วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Daily Market Outlook (16 พ.ค.59)

ขอเวลาย่อยข้อมูล

คาดหุ้นไทยวันนี้เคลื่อนไหวในกรอบแคบเนื่องจากนักลงทุนยังคงต้องการเวลาย่อยข้อมูลสำคัญต่างๆ ของประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ที่ออกมาพร้อมๆ กัน รวมถึงรายงานจีดีพีไตรมาส 1/59 ของไทยที่จะออกมา 9.30 น. ของวันนี้ ตลาดวอลล์สตรีทเมื่อวันศุกร์กลับปรับตัวลงแม้ว่าตัวเลขสำคัญได้แก่ตัวเลขค้าปลีกและครัวเรือนจะออกมาดีกว่าที่ตลาดคาด ขณะที่สัญญาซื้อขายล่วงหน้าอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยเฟดรวมถึงพันธบัตรรัฐบาลยังคงคาดการณ์ว่าการที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยรอบเดือน มิ.ย. มีโอกาสน้อยกว่า 5% ตัวเลขเศรษฐกิจกิจของจีนที่ออกมาอ่อนแอในช่วงวันหยุดลดทอนปัจจัยบวกจากตัวเลขจีดีพีของยูโรโซนที่ออกมาดี ด้านปัจจัยในประเทศ จับตาการประกาศจีดีพีไตรมาส 1/59 จากสภาพัฒน์วันนี้และสรุปผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนจากตลาดหลักทรัพย์ในวันพรุ่งนี้หรือวันถัดไป


หุ้นเด่นวันนี้: CPF (ราคาปิด 28.00 บาท; ซื้อ; ราคาเป้าหมายปี 59 ของ AWS 37.00 บาท)

บมจ. เจริญโภคภัณฑ์อาหาร มีแนวโน้มผลประกอบการที่น่าจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมากในปีนี้ประกอบกับสัญญาณทางเทคนิคคอลที่แข็งแกร่ง เรายังเห็นปัจจัยบวกต่อธุรกิจในภาพรวมทั้งเนื้อหมู ไก่ และกุ้ง ในปีนี้ ได้แก่ 1) ราคาสินค้าประเภทอาหารสัตว์ (ข้าวโพดและถั่วเหลือง) ที่ยังคงต่ำช่วยต้นทุนค่าอาหารสัตว์ 2) ยอดขายของธุรกิจสัตว์น้ำในประเทศเติบโตอย่างมีนัยสำคัญหลังปริมาณการผลิตกุ้งกลับเข้าสู่ภาวะปกติหลังจากได้รับผลกระทบจากโรคตายด่วนในกุ้ง (EMS) ในช่วงสามปีที่ผ่านมาและส่งผลให้ธุรกิจสัตว์น้ำกลับมามีอัตรากำไรจากการดำเนินงานเป็นบวกได้ในไตรมาส 1/59 3) ราคาเนื้อหมูยังคงเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากภาวะขาดแคลนอุปทานในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะจีน 4) คาดว่าธุรกิจไก่เนื้อจะปรับตัวดีขึ้นทั้งในแง่ของราคาและปริมาณหลังปัญหาอุปทานล้นตลาดในปีที่ผ่านมาคลี่คลายลง ประกอบกับการส่งออกที่เพิ่มขึ้นตามการขยายช่องทางการจัดจำหน่ายกับผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในญี่ปุ่น 5) การเข้าถือหุ้นของ C.P. Cambodia และ S&W ซึ่งประกอบธุรกิจสัตว์ปีกครบวงจรในรัสเซียจะช่วยกระตุ้นยอดขายและกำไรสุทธิในปีนี้ เราคาดการณ์ผลการดำเนินงานจะเติบโตได้ 369% YoYในปีนี้ และ 9% ในปี 60 จากติดลบ 58% ในปี 58 รูปแบบราคาของ CPF ยังคงอยู่ในแนวโน้มขาขึ้นจากการเกิดสัญญาณซื้อทั้งรายวัน รายสัปดาห์และรายเดือน หลังสามารถปิดตลาดเหนือเป้าหมายเบื้องต้นที่ 26 บาท ราคาหุ้นน่าจะปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายถัดไปที่ 29.00 บาท และ 32.00 บาท ตามลำดับ โดยมีจุด Stop Loss สำหรับรอบนี้อยู่ที่ 23.10 บาท (แนวต้าน: 28.50, 29.00, 29.50; แนวรับ: 27.50, 27.00, 26.50)

ปัจจัยสำคัญ

ประเด็นในประเทศ:

