วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

KAMART - ซื้อ

ธุรกิจเครื่องสำอางเติบโตอย่างชัดเจน

ธุรกิจเครื่องสำอางเติบโตสูงและชัดเจนยิ่งขึ้น - KAMART รายงานกำไรสุทธิ 1Q16 เติบโตได้ดีกว่าคาด ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของธุรกิจเครื่องสำอาง ในขณะที่ธุรกิจเก่ามีภาระเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งสำนักวิจัยทิสโก้คาดว่าหลังจากปลดภาระการตั้งสำรองจากธุรกิจเก่าทั้งหมด จะเห็นการเติบโตอย่างชัดเจนในธุรกิจเครื่องสำอาง ซึ่งมีทิศทางการเติบโตที่ดีจากการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายการควบคุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายและการผลักดันอัตรากำไรผ่านการประกอบและบรรจุสินค้าเครื่องสำอางเอง ซึ่งเห็นผลได้ดีในช่วง 2-3 ไตรมาสที่ผ่านมา และฐานะทางการเงินของบริษัทที่ยังแข็งแกร่งและปันผลต่อเนื่อง โดยล่าสุดประกาศจ่ายเงินปันผล 0.07 บาทต่อหุ้น (XD 26 พ.ค. 2016)

กำไรสุทธิใน 1Q16 ดีกว่าคาด - KAMART รายงานกำไรสุทธิ 1Q16 จำนวน 68 ล้านบาท ซึ่งเติบโตค่อนข้างมาก +65% YoY แต่ค่อนข้างทรงตัว QoQ ซึ่งการเติบโตมาจาก 1) รายได้การจำหน่ายเครื่องสำอางที่เติบโตสูง 11% มาอยู่ที่ 324 ล้านบาท จากการเพิ่มผลิตภัณฑ์และช่องทางการจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ 2) อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 56.8% จาก 54.4% YoY และ 53.3% QoQ ตามการเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่บรรจุเองมากขึ้น 3) ในขณะที่ค่าใช้จ่ายการขายและบริหารต่อยอดขายลดลงอยู่ที่ 31.8% ซึ่งเป็นไปตามการเติบโตของยอดขาย

เพิ่มช่องทางจำหน่าย สินค้า จะช่วยหนุนผลประกอบการ - ผลประกอบการ 1Q16 คิดเป็น 26% ของประมาณการทั้งปีของสำนักวิจัยทิสโก้ที่ 263 ล้านบาท โดยสำนักวิจัยทิสโก้ยังคงประมาณการเดิมของสำนักวิจัยทิสโก้ ซึ่งคาดว่าการเติบโตของบริษัทนั้นจะมาจาก 1) การเพิ่มสาขาของบริษัทเอง 2) การเพิ่ม/ปรับ สินค้าให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมและความนิยม ซึ่งจะมีสินค้าใหม่ 100SKUs ต่อปี 3) การขยายช่องทางการจัดจำหน่ายให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้น รวมทั้งเพิ่มจำนวน SKUs ที่จะวางจำหน่าย และ 4) เพิ่มการจำหน่ายในต่างประเทศ บริษัทมีทั้งสาขาในต่างประเทศ (12 สาขา) และสาขาโมเดิร์นเทรดใน 3 ประเทศ (ลาว, มาเลเซีย และกัมพูชา) ในปี 2016F บริษัทจะขยายเข้าประเทศอื่นๆ มากขึ้น เช่น เพิ่มการจำหน่ายใน Watson มาเลเซีย, เวียดนาม (Guardian, AEON) , สิงคโปร์ (Watson) และเมียนมาร์ (City Mart) และ 5) เพิ่มสัดส่วนการบรรจุสินค้าเอง ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มอัตรากำไรของบริษัท

ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น “ซื้อ” - ด้วยแนวโน้มการเติบโตที่ดีของบริษัท จากการอยู่ในธุรกิจที่เติบโตสูง และการตัดธุรกิจเดิมที่ไม่ทำกำไรออกไป จะส่งผลให้เห็นการดำเนินงานของธุรกิจเครื่องสำอางชัดเจนมากยิ่งขึ้น ประกอบกับราคาหุ้นที่ปรับลงในช่วงก่อนหน้านี้เริ่มกลับมามี upside อีกครั้ง สำนักวิจัยทิสโก้จึงปรับคำแนะนำขึ้นจาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” ราคาเป้าหมายของสำนักวิจัยทิสโก้ที่ 8.30 บาท (DCF) โดยปัจจุบัน KAMART ซื้อขายอยู่ที่ PER 18.5 เท่า ปี 2016F หรือคิดเป็น PEG เพียง 0.7 เท่า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่า BEAUTY ที่ PER 31.1เท่าและ PEG 0.9x โดยสำนักวิจัยทิสโก้มองว่าบริษัทยังมีเงินสดในมือและกระแสเงินสดที่อยู่ในระดับสูง ปัจจัยเสี่ยง Downside มาจาก 1) การใช้จ่ายผู้บริโภคที่ชะลอตัว 2) การแข่งขันที่รุนแรงจากคู่แข่งทั้งในประเทศและต่างประเทศ