วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ซีกัล'ผนึกพันธมิตรเปิดโชว์รูมเจาะตลาดลาว

ซีกัล เดินหน้าเพิ่มช่องทางขาย เจาะตลาดไทย-ต่างประเทศ จับมือดิสทริบิวเตอร์รายใหญ่ เปิดตลาด"ลาว"

นายอรุณ เรืองจรุงพงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทไทยสเตนเลสสตีล จำกัด เปิดเผยว่าปัจจุบันมีลูกค้า 2 กลุ่ม ประกอบด้วย กลุ่ม B2C หรือกลุ่มลูกค้าที่ซื้อไปใช้ในครัวเรือน ผ่านช่องทางร้านค้าเทรดดิชั่นแนล โมเดิร์นเทรด สโตร์ เอาท์เล็ต และคอมมูนิตี้มอลล์ และกลุ่ม B2B ลูกค้าที่ซื้อไปใช้เพื่อประกอบธุรกิจ เช่น โรงแรม ร้านอาหาร แคเทอริ่ง โรงงานอุตสาหกรรมด้านอาหาร รวมถึงซื้อไปเป็นสินค้าพรีเมียมสำหรับกิจกรรมส่งเสริมการขาย ซึ่งขายผ่านช่องทางการติดต่อเข้าถึงลูกค้าโดยตรง การเจรจาทางธุรกิจในงานแสดงสินค้าระดับประเทศทั้งแบบส่งออกและรับจ้างผลิต

นอกจากนี้เดินหน้าเพิ่มช่องทางขายเจาะต่างประเทศ ล่าสุดจับมือดิสทริบิวเตอร์รายใหญ่ในลาว ‘Nouthong Trading IMP-EXP’ เปิดโชว์รูมซีกัล ใจกลางนครเวียงจันทน์ พร้อมรับลูกค้าทั้งกลุ่ม B2B และ B2C มองว่าลูกค้าในลาว นิยมข้ามชายแดนมาซื้อสินค้าจากประเทศไทย ถือเป็นโอกาสดีในการเข้าไปทำตลาด พร้อมกันนี้จะอาศัยประเทศลาว เป็นทางผ่านและเชื่อมต่อเข้าไปทำตลาดในกัมพูชาตอนกลาง หลังจากทำตลาดตอนเหนือและใต้ของประเทศดังกล่าวผ่านตัวแทนจำหน่ายมาก่อนหน้านี้

ปัจจุบันช่องทางขายหลัก คือ การขายผ่านร้านค้าและโมเดิร์นเทรด ปัจจุบันกลุ่มเทรดดิชั่นแนลเทรดพัฒนาขึ้นมาก โดยปรับโฉมและการนำเสนอสินค้าภายในร้านได้ใกล้เคียงกับโมเดิร์นเทรด ทำให้บริษัทมีพื้นที่จัดแสดงสินค้าเพิ่มขึ้น ซึ่งเอื้อต่อการเพิ่มโอกาสการขาย ขณะเดียวกันโมเดิร์นเทรดได้ขยายสาขาต่อเนื่อง จึงเพิ่มจำนวนลูกค้ามากขึ้น

ในยุคสังคมออนไลน์เข้ามามีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตของผู้บริโภค ซีกัลจึงได้เริ่มขยายช่องทางขายผ่านระบบออนไลน์ด้วยเช่นกัน โดยกลุ่มลูกค้าที่สั่งซื้อผ่านทางออนไลน์ทั้ง เว็บไซต์ แอพไลน์ อินสตาแกรม และโมบาย แอพ มีแนวโน้มขยายตัวสูง จากพฤติกรรมผู้บริโภคมักจะหาข้อมูลสินค้าทางอินเทอร์เน็ตก่อนตัดสินใจซื้อ จึงได้เข้าร่วมระบบออนไลน์ชอปปิงของศูนย์การค้าชั้นนำ และได้เริ่มขายผ่าน Lazada และอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อขายผ่านระบบอีคอมเมิร์ซอย่างต่อเนื่อง

ด้านภาพรวมกำลังซื้อครึ่งปีหลัง มองว่าเศรษฐกิจไทยน่าจะมีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก ที่ยังดูทรงตัวเมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ซึ่งจะส่งผลดีต่อการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตามคงต้องรอดูมาตรการเพิ่มเติมของภาครัฐในการกระตุ้นการใช้จ่ายของประชาชน รวมถึงการกระตุ้นการท่องเที่ยวภาคการเกษตรและอุตสาหกรรม โครงการระดับเมกกะโปรเจคต่างๆ ในประเทศ เพราะมีผลต่อการซื้อสินค้าเครื่องครัวซึ่งถือเป็นสินค้าที่ทุกครัวเรือนต้องใช้อย่างมาก

ส่วนผลการดำเนินงานปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 5% ต่ำกว่าเป้าหมายที่วางไว้ที่ 10% เนื่องจากยอดขายปีแรกไม่เป็นไปตามเป้าหมาย แต่เชื่อว่าในช่วงครึ่งปีหลังจะเริ่มดีขึ้น โดยสัดส่วนการขายมาจากครึ่งปีหลัง 60% และช่วงครึ่งปีแรก 40%