• รมว.คลังคาดเติบโตอย่างน้อย 3% ปีนี้ แม้ ธปท.จะเห็นว่ามีความเสี่ยงขาลงสำหรับเศรษฐกิจ โดยอยู่บนคาดว่าว่าตัวเลขเศรษฐกิจ ได้แก่ การนำเข้าสินค้นประเภททุนและการลงทุนของภาครัฐอย่างมหาศาลในโครงสร้างพื้นฐาน (Bangkok Post)

• ใกล้ได้ข้อสรุปต้นทุนระบบรางรมว.คมนาคมเชื่อว่าหลังการประชุมระหว่างทางการไทยและจีนในปักกิ่ง น่าจะแก้ปัญหาความไม่ลงตัวของโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-นครราชสีมาได้ในสัปดาห์นี้ โดยจีนจะพิจารณาลดต้นทุนสำหรับบางงานในโครงการ นอกจากนี้ยังตกลงจะเร่งก่อสร้างรถไฟโดยแบ่งงานก่อสร้างออกเป็นหลายส่วน ไม่ต้องรอทั้งโครงการออกแบบเสร็จก่อน (Bangkok Post)

• ใกล้บรรลุข้อตกลงการค้าเสรีกับปากีสถาน หลังกรมเจรจาการค้าได้เจรจาการค้ารอบที่สามเมื่อสัปดาห์ก่อน คาดว่าประเทศไทยและปากีสถานจะสามารถบรรลุข้อตกลงการค้ากับปากีสถานได้ภายในสิ้นปีนี้และอาจสามารถเริ่มมีผลบังคับใช้ได้ในปีหน้า (The Nation)

• หนี้เสียธนาคารเพิ่มขึ้นในไตรมาส 1/59 หนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ของธนาคารพาณิชย์ (NPLs) เพิ่มขึ้น 2.64% ในไตรมาส 1/59 และเพิ่มขึนจาก 2.55% ในไตรมาส 4/59 กล่าวโดย นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาสุโสฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย และได้กล่าวเพิ่มเติมว่าหนี้เสียและสินเชื่อต่อ SMEs มีแนวโน้มของความกังวลเพิ่มมากขึ้น (Bangkok Post)

• ADVANC (146.50 บาท, ซื้อ, ราคาเป้าหมาย 195 บาท) และ TRUE (7.45 บาท) ยุติข้อตกลงเช่าคลื่น 900 เมกะเฮิร์ตซ์สำหรับการโรมมิ่งระหว่างเครือข่าย ADVANC และทรูมูฟ แหล่งข่าวกล่าวว่าเหตุผลที่ดีลล้มเพราะสองฝ่ายเห็นว่าเงื่อนไขที่อีกฝ่ายเสนอนั้นไม่เป็นธรรม (Bangkok Post) Comment: ดีลล้มเป็นผลดีสำหรับ ADVANC เพราะประหยัดค่าโรมมิ่งระหว่างช่วงรักษาลูกค้า ขั้นต่อไปคือจับตาคือการประมูลครั้งใหม่ในวันที่ 27 พ.ค.นี้

• MAJOR (31.25 บ.,ถือ, ราคาเป้าหมายปี 59 33.00 บ.) รายงานผลกำไรสุทธิไตรมาส 1/59 อยู่ที่ 226 ลบ. เพิ่มขึ้น 63% QoQและ 14%YoYหากไม่รวมกำไรจากการขายเงินลงทุนจำนวน 65 ลบ. บริษัทจะมีกำไรปกติอยู่ที่ 161 ลบ. เพิ่มขึ้น 16% QoQและ 3% YoY (SET, AWS) ความเห็น: ผลกำไรออกมาต่ำกว่าประมาณการของ Bloomberg ที่ 259 ลบ. อยู่ 38% แต่สอดคล้องกับการประมาณการของเราที่ 154 ลบ.

ต่างประเทศ

• ข้อมูลล่าสุดชี้ไปที่แนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่งขึ้นและยุโรปมีการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดีพอควรแต่ไม่มั่นใจเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน ข้อมูลค้าปลีกที่แข็งแกร่งในสหรัฐและความเชื่อมั่นผู้บริโภคหนุนแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ แม้ว่าสำนักงานสถิติยุโรป (Eurostat) ปรับลดประมาณการก่อนหน้านี้ แต่ได้รายงานการขยายตัวทางเศรษฐกิจในยูโรโซนไตรมาส 1/59 อย่างไรก็ตาม การลงทุนของจีน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกทั้งหมดเติบโตน้อยกว่าที่คาดในเดือนเม.ย. ซึ่งเพิ่มความกังวลว่าเศรษฐกิจของจีนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกยังมีเสถียรภาพอยู่หรือไม่ (Reuters)

