ปรับประมาณกำไรสุทธิปี 2559-60 ลงจากเดิมอีก
ประเด็นการลงทุน
ภาวะการใช้งบโฆษณาที่ยังคงซบเซาต่อเนื่องจากไตรมาส 1/59 จนถึงเดือนเม.ย. และผลกระทบของเรตติ้งและรายได้โฆษณาที่ลดลงซึ่งเป็นผลจากรายการข่าวสามรายการของนายสรยุทธ์ ส่งผลให้เราทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 และราคาเป้าหมายลงจากเดิมอีก เราเชื่อว่ามีความเสี่ยงต่อการปรับลดกำไรสุทธิปี 2559 ลงจากเดิมอีกหากว่าภาพอุตสาหกรรมการใช้เม็ดเงินโฆษณายังคงไม่ฟื้นตัวในช่วงครึ่งหลังของปี 2559 (ซึ่ง ณ ปัจจุบันเราใช้สมมติฐานว่ากำไรสุทธิของ BEC มีแนวโน้มฟื้นตัวขึ้นมาบ้างในช่วงครึ่งหลังของปี 2559) เรายังคงคำแนะนำ ถือ เนื่องจากการแข่งขันแย่งชิงเม็ดเงินโฆษณาและการตัดราคาค่าโฆษณาที่ยังคงรุนแรง รวมถึงความเสี่ยงต่อประมาณการกำไรสุทธิในปี 2559
ส่องกล้องไตรมาส 1/59–กำไรหลักลดลง
เราคาดกำไรสุทธิไตรมาส 1/59 ที่ 683 ล้านบาท ลดลง 8% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1% QoQ ถ้าไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษจากการปรับมาตรฐานบัญชีใหม่สำหรับค่าธรรมเนียมใบอนุญาตจำนวน 17 ล้านบาทในไตรมาส 1/59 กำไรหลักมีแนวโน้มอยู่ที่ 700 ล้านบาท ลดลง 6% YoY และ 10% QoQ กำไรหลักที่ลดลงมาจากรายได้โฆษณาที่ลดลง (ภาพการใช้เม็ดเงินโฆษณายังคงอ่อนแอต่อเนื่องมาจากเดือนธ.ค.2558) และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของทั้งสามช่องที่เพิ่มขึ้นได้แก่ ต้นทุนรายการ ค่าใช้จ่ายด้านการผลิตและค่าบุคลากร เราคาดรายได้โฆษณาไตรมาส 1/59 ที่ 3.18 พันล้านบาท ลดลง 10% YoY และ 7% QoQ ซึ่งถือว่าดีกว่าประมาณการของนีลสันที่คาดว่าเม็ดเงินโฆษณาของ BEC ในไตรมาส 1/59 มีแนวโน้มลดลง 12% YoY และ 6% QoQ หากอิงตัวเลขรายเดือนของนีลสัน รายได้โฆษณาเดือนม.ค. ลดลงมากที่สุด 18% YoY ตามมาด้วยเดือนก.พ.ติดลบ 11% YoY และเดือนมี.ค.ติดลบ 8% YoY ทั้งนี้ประมาณการรายได้โฆษณาที่ลดลง 10% YoY ในไตรมาส 1/59 นั้นถือว่าใกล้เคียงกับรายได้โฆษณาที่ลดลง 11% YoY ในไตรมาส 4/58 ซึ่งนั่นหมายถึงเม็ดเงินโฆษณาที่ยังคงอ่อนแอต่อเนื่องจากไตรมาสก่อนหน้า รายได้โฆษณาไตรมาส 1/59 ถือว่าต่ำที่สุดนับตั้งแต่ไตรมาส 2/55 เป็นต้นมา
ปรับลดประมาณกำไรสุทธิปี 2559-60 ลงอีก
เราทำการปรับลดประมาณการกำไรสุทธิปี 2559-60 ลงอีก 11% (มาอยู่ที่ 2.76 พันล้านบาทในปี 2559 และ 2.92 พันล้านบาทในปี 2560) เพื่อสะท้อนรายได้โฆษณาที่มีแนวโน้มต่ำกว่าคาดในไตรมาส 1/59 ผลกระทบของเม็ดเงินโฆษณาที่ยังคงซบเซาต่อเนื่องไปยังเดือนเม.ย.และไตรมาส 2/59 รวมถึงผลกระทบจากจำนวนผู้ชม เรตติ้งและรายได้โฆษณาที่ลดลงของรายการข่าวทั้งสามรายการ ซึ่งได้แก่ เรื่องเล่าเช้านี้ เรื่องเด่นเย็นนี้ และเรื่องเล่าเสาร์-อาทิตย์ หลังจากที่สรยุทธ์ออกจากหน้าที่พิธีกรหลักหลังจากที่ศาลอาญามีมติพิพากษาให้จำคุกนายสรยุทธ์ในคดียักยอกเงินค่าโฆษณาเกินเวลาจากอสมท.
เราประเมินว่าในกรณีที่เลวร้ายที่สุดได้แก่ ไม่มีรายการข่าวทั้งสามรายการเลย จะส่งผลกระทบต่อรายได้ของ BEC คิดเป็นประมาณ 12% เราทำการปรับราคาเป้าหมายซึ่งประเมินด้วยวิธี DCF ลงอีก 12% (เหลือ 26 บาท) เราเชื่อว่าเม็ดเงินโฆษณาในเดือนเม.ย.จะยังคงอ่อนแอเนื่องจากวันหยุดยาวและการลดงบโฆษณาลงต่อเนื่องของยูนิลีเวอร์
ส่วนต่างเรตติ้งละครหลังข่าวกว้างขึ้นอีกครั้งในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.
เรตติ้งของ BEC (อายุ 4 ปีขึ้นไปทั่วประเทศ) สำหรับช่องเอชดี (ออกอากาศคู่ขนานกับช่องอนาล็อก) และช่องแฟมิลี่ลดลง 11% MoM ในเดือนมี.ค. มาอยู่ที่ 1.822 (ช่องเอชดี) และ 0.104 (ช่องแฟมิลี่) ในขณะที่เรตติ้งของช่องเอสดีทรงตัว MoM เรตติ้งของช่องเอชดีที่หดตัวลงเนื่องจากการหยุดการทำหน้าที่พิธีกรของนายสรยุทธ์ ซึ่งเราเชื่อว่าจะส่งผลให้เรตติ้งในเดือนเม.ย. มีแนวโน้มอ่อนตัวลงอีก ส่วนต่างเรตติ้งของละครหลังข่าวระหว่าง BEC และช่อง 7 กลับมากว้างขึ้นอีกครั้งในช่วงเดือนมี.