"พล.อ.อนันตพร" รับ "เหนื่อย" แก้ปัญหาขัดแย้งพลังงาน หลังเจอภาคประชาชนคัดค้านการสร้างโรงไฟฟ้า ยืนยันจัดการปัญหาสัมปทานไฟฟ้าไม่ขาดแคลน
พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ รมว.พลังงาน ยอมรับว่าเหนื่อยในการทำงานที่แม้จะมีการชี้แจงเรื่องการจัดการที่ดูเรื่องความมั่นคง การป้องกันผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังมีการคัดค้านจากภาคประชาชน โดยเฉพาะการก่อสร้างโรงไฟฟ้าต่าง ๆ ดังนั้น ในความคิดเห็นส่วนตัว จึงเห็นว่าแทนที่ภาครัฐจะเป็นฝ่ายกำหนดพื้นที่สร้างโรงไฟฟ้าก็น่าจะเกิดจากให้ประชาชนในพื้นที่เป็นผู้เรียกร้องเสนอมา โดยต้องมีกลไกที่เอื้อต่อเรื่องนี้นอกเหนือจากเรื่องกองทุนพัฒนาโรงไฟฟ้า เช่น ประชาชนรอบโรงไฟฟ้าจะได้ค่าไฟถูกกว่าประชาชนส่วนอื่น ผู้ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าพลังงานทดแทน ก็จ่ายค่าไฟฟ้าแพงกว่าผู้ที่ต้องการใช้ไฟฟ้าพลังงานฟอสซิล ซึ่งสูตรไฟฟ้านี้ก็มีอยู่แล้วในยุโรป และสามารถตอบโจทย์ผู้ที่ต้องการใช้พลังงานทดแทนได้ โดยขอย้ำว่าเป็นเพียงความคิดเห็น ซึ่งต้องศึกษาว่าจะสามารถนำมาใช้ได้หรือไม่
ทั้งนี้ ยืนยันว่า ปัญหาการบริหารสัมปทานปิโตรเลียมที่จะหมดอายุหรือก๊าซในประเทศลดน้อยลงจะไม่ส่งผลทำให้ก๊าซฯ ขาดแคลนอย่างแน่นอน เพราะจะเร่งก่อสร้างสถานีแอลเอ็นจีแห่งที่ 2 ของ ปตท. 7.5 ล้านตัน และเร่งหาทางเจรจากับทางผู้ได้สัมปทานรายเดิม คือ เชฟรอน และ บมจ.ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม หรือ ปตท.สผ. ให้คงกำลังการผลิตมากที่สุด โดยดูสัญญาระหว่างกัน และควรมีการแก้ไขสิ่งที่เกี่ยวข้องอย่างไรไม่ว่าจะเป็นกฎหมายหรือเรื่องอื่น ๆ ขณะเดียวกันหากราคาก๊าซแอลเอ็นจีมีราคาถูกก็อาจจะทำให้ข้อกังวลที่ว่าจะกระทบค่าไฟฟ้านั้นลดน้อยลงไปก็ได้
“เราได้เร่งโครงการแอลเอ็นจีเทอร์มินอล 2 เป็นการเตรียมการรับปัญหาทั้งก๊าซลดลงและความไม่แน่นอนของโรงไฟฟ้าถ่านหิน โดยในส่วนของโรงไฟฟ้ากระบี่ได้รับแจ้งจากคณะกรรมการไตรภาคีจะสรุปได้เร็วกว่าแผน 1 เดือน จากเดิมกำหนดไว้ 8 เดือนครบกำหนดสิงหาคมนี้ ซึ่งจะสร้างหรือไม่ คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช.จะเป็นผู้พิจารณา” รมว.พลังงาน กล่าว