• ปฏิกิริยาสนองตอบที่ไม่คาดคิดต่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งในตลาด Fed Funds Futures และตลาดพันธบัตร เนื่องจาก Fed Funds Futures เพิกเฉยต่อข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐอย่างเห็นได้ชัดและได้รวมไว้ในการคำนวณราคาแล้วว่ามีโอกาสน้อยกว่า 5% ที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ในการประชุมเดือนมิ.ย. นี้ ส่วนผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปี ลดลง 0.05% อยู่ที่ 1.70% (ปิดต่ำสุดในรอบ 5 สัปดาห์)

• ดอลลาร์สหรัฐไต่ระดับสูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์เทียบกับสกุลเงินหลักอื่น ๆ ในตะกร้าเงินเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐที่แข็งแกร่งเกินคาดดูเหมือนจะกระตุ้นความคาดหวังว่าเฟดอาจขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 1 ครั้งในปีนี้ ส่วนเงินยูโรร่วงลงอยู่ที่ 1.1304 ดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.6% (Reuters)

สหรัฐ:

• ตลาดหุ้นสหรัฐปิดร่วงลงเมื่อวันศุกร์ เนื่องจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันเพิ่มแรงกดดันจากบริษัทกลุ่มค้าปลีกหลังจากรายงานผลการดำเนินงานไตรมาสที่ไม่สดใสจากนอร์ดสตรอมและ เจซี เพนนี ได้บดบังรายงานยอดค้าปลีกประจำเดือนเม.ย. ที่แข็งแกร่ง การปรับตัวลงของหุ้นห้างสรรพสินค้าดังกล่าวยิ่งเน้นอิทธิพลที่กำลังขยายตัวของอะเมซอนดอทคอมและสถานการณ์ของบริษัทค้าปลีกแบบดั้งเดิมที่กำลังดิ้นรนเพื่อให้ทันกับผู้ขายออนไลน์ (Reuters)

• ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 ไม่แย่นัก รายงานผลการดำเนินงานไตรมาส 1/59 ของหุ้นที่อยู่ในการคำนวณดัชนี S&P500 ได้ประกาศเกือบหมดแล้วและโดยเฉลี่ยไม่เลวร้ายอย่างที่คาดไว้ แต่สำหรับผลการดำเนินงานในไตรมาส 2/59 สำหรับทุกบริษัทที่มีผลการดำเนินงานที่ประกาศก่อนหน้าว่ามีความแข็งแกร่ง มีบางรายที่มีสัญญาณเตือน ซึ่งทำให้ S&P500 เทรดกันที่ประมาณ 16.5 เท่า ของประมาณการกำไรสุทธิ จากข้อมูลของทอมสัน รอยเตอร์ส I/B/E/S (Reuters)

• ตัวเลขค้าปลีกสหรัฐ เม.ย. เพิ่มมากสุดในรอบปี เพราะคนสหรัฐเพิ่มการซื้อรถยนต์และสินค้าอื่นอีกหลายชนิดชี้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐกำลังฟื้นตัวดีขึ้นหลังการเติบโตชะงักอยู่บ้างในไตรมาส 1/59 ตัวเลขค้าปลีกเพิ่มขึ้น 1.3% MoMเดือนที่แล้ว เพิ่มขึ้นมากสุดนับแต่ มี.ค. 58 หลังร่วงไป 0.3% ใน มี.ค. หากไม่รวมยานยนต์ น้ำมัน วัสดุก่อสร้างและบริการอาหาร ตัวเลขค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.9% เดือนที่แล้วหลังมีการปรับขึ้น 0.2% ในมี.ค. นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ว่ายอดค้าปลีกจะเพิ่มขึ้น 0.8% (Reuters)

• ความเชื่อมั่นครัวเรือนสหรัฐพุ่งขึ้นสู่ระดับสูงสุดรอบ 11 เดือนต้น พ.ค. โดยมหาลัยมิชิแกนระบุว่าดัชนีความเชื่อมั่นพุ่งขึ้น 6.8 จุดสู่ 95.8 จุดในช่วงต้นเดือนนี้ ตัวเลขสูงสุดนับแต่ มิ.ย.ปีที่แล้ว ความเชื่อมั่นเพิ่มขึ้นในทุกระดับรายได้และอายุ โดยมากสุดในกลุ่มรายได้น้อยและอายุน้อย (Reuters)

• ดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐฯ สูงขึ้น 0.2% ในเดือน เม.ย. หลังจากลดลง 0.1% ในเดือน มี.ค. ก่อนหน้า ขณะที่ดัชนีราย 12 เดือนย้อนหลังสิ้นสุดเดือน เม.ย. ไม่มีการเปลี่ยนแปลง เทียบกับเดือน มี.ค. ที่ลดลง 0.1% (Reuters)

• สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจขยายตัว 0.4% ในเดือน มี.ค.มากกว่าที่ตลาดคาดไว้ก่อนหน้านี้ (Reuters)

