วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ปรับขึ้นต่อ

ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ธนาคาร ท่องเที่ยว รับเหมา

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้   :   ปรับขึ้นต่อ

ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าจะปรับขึ้นต่อ โดยกระแสเงินลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นไทย ด้วยยอดซื้อสุทธิต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 2 มิ.ย. - 7 มิ.ย. 2559 เป็นมูลค่า 9,182 ล้านบาท จากการคาดการณ์การชะลอปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ คาดว่าจะสนับสนุนทิศทางตลาดหุ้นไทยต่อ อีกทั้งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวขึ้นเช่นกัน

แนวรับ/แนวต้าน : 1437/1460 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

กลยุทธ์ : ซื้อหุ้น กลุ่ม โรงกลั่น ธนาคาร ท่องเที่ยว รับเหมา

หุ้นแนะนำ 

BANPU (15.3) : ราคาถ่านหินที่เริ่มขยับขึ้นมาต่อเนื่องที่ 52.8 เหรียญ/ตัน จากช่วงต้นปีที่ระดับ 49-50 เหรียญ/ตัน เราจึงคิดว่าเป็นโอกาสซื้อ ทั้งนี้ นอกจากธุรกิจโรงไฟฟ้าที่BANPU จะนำบริษัทฯลูก IPO ในช่วงปลายปีนี้ BANPU ยังได้ลงทุนในธุรกิจ shale gas และ solar farm เพื่อเป็นการกระจายความเสี่ยงจากธุรกิจถ่านหิน 


ERW (6.2) : ผลประกอบการ 2Q59 มีลุ้นเป็นบวกครั้งแรกในรอบหลายปี ERW เป็นหุ้นในกลุ่มโรงแรมที่ได้รับผลบวกจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งปีนี้มีวันหยุดยาวหลายวัน ทั้งนี้ปัจจุบันราคาหุ้นยังขึ้นมาไม่มากหากเทียบกับหุ้นในกลุ่มโรงแรม

CK (35.5) : คาดกำไรไตรมาส 2/59 โดดเด่นอย่างมาก เนื่องจากอาจมีการรับรู้งานส่วนเพิ่มเติมในโครงการเขื่อนไซยะบุรีมูลค่ากว่า 1.4 หมื่นล้านบาท (ปกติรายได้ประมาณไตรมาสละ 9 พันล้านบาท) อีกทั้งคาดว่าจะมีงานประมูลของทางภาครัฐและเอกชนออกมาเรื่อยๆไม่ว่าจะป็นโครงการรถไฟฟ้าสายสี ส้ม เหลือง ชมพู และสุวรรณภูมิเฟส 2 นอกจากนี้ CK ได้รับผลประโยชน์จากการเป็นผู้ถือใหญ่ในบริษัทฯ BEM CKP และ TTW ซึ่งอยู่ในอุตสาหกกรมที่แข็งแกร่งและมีแนวโน้มเติบโต

KCE (91) : ได้ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนเนื่องจากส่งออกกว่า 95% และยังมีลุ้นเข้าเทรดในกลุ่ม SET50 กลางปีนี้ อีกทั้งคาดผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 3Q59 เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคาสินค้า ซึ่งจะไม่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรในโรงงานใหม่ที่ดีขึ้นและผลแห่งการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ “อาคม” เตรียมชง ครม.พิจารณาอนุมัติสร้าง 3 เมกะโปรเจ็กต์รถไฟฟ้า-ทางคู่-แอร์พอร์ตลิงค์ มูลค่าเฉียดแสนล้านในเดือน ก.ค.นี้ พร้อมแจงข้อกล่าวหาพรรคประชาธิปัตย์ ยันตัวเลขลงทุนไฮสปีดเทรนไทย-ญี่ปุ่นยังไม่ชัดเจน เพียงแค่การศึกษาขั้นกลางเท่านั้น

+ ครึ่งปีหลังส่อแววเศรษฐกิจฟื้นดีขึ้นกว่าครึ่งปีแรก เม็ดเงินลงทุนโครงการใหญ่ของรัฐเริ่มเห็นผลเอกชนเตรียมลงทุนตาม จับตาเศรษฐกิจโลก ทั้งจีนและการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ห่วงกดการส่งออกไม่ฟื้นตัว กกร.เร่งถกปัญหาตีความคำนวณภาษีของสรรพากรและบีโอไอไม่ตรงกัน หวั่นกระทบเชื่อมั่น

+ ครม.ไฟเขียวกฎหมายปิโตรเลียม เพิ่มระบบสัญญาแบ่งปันผลผลิตเป็นอีกทางเลือกในการบริหารจัดการปิโตรเลียม เตรียมส่งต่อให้ สนช.พิจารณา สั่งกระทรวงพลังงานศึกษาตั้งบรรษัทปิโตรเลียมแห่งชาติ ชี้หากจำเป็นแก้กฎหมายอีกรอบ คาดเปิดสำรวจรอบ 21 ได้เร็วสุดกลางปีหน้า

+ นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม เปิดเผยว่า กระทรวงเตรียมนำโครงการ ”กรุงเทพ เมืองแฟชั่น” นำมาดำเนินงานใหม่อีกครั้ง หลังจากมีการพับเก็บไปเมื่อปี 2557 หวังปลุกกระแสแฟชั่นในประเทศไทย เพื่อเป็นการยกระดับอุตสาหกรรมแฟชั่นให้เป็นศูนย์กลางในอาเซียนตามแผนที่วางไว้ ส่งผลให้มีการส่งออกและซื้อขายภายในประเทศกระตุ้นรายได้ จากปี 2558 ที่มียอดขายรวมประมาณ 5 แสนล้านบาทต่อปี แบ่งเป็นยอดขายในประเทศ 3 แสนล้านบาทต่อปี และยอดส่งออก 2 แสนล้านบาทต่อปี

ปัจจัยต่างประเทศ

+ ตลาดหุ้นสหรัฐปิดปรับตัวขึ้นในวันอังคาร โดยดัชนี S&P 500 ปิดที่ระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นอย่างมากของหุ้นกลุ่มพลังงานและความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่ว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะไม่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดบวก 17.95 จุดหรือ 0.10% สู่ 17,938.28 จุด

+ ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดดีดตัวขึ้นจากระดับต่ำสุดในรอบ 4 สัปดาห์ในวันนี้ หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ไม่ได้ส่งสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับกำหนดเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด แม้ยังคงระบุว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยอาจจะเกิดขึ้นในเร็วๆนี้ก็ตาม ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดเพิ่มขึ้น 95.42 จุด หรือ 0.58% มาที่ 16,675.45 จุด

- ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX พุ่งขึ้น 1.4 % ในวันอังคาร และขึ้นไปแตะจุดสูงสุดของปี 2016 ในระหว่างวัน โดยราคาน้ำมันดิบสหรัฐสามารถปิดตลาดเหนือระดับ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลได้เป็นครั้งแรกในรอบเกือบหนึ่งปี โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่า สต็อกน้ำมันดิบอาจลดลงในสหรัฐ และจากความกังวลเรื่องการโจมตีอุตสาหกรรมน้ำมันในไนจีเรีย ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนก.ค.พุ่งขึ้น 67 เซนต์ หรือ 1.4 % มาปิดตลาดที่ 50.36 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งถือเป็นจุดสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ต.ค. 2015