"เชาว์" เผยการปรับลดดอกเบี้ยออมทรัพย์เหลือ 0% ต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ ชี้เพื่อบริหารต้นทุน ระบุสภาพคล่องสถาบันการเงินมีสูงถึง 3-4 แสนลบ.
นายเชาวน์ เก่งชน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ดอกเบี้ยออมทรัพย์ 0% ถือว่าเป็นระดับต่ำที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะแม้แต่ช่วงเกิดวิกฤตปี 2540 อัตราดอกเบี้ยเงินฝากก็ยังสูงกว่านี้ อย่างไรก็ตามสภาพคล่องในระบบสถาบันการเงินขณะนี้มีสูงมากถึง 300,000 – 400,000 ล้านบาท หลังธนาคารพาณิชย์ มีความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ธนาคารต้องบริหารต้นทุนที่มีอยู่ด้วยการลดต้นทุนจากภาระดอกเบี้ยเงินฝากลง แต่การดำเนินนโยบายดังกล่าวขึ้นอยู่กับการบริหารจัดการของแต่ละธนาคาร ซึ่งมีต้นทุนที่แตกต่างกัน และเชื่อว่าจะไม่กระทบต่อตลาดการเงิน เพราะมองว่าประชาชนจะไม่ถอนเงินออกจากบัญชีออมทรัพย์ทั้งหมด เพราะเป็นบัญชีที่จะต้องใช้ในชีวิตประจำวัน เช่น การชำระเงินสาธารณูปโภค บัญชีเงินเดือน แต่อาจจะมีการหันไปลงทุนในสินทรัพย์อื่นบ้าง เช่น กองทุน ตราสารหนี้ระยะสั้น
นายเชาวน์ ยังมองว่า กรณีดังกล่าวจะไม่ใช่ปัจจัยหลักที่คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. จะนำไปพิจารณา เพราะโจทย์ใหญ่ของ กนง. คือการรักษาเสถียรภาพการเงิน ประคับประคองเศรษฐกิจไทยให้ฟื้นตัว และความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและตลาดการเงิน ดังนั้น กนง.จะยังไม่มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงในปีนี้
นายอมรเทพ จาวะลา ผู้อำนวยการอาวุโส สำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย กล่าวว่า การที่ธนาคารพาณิชย์บางแห่ง ลดดอกเบี้ยเงินฝากออมทรัพย์ไม่ได้เหนือความคาดหมาย เพราะธนาคารพาณิชย์คงทยอยลดดอกเบี้ยเงินฝาก เพื่อบริหารต้นทุนและสภาพคล่องที่มีอยู่มาก หลังจากที่การปล่อยสินเชื่อชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจ แต่การปรับลดเหลือ 0 % ถือว่าเกินคาด จากนี้คงต้องจับตามองธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ว่าจะมีการบริหารต้นทุนเงินฝากอย่างไร จะปรับลดดอกเบี้ยลงตามหรือไม่ แต่สำหรับธนาคารพาณิชย์ขนาดกลางและเล็ก คงไม่สามารถปรับลงได้ เพราะใช้อัตราดอกเบี้ยเป็นแรงจูงใจลูกค้าให้เปิดบัญชีเงินฝาก หากปรับดอกเบี้ยเงินฝากลงจะมีการไหลออกของเงินฝากไปยังธนาคารรายอื่น
นายอมรเทพ กล่าวว่า แนวโน้มการแข่งขันด้วยดอกเบี้ยจะน้อยลง ธนาคารพาณิชย์จะต้องแข่งขันด้วยการบริการมากขึ้น เห็นได้จากธนาคารส่วนใหญ่ปรับรูปแบบสู่ดิจิทัล แบงก์กิ้ง แทนการเปิดสาขา และ ออกบัญชีเงินฝากพิเศษระยะสั้น มาแทนบัญชีเงินฝากประจำ และประชาชนต้องมีการเปลี่ยนพฤติกรรมการออม จากการฝากเงินเป็นลงทุนในสินทรัพย์ประเภทอื่นที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เพราะหากไม่มีความรู้การออม ในระยะยาวอาจจะมีรายได้ไม่เพียงพอสำหรับวัยเกษียณ









