วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

CK - ซื้อ

รายงานกำไรสุทธิ 1Q59 +267%QoQ แต่ –30%YoY

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1/59 ที่ 304 ล้านบาท : แต่หากหักกำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวน 53 ล้านบาทจะเหลือกำไรปกติเพียง 251 ล้านบาทเพิ่มขึ้น 238%QoQ และเพิ่มขึ้น 105%YoY โดยรายได้จากการก่อสร้างทรงตัวใกล้เคียงไตรมาสก่อนเนื่องจากงานก่อสร้างโครงการต่างๆ อยู่ในช่วงกลางของการก่อสร้างโดยเฉพาะเขื่อนไซยะบุรีซึ่งเป็นรายได้หลัก ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 8%QoQ สู่ระดับ 8.66% เพราะเป็นงานก่อสร้างช่วงกลางโครงการอีกทั้งกำไรขั้นต้นของบริษัทย่อยปรับตัวดีขึ้น ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวลงจากไตรมาสก่อนเพราะค่าใช้จ่ายพนักงานลดลง นอกจากนี้ดอกเบี้ยจ่ายปรับตัวลง 134 ล้านบาทเพราะคาดว่าจะได้รับชดเชยดอกเบี้ยจ่ายจากผู้ว่าจ้างในอนาคต

- ปรับประมาณการกำไรปี 59 เพิ่มขึ้น 31% สู่ระดับ 2,421 ล้านบาท : จากการร่วมประชุมกับผู้บริหาร CK บริษัทแจ้งเรื่องการรับรู้งานส่วนเพิ่มของเขื่อนไซยะบุรีอีก 1.9 หมื่นล้านบาท ซึ่งทาง CK ได้ดำเนินการก่อสร้างไปแล้วราว 1.4 หมื่นล้านบาทแต่ยังไม่ได้ลงนามในสัญญาก่อสร้าง หากบริษัทลงนามในสัญญาก่อสร้างในไตรมาส 2 จะมีการรับรู้รายได้ส่วนเพิ่มจากเขื่อนไซยะบุรีราว 1.4 หมื่นล้านบาท ฝ่ายวิจัยจึงปรับประมาณการรายได้จาก 3.5 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้นสู่ 4.9 หมื่นล้านบาททำให้กำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจาก 1,842 ล้านบาทเป็น 2,421 ล้านบาทซึ่งเติบโต 10%YoY อีกทั้งในไตรมาส 2 คาดว่าจะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดของ CK เนื่องจากเริ่มรับรู้งานส่วนเพิ่มของไซยะบุรีตามที่กล่าวไปแล้วและได้รับเงินปันผลจาก TTW ราว 230 ล้านบาทที่ประกาศจ่ายในช่วงปลายไตรมาส 1

- งานก่อสร้างภาครัฐเริ่มเห็นความชัดเจนมากขึ้น : งานภาครัฐมีความคืบหน้ามากขึ้นหลังภาครัฐประกาศให้โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู สายสีเหลือง มอเตอร์เวย์บางประอิน-โคราช และบางใหญ่-กาญจนบุรีเป็นรูปแบบ Public Private Partnership (PPP) ซึ่งให้เอกชนมาร่วมลงทุนกับภาครัฐเพื่อให้มีความรวดเร็วมากขึ้น โดยมีมูลค่างานรวม 2 แสนล้านบาทซึ่งคาดว่าจะเปิดการประมูลได้ภายในปีนี้ ล่าสุดงานก่อสร้างสุวรรณภูมิเฟส 2 จะเปิดประมูลปลายเดือน มิ.ย. นี้มูลค่า 4.9 หมื่นล้านซึ่งทาง CK จะร่วมยื่นประมูลด้วย โดยผู้บริหารคาดว่าจะได้งานราว 20% เป็นอย่างน้อยซึ่งจะช่วยเพิ่ม Backlog ของ CK ให้มีความแข็งแกร่งยิ่งขึ้น

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 32 บาท : แม้ว่าในปีนี้จะมีการปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นแต่เป็นผลจากงานเพิ่มของไซยะบุรีซึ่งจะรับรู้เพียงปีเดียวราว 1.4 หมื่นล้านบาท และปี 60 กำไรมีแนวโน้มอ่อนตัวลงเนื่องจากงานก่อสร้างเริ่มเข้าสู่ภาวะปกติฝ่ายวิจัยจึงยังไม่ปรับเพิ่มราคาเหมาะสม โดยประเมินมูลค่าเหมาะสมปี 59 ของ CK ด้วยวิธี SOTP (ใช้ราคา Consensus เฉลี่ย BEM TTW และ CKP) ได้ราคาเหมาะสมที่ 32 บาท ราคาเหมาะสมยังคงสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงแนะนำ “ซื้อ”