที่ 1,294.80 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ ต่ำกว่าจุดสูงสุดวันพฤหัสอยู่พอสมควร ซึ่งนับเป็นจุดสูงสุดนับแต่ ส.ค. 57 (Reuters)









