วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

พาณิชย์เผยภัยแล้ง ดันราคาส่งออกผลไม้พุ่งเท่าตัว

"ปลัดพาณิชย์" เผย สถานการณ์ภัยแล้ง ทำผลผลิตผลไม้หายเกือบ 20% ดันราคาส่งออกปีนี้เพิ่มขึ้นเท่าตัว พร้อมเดินหน้าจัดระเบียบล้งจีนในไทย

น.ส.ชุติมา บุณยประภัศร ปลัดกระทรวงพาณิชย์ กล่าวว่า ปัญหาภัยแล้งทำให้ปริมาณผลไม้ทางภาคตะวันออกลดลงเกือบร้อยละ 20 โดยผลไม้หลัก 4 ชนิด คือ ลองกอง ทุเรียน มังคุด และเงาะ มีผลผลิตออกมา 600,000 ตัน ลดลงจากปีที่แล้ว ที่มีผลผลิต เกือบ 700,000 ตัน ทำให้ราคาโดยรวมปีนี้เพิ่มสูงขึ้น โดยทุเรียนเกรดส่งออกราคาขึ้นมาอยู่ที่ 100-120 บาทต่อกิโลกรัม จากปีที่ผ่านมา อยู่ที่ประมาณ 45 บาทต่อกิโลกรัม และส่วนหนึ่งก็มาจากล้งที่เข้ามารับซื้อเพิ่มขึ้น ทำให้ผลผลิตลดลง และราคาดีขึ้น

สำหรับการแก้ปัญหาล้งผลไม้ในจังหวัดจันทบุรีนั้น ได้วางกรอบแนวทาง โดยจัดทำจันทบุรีโมเดล เพื่อเข้ามาดูแลผลผลิต และราคาผลไม้ของเกษตรกรในพื้นที่ให้มีราคาดี และมีมาตรฐาน ซึ่งขณะนี้ผลไม้ภาคตะวันออกของไทย ทั้งทุเรียน เงาะ ลองกอง มังคุด เป็นที่นิยมบริโภคของชาวจีนอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ประกอบการชาวจีนสนใจเข้ามาร่วมทุนกับคนไทยทำธุรกิจล้ง เพิ่มขึ้นจาก 80 ราย เพิ่มเป็น 150 ราย ซึ่งความต้องการผลไม้ที่เพิ่มขึ้น ทำให้ราคาผลไม้ไทยโดยเฉพาะในภาคตะวันออกราคาเพิ่มสูงขึ้น แต่ขณะเดียวกันก่อนหน้าส่งผลให้มีการเร่งปลูกและเก็บเกี่ยวผลผลิตที่ยังไม่ได้มาตรฐาน ส่งออกไปต่างประเทศ ส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านคุณภาพของผลไม้ไทย

ดังนั้นภาครัฐจึงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงทหาร ในการเข้าดูแลเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยในการซื้อขายผลไม้ล่วงหน้าผ่านล้งนั้น จะต้องให้ผลไม้ออกผลผลิตอย่างแท้จริงก่อน ถึงจะทำสัญญาการซื้อขายได้ เพื่อป้องการทิ้งใบสัญญาการสั่งซื้อ ซึ่งอาจกระทบต่อเกษตรกร และทำให้ผลผลิตล้นตลาด ราคาตกได้ และขณะนี้ทั้งเกษตรกร และผู้ประกอบการธุรกิจล้งในจังหวัดจันทบุรี ให้ความร่วมมือเพื่อยกระดับธุรกิจการค้าผลไม้ของไทย และเตรียมที่จะพัฒนาให้จันทบุรีกลายเป็นศูนย์กลางการค้าขาย และทำธุรกิจล้งผลไม้ ซึ่งจะทำให้ราคา และคุณภาพผลไม้ไทยมีเสถียรภาพ และดีมากขึ้น แต่ยอมรับว่ามีปัญหาการลักลอบนำผลไม้จากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มังคุดอินโดนีเซีย เข้ามาสวมสิทธิ และส่งออกไปภายใต้ชื่อผลไม้จันทบุรี ทำให้ราคาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งจะกระทบต่อภาพลักษณ์คุณภาพสินค้า เพราะผลไม้ไทยมีคุณภาพ และรสชาติที่ดีกว่าประเทศเพื่อนบ้าน จึงได้เร่งตรวจ อย่างเข้มงวด และหากพบจะเร่งดำเนินคดีทางกฎหมายอย่างเด็ดขาด

ส่วนกรณีการติดตามเรียกค่าเสียหายจากการทุจริต จำนำข้าวแบบจีทูจี ตามที่กระทรวงการคลังได้ส่งเรื่องให้กระทรวงพาณิชย์เป็นผู้ดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายนั้น ขณะนี้มอบหมายให้กรมการค้าต่างประเทศดำเนินการ ซึ่งขณะนี้ได้ตั้งคณะทำงานด้านกฎหมาย โดยมีที่ปรึกษาด้านกฎหมายของกระทรวงพาณิชย์เป็นประธาน ซึ่งในการดำเนินการนั้น กรมการค้าต่างประเทศได้ทำหนังสือสอบถามด้านกฎหมายบางประการไปยังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เพื่อให้เกิดความชัดเจน ก่อนที่จะเรียกร้องค่าเสียหายต่อไป ซึ่งไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าจะต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการนานเท่าใด แต่จะเร่งรัดดำเนินการเพื่อให้ผลออกมาเร็วตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้สั่งการ