หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : ปรับตัวลง
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดว่าจะปรับตัวลง จากการขาดปัจจัยบวกใหม่ๆสนับสนุนตลาด อีกทั้งราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกลดลงเล็กน้อย และแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐในการประชุมเดือน มิ.ย. 2559 อาจทำให้เกิดแรงขายทำกำไรจากนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยเพิ่มขึ้นในอนาคต
แนวรับ/แนวต้าน : 1390/1410 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว และคาดจะรายงานงบออกมาดีในปีนี้
หุ้นแนะนำ
TASCO (38) : ผ่านช่วง low season ในเดือน ก.พ. มาแล้ว ซึ่งปัจจุบันราคายางมะตอยได้ปรับตัวขึ้นกว่า 50% จากช่วงเวลาดังกล่าว คาดว่าในงวด 2Q59 TASCO ยังคงได้รับอานิสงค์จากยอดขายในประเทศ ในขณะที่ spread ของยางมะตอยยังอยู่ในระดับที่ดี นอกจากนี้ผลจากการควบรวมบริษัทฯในประเทศอินโดนิเซียและเวียดนามจะเริ่มเห็นผลชัดเจนในช่วง 2Q59 เช่นกัน ปัจจุบัน TASCO ขายด้วย PE เพียง 7 เท่า
ERW (5.3) : ผลประกอบการ 2Q59 มีลุ้นเป็นบวกครั้งแรกในรอบหลายปี เนื่องจากได้รับผลบวกจากนักท่องเที่ยวโดยเฉพาะชาวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกทั้งปีนี้มีวันหยุดยาวหลายวัน ทั้งนี้ปัจุบันราคาหุ้นยังขึ้นมาไม่มากหากเทียบกับหุ้นในกลุ่มโรงแรม
KCE (91) : ได้ผลบวกจากค่าเงินบาทอ่อนเนื่องจากส่งออกกว่า 95% อีกทั้งคาดผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 3Q59 เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคาสินค้า ซึ่งจะไม่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรในโรงงานใหม่ที่ดีขึ้นและผลแห่งการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ นายสมชัย สัจจพงษ์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจไตรมาสแรกขยายตัว 3.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) นับว่าขยายตัวดีกว่าที่คาด เนื่องจากการลงทุนภาครัฐเริ่มส่งผล ภาคเอกชนเริ่มมีความเชื่อมั่น และเมื่อมาตรการระยะสั้น ปานกลางและระยะยาว รวมทั้งรัฐบาลเตรียมออกมาตรการดูแลบางส่วนเพิ่ม จึงคาดว่าจะส่งผลให้เศรษฐกิจไตรมาส 2 ขยายตัวเกิน 3% ของจีดีพี นอกจากนี้ รัฐบาลยังเน้นช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี เพื่อให้เข้าถึงแหล่งทุนเมื่อจดแจ้งกับกรมสรรพากรในการทำบัญชีเดียว
+ นายศุกรีย์ สิทธิวณิช รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท. เตรียมดึงนักฟุตบอลสโมสรเลสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมแสดงคลิปโปรโมต ท้าทายคนไทยให้เดินทางท่องเที่ยวในประเทศ ภายใต้แคมเปญ รวมใจเที่ยวไทย โดยเบื้องต้นจะทำคลิปในรูปแบบ คลิปแชร์ทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก (ไวรัลคลิป) เพื่อกระตุ้นความสนใจกับนักท่องเที่ยวไทยในกลุ่มวัยทำงาน และคนไทยที่เป็นแฟนคลับของทีมฟุตบอลเลสเตอร์ ซิตี้ ให้ท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น ซึ่งคาดว่าการจัดทำไวรัลคลิปครั้งนี้จะช่วยผลักดันให้เกิดการกระตุ้นการเดินทางในโครงการรวมใจเที่ยวไทย เกิดเงินหมุนเวียนในประเทศ 42,960 ล้านบาท ท้าคนไทย-อังกฤษเที่ยวไทย
- กันตาร์ฯ เผยผลสำรวจกำลังซื้อสินค้า "อุปโภคบริโภค" ไตรมาสแรกปีนี้โต 1.8% ต่ำสุดรอบ 10 ปี ชี้ปัจจัยเศรษฐกิจชะลอตัว ปัญหาภัยแล้ว หนี้ครัวเรือน ฉุดผู้บริโภค "ความถี่" จับจ่ายไฮเปอร์มาร์เก็ต-สะดวกซื้อ-โชห่วย พบ 4.5 แสนครัวเรือนลดซื้อจับตาสัญญาณกำลังซือภาคอีสาน-เหนือส่อติดลบ คาดทั้งปีขยายตัว 1-2%
- "หุ้น-เงิน" เอเชียร่วง หลังเจ้าหน้าที่เฟดหนุนขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า ขณะนักลงทุนมองสวนทาง มีโอกาสน้อยเฟดขึ้นดอกเบี้ย พร้อมจับตาประชุม จี-7 ในสัปดาห์หน้า ออกนโยบายกระตุ้น ด้านปลัดคลังแถลงโต้ตัวเลขเศรษฐกิจไทยหลังมีข่าวตัวเลขไม่น่าเชื่อถือ
ปัจจัยต่างประเทศ
- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,526.62 จุด ลดลง 3.36 จุด หรือ -0.02%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (18 พ.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณว่าอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า ในรายงานการประชุมซึ่งมีการเผยแพร่เมื่อวานนี้ตามเวลาสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลง หลังจากสหรัฐเปิดเผยสต็อกน้ำมันดิบที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างผิดคาดในสัปดาห์ที่แล้ว
- ดัชนี FTSE 100 ปิดปรับตัวลง 1.97 จุด หรือ 0.03% แตะที่ 6,165.80 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (18 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนได้รับแรงกดดันจากการเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวังของบริษัทเบอร์เบอร์รี กรุ๊ป ขณะที่นักลงทุนจับตาดูรายงานการประชุมประจำวันที่ 26-27 เม.ย.ของเฟดอย่างใกล้ชิด โดยเฟดจะเปิดเผยรายงานดังกล่าวหลังจากที่ตลาดหุ้นลอนดอนปิดทำการแล้ว
- ดัชนีนิกเกอิปิดลบ 8.11 จุด หรือ 0.05% แตะที่ 16,644.69 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบ หลังจากภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะใช้นโยบายการคลังนั้น เริ่มน้อยลง หลังจากทางการญี่ปุ่นเปิดเผยตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แข็งแกร่งเกินคาด
+ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนมิ.ย.ลดลง 12 เซนต์ หรือ 0.3% ปิดที่ 48.19 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (18 พ.ค.) สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นในสัปดาห์ที่แล้ว นอกจากนี้ สัญญาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าอาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนหน้า