ยุโรป:

• ตลาดหุ้นยุโรปเมื่อวันศุกร์ปรับตัวสูงขึ้น จากแรงหนุนของตัวเลขยอดค้าปลีกสหรัฐฯ ที่ประกาศออกมาแข็งแกร่ง ทั้งนี้ราคาหุ้น Eutelsatได้ปรับตัวลดลงแรงถึง 30% หลังบริษัทเปิดเผยมุมมองทางธุรกิจที่เป็นลบมากขึ้น (Reuters)

• GDP ยูโรโซนงวด 1Q59 ขยายตัว 0.5% QoQและ 1.5% YoYซึ่งลดลงจากคาดการณ์ก่อนหน้านี้ของ Eurostat เมื่อวันที่ 29 เม.ย. ว่าเศรษฐกิจจะขยายตัว 0.6% QoQและ 1.6% YoYหากพิจารณารายประเทศพบว่าเศรษฐกิจเยอรมนีขยายตัว 0.7% ฝรั่งเศสขยายตัว 0.5% อิตาลีขยายตัว 0.3% สเปนขยายตัว 0.8% (Reuters)

เอเชีย:

• ญี่ปุ่นเตรียมเข้าแทรงแซงค่าเงินมากขึ้น ขณะที่ความคาดหวังของตลาดต่อประเด็นดังกล่าวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน หลังจากที่ค่าเงินได้แข็งค่าทำระดับสูงสุดในรอบปี ซึ่งจะยิ่งเป็นแรงกดดันต่อภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปัจจุบัน (Reuters)

• Nikkei เผยอาเบะตัดสินใจเลื่อนการขึ้นภาษีออกไปและคาดว่านายกฯ ญี่ปุ่นเตรียมจะประกาศออกมาเร็วๆ นี้ (Reuters)

• สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีนเผยผลผลิตภาคโรงงานจีนขยายตัวลดลงเหลือ 6% ในเดือน เม.ย. ลดลงจากการขยายตัว 6.8% ในเดือนก่อนหน้าและน้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 6.5% (Reuters)

• การลงทุนสินทรัพย์ถาวรในจีนขยายตัวลดลงเหลือ 10.5% YoYในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ ลดลงจากการขยายตัว 10.7% ในช่วงไตรมาสแรกของปีนี้ และน้อยกว่าที่ตลาดคาดว่าจะขยายตัว 10.9% (Reuters)

• ยอดค้าปลีกจีนขยายตัวลดลงเหลือ 10.1% YoYจาก 10.5% YoYในเดือน มี.ค. โดยนับรวมทั้งการใช้จ่ายภาครัฐและเอกชน เทียบกับที่นักวิเคราะห์คาดว่าจะขยายตัว 10.5% YoY (Reuters)

สินค้าโภคภัณฑ์:

• ราคาน้ำมันลดลงวันศุกร์เพราะดอลลาร์แข็งค่าและนักลงทุนขายทำกำไรเพราะน้ำมันขึ้นไปแล้ว 3 วันแต่ราคายังบวกอยู่ในรายสัปดาห์เพราะการขึ้นในช่วงต้นสัปดาห์จากความกังวลว่าอุปทานจะขาดจากผลผลิตไนจีเรียร่วงสู่จุดต่ำสุดรอบสองทศวรรษและไฟไหม้ในแคนาดา Brent ปรับลง 25 เซนต์ (-0.5%) ปิดที่ 47.83 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันดิบสหรัฐส่งมอบ มิ.ย. ลดลง 49 เซนต์ (-1.1%) ปิดที่ 46.21 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)

• ราคาทองแดงดีดกลับจากจุดต่ำสุดรอบ 2 เดือนครึ่งในวันศุกร์เพราะประเด็นบวกจากการฟื้นของเศรษฐกิจสหรัฐทำให้ดอลลาร์แข็งและแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ย ทองแดงอ้างอิงตลาด LME ปิดบวก 0.3% อยู่ที่ 4,627.50 พันดอลลาร์ต่อตัน ก่อนหน้านี้แตะจุดต่ำสุด 4,594 ดอลลาร์สหรัฐนับแต่ 25 ก.พ. (Reuters)

• ราคาทองบวกในวันศุกร์ หนุนโดยตลาดหุ้นสหรัฐที่อ่อนแอและความแข็งแรงของกราฟ โดยไม่สนดอลลาร์ที่แข็งค่าและตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่มีแนวโน้มสดใสขึ้น ราคาทองคำตลาดจรบวก 0.8% ปิดที่ 1,273.53 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รายสัปดาห์อ่อนตัวไป 1.1% มากสุดนับแต่ 25 มี.ค. (Reuters)