วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สบน.' เผยนักลงทุนต่างชาติถือบอนด์รัฐ 16%

"สบน." ชี้มีแนวโน้มนักลงทุนต่างชาติลงทุนพันธบัตรรัฐบาลเพิ่มขึ้น หลังดอกเบี้ยนอกต่ำ เผยสัดส่วนต่างชาติปรับสูงขึ้นแตะ16%

นายสุวิชญ โรจนวานิช ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนต่างชาติ ทยอยเข้าลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลไทยจำนวนมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่อัตราดอกเบี้ยในต่างประเทศ อาทิ สหรัฐที่มีดอกเบี้ยต่ำ และกลุ่มยุโรป รวมถึง ญี่ปุ่น ที่มีแนวโน้มดอกเบี้ยติดลบ ส่งผลให้สัดส่วนนักลงทุนต่างชาติที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลขณะนี้อยู่ที่ 16% จากเดือนมี.ค.ที่ผ่านมาอยู่ที่ 14% หรือ 5.8 แสนล้านบาท

ดังนั้น มีแนวโน้มมากขึ้น ที่นักลงทุนต่างชาติ จะนำเงินเข้ามาลงทุนในไทย รวมถึงประเทศเกิดใหม่มากขึ้น เพราะผลตอบแทนในประเทศเหล่านี้ยังเป็นบวก แต่การเข้าลงทุนนั้น จะไปยังตลาดหุ้นมากกว่าตลาดพันธบัตร เนื่องจากผลตอบแทนสูงกว่า อย่างไรก็ดี สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ยังมีผลตอบแทนที่เป็นบวก โดยพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ 3 ปี อยู่ที่ 1.64% รุ่นอายุ 10 ปี อยู่ที่ 2.13%

ส่วนการที่เฟดคงดอกเบี้ยที่ 0.25-0.5% ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อสบน.และผู้กู้เงิน ซึ่งหมายความว่า ดอกเบี้ยของไทย น่าจะทรงตัวในระดับต่ำต่อไปได้อีก เพราะดอกเบี้ยของไทย จะเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกันกับดอกเบี้ยสหรัฐ แต่นโยบายดอกเบี้ยติดลบไม่มี

ดังนั้นเชื่อว่า เงินต่างประเทศ จะไหลเข้าตลาดไทยมากขึ้น โดยเฉพาะกรณีที่เยอรมนีอาจมีอัตราดอกเบี้ยติดลบ เงินจะไหลมาประเทศไทย และประเทศเกิดใหม่มากขึ้น แต่ต้องเข้าใจว่า เมื่อเข้าได้ก็ออกได้ จึงต้องมีแผนรองรับ ซึ่งแบงก์ชาติก็เฝ้าระวังเรื่องนี้ โดยเฉพาะกรณีที่เงินเข้ามาด้วยเหตุของการฟอกเงิน

“แม้ว่าที่ผ่านมาดอกเบี้ยของไทยอยู่ในระดับต่ำ แต่ยืนยันว่าไทยไม่มีนโยบายใช้ดอกเบี้ยติดลบ หรือดำเนินนโยบายการเงินที่รุนแรงแน่นอน สำหรับสิ่งที่ต้องจับตาอยู่ในขณะนี้ คือ ในวันที่ 23 มิ.ย.นี้ ว่าอังกฤษจะลงประชามติออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ เนื่องจากอาจส่งผลกระทบรุนแรงต่อตลาดได้ รวมถึงการลงประชามติเรื่องร่างรัฐธรรมนูญของไทยในวันที่ 7 ส.ค.นี้ด้วย ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ตลาดและนักลงทุนจับตามอง”

นอกจากนี้ อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้พันธบัตรรัฐบาลไทย ได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุน ซึ่ง สบน. ได้สอบถามนักลงทุนและได้คำตอบว่า เพราะอัตราแลกเปลี่ยนของไทย ไม่มีการเปลี่ยนแปลงในลักษณะหวือหวา เมื่อเทียบกับค่าเงินประเทศอื่นๆ อย่างไรก็ดี เมื่อเทียบนักลงทุนต่างชาติ ที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลประเทศอื่น เช่น มาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ถือว่ามีสัดส่วนที่สูงกว่าเรา โดยมีสัดส่วนถึง 30% สาเหตุเพราะเขาให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า

“แม้ขณะนี้ สัดส่วนต่างชาติที่ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาลจะสูงขึ้น แต่ไม่ได้สูงสุด เมื่อเทียบกับก่อนที่จะมีการปฏิวัติ ซึ่งก่อนหน้านั้น จะสูงถึง 20% แต่สัดส่วน 16% ในขณะนี้ ก็ถือว่า ดีขึ้น โดยนักลงทุนไม่ได้มองประเด็นเรื่องการปฏิบัติเป็นเรื่องสำคัญ”เขากล่าวและว่า ทั้งนี้ กลุ่มนักลงทุนส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มที่มาจากยุโรป เช่น กองทุนขนาดใหญ่จากประเทศอังกฤษ เป็นต้น