กำไรไตรมาส 1/59 ตามคาด: กำไรไตรมาส 2/59 ดูอ่อนตัวแต่ยังจ่ายปันผลดี
สอดคล้องกับประมาณการ
PS รายงานกำไรหลักไตรมาส 1/59 ที่ 1.27 พันล้านบาท ก้าวกระโดดขึ้น 42% YoY แต่ลดลง 58% QoQ สอดคล้องกับประมาณการของเราและตลาด
ประเด็นหลักจากผลประกอบการ
กำไรไตรมาส 1/59 ที่เติบโตดีนั้นมีปัจจัยจากยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยที่เติบโตและสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขายที่ลดลง (จาก 20.1% ในไตรมาส 1/58 มาอยู่ที่ 16.5% ในไตรมาส 1/59) ยอดขายโครงการที่อยู่อาศัยปรับเพิ่มขึ้น 24% YoY มาอยู่ที่ 1 หมื่นล้านบาท (คิดเป็นสัดส่วนโครงการแนวราบ 68% และคอนโด 32%) จากรายได้โครงการคอนโดที่ก้าวกระโดดขึ้น 207% YoY ซึ่งมีน้ำหนักมากกว่ารายได้โครงการทาว์นเฮาส์ที่หดตัวลง 1% และโครงการบ้านเดี่ยวที่อ่อนตัวลง 4% อัตรากำไรขั้นต้นหดตัวลง .3% YoY และ 0.3% QoQ มาอยู่ที่ 32.9% ในไตรมาส 1/59 (ต่ำที่สุดตั้งแต่ไตรมาส 4/55) จากการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นและอัตราการผลิตที่ลดลงของโรงงานก่อสร้างสำเร็จรูป ทางด้าน QoQ กำไรที่อ่อนตัวลงนั้นมาจากฐานที่สูงในไตรมาส 4/58 โดยยอดขายปรับลดลง 43% QoQ ในขณะที่อัตรากำไรสุทธิหดตัวลงจาก 16.5% ในไตรมาส 4/58 มาอยู่ที่ 12.3% ในไตรมาส 1/59ทั้งนี้อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนสุทธิปรับลดลงจาก 0.6 เท่า ณ สิ้นปี 2558 มาอยู่ที่ 0.5 เท่า ณ สิ้นเดือนมี.ค.
แนวโน้ม
กำไรไตรมาส 2/59 มีแนวโน้มอ่อนตัวลง YoY และทรงตัว QoQ รายได้โครงการที่อยู่อาศัยในไตรมาส 2/59 คาดอ่อนตัวลง YoY จากรายได้ที่ซบเซาในช่วงเดือนพ.ค.-มิ.ย.หลังมาตรการรัฐสิ้นสุดลง ณ วันที่ 28 เม.ย. โดยในไตรมาส 2/59 จะมีเพียงโครงการ Plum Condo Samakhi มูลค่า 1 พันล้านบาท ยอดจอง 31% ที่จะเริ่มโอน ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นจะหดตัวจากการแข่งขันที่รุนแรง ทั้งนี้ PS จะจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2559 โดยจะขึ้นเครื่องหมาย XD และจ่ายในเดือนต.ค. เรามองอัตราการจ่ายเงินปันผลสำหรับผลการดำเนินงานครึ่งแรกปี 2559จะไม่น้อยว่า 50% เมื่อเทียบกับ อัตราการจ่ายเงินปันผลที่ 36% ในครึ่งแรกปี 2558
สิ่งที่เปลี่ยนแปลงไป
กำไรไตรมาส 1/59 คิดเป็น 16% ของประมาณการกำไรทั้งปีของเราและ 17% ของตลาด เรายังคงใช้ประมาณการกำไรหลักเติบโต 3% สำหรับปี 2559 อิงประมาณการรายได้โครงการที่อยู่อาศัยเชิงอนุรักษ์นิยมที่ 5.16 หมื่นล้านบาท (ต่ำกว่าประมาณการของ PS ที่ 5.2 หมื่นล้านบาทเล็กน้อย) โดยมีงานในมือรองรับแล้วกว่า 49% ณ สิ้นเดือนมี.ค. ซึ่ง PS จำเป็นต้องมีงานในมือและยอดจองซื้อเพิ่มตั้งแต่ไตรมาส 2/59 เป็นต้นไป เราสันนิษฐานอัตรากำไรหลักจะทรงตัวในปี 2559 อย่างไรก็ตามการเปิดตัวโครงการใหม่เชิงรุก (เพิ่มขึ้น 17% ที่ 5.2 หมื่นล้านบาท) และการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น (ใช้กลยุทธ์การตลาดหนุนยอดขาย)ในปี 2559 อาจส่งผลให้อัตรากำไรต่ำกว่าคาด
คำแนะนำ
ในระยะสั้น ราคาหุ้นจะยังคงอยู่ภายใต้ความกดดัน เราเชื่อว่านักลงทุนจะไม่ลงทุนเพิ่มจากการปรับโครงสร้างบริษัทเป็นแบบโฮลดิ้ง เนื่องจากยังไม่มีรายละเอียดของการลงทุนใหม่เพิ่มเติม การทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ของ PS Real Estate จาก PS Holding จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนก.ย.-ต.ค. จากนั้นในเดือนพ.ย. PS Real Estateจะออกจากตลาดและขึ้นทะเบียนภายใต้ชื่อ PS Holding ซึ่งการปรับโครงสร้างธุรกิจนั้นเพื่อกระจายความเสี่ยงมาสู่ธุรกิจเชิงรับ (ผ่านการร่วมทุน)เพื่อจะได้มีการปรับราคาหุ้นขึ้น เรายังคงแนะนำ “ซื้อ” PS จากมูลค่าการซื้อขายที่น่าสนใจและอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลที่สูงอยู่ที่ 7.0% ในปี 2559 ทั้งนี้ PS ซื้อขายอยู่ที่ระดับ PER ปี 2559 อยู่ที่เพียง 7.2 เท่า ต่อกว่าค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2549-2558 ที่ 8.9 เท่าอยู่มาก ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2559 ยังคงยู่ที่ 30 บาท อิงค่า PER ที่ 9 เท่า ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยระหว่างปี 2549-2558









