กำไรปี 59-60 ยังเติบโตจากการขายสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูง
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจร : บริษัทดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายถุงพลาสติก(ถุงหูหิ้ว ถุงบรรจุอาหาร ถุงขยะ) บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนสำหรับสินค้าอุปโภคบริโภค(ถุงบรรจุอาหารแช่เย็นใน 7-11) และฟิล์มประเภท Multilayer Blown Film (ใช้ร่วมกับบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน) มีกำลังการผลิตรวม 64,920 ตันต่อปี โดยการจำหน่ายถุงพลาสติก บรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อน และฟิล์มคิดเป็น 68% 12% 8% ของรายได้ตามลำดับ โดยบริษัทส่งออกสินค้าไปยังประเทศออสเตรเลีย ยุโรป สหรัฐ และญี่ปุ่นคิดเป็น 65% ของยอดขาย และอีก 35% จำหน่ายในประเทศไทย
- หลัง IPO มีแผนขยายกำลังการผลิตและเข้าซื้อกิจการอื่น : บริษัทมีแผนขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนและฟิล์มเนื่องจากมีความต้องการเพิ่มเติมจากลูกค้า อีกทั้งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีมาร์จิ้นสูงกว่าผลิตภัณฑ์อื่นๆ ของบริษัท นอกจากนี้บริษัทมีแผนนำเงินที่ได้จาก IPO ไปลงทุนซื้อกิจการที่เกี่ยวข้องกับการผลิตบรรจุภัณฑ์เพิ่มเติมเพื่อต่อยอดธุรกิจ โดยในปัจจุบันบริษัทกำลังอยู่ระหว่างเจรจาแต่ยังไม่ได้ข้อสรุป
- คาดกำไรปี 59 เติบโต 7%YoY จากการใช้กำลังการผลิตสินค้าที่มีมาร์จิ้นสูงเพิ่มขึ้น : ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรสุทธิปี 59 และ 60 อยู่ที่ 390 และ 420 ล้านบาทเติบโต 7% และ 8%YoYตามลำดับ แม้อัตรากำไรขั้นต้นปี 59 มีแนวโน้มปรับตัวจากปี 58 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้น แต่คาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นยังทรงตัวในระดับ 13-14% อย่างไรก็ตามเราคาดว่ายอดขายจะเติบโตขึ้น 6% จากการใช้กำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์พลาสติกชนิดอ่อนเพิ่มขึ้นจากปี 58 ที่ใช้กำลังการผลิต 70%
- แนะนำ"ซื้อเก็งกำไร"ราคาเหมาะสม 19.40 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี PE ratio อิง Prospective PE ที่ 20 เท่าซึ่งเท่ากับ PE Ratio ของอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ และคำนวณกำไรต่อหุ้นได้ 0.97 บาทได้ราคาเหมาะสมที่ 19.40 บาท(ยังไม่รวมมูลค่าการเข้าซื้อกิจการที่เกี่ยวข้อง) ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดเพียงเล็กน้อยจึงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”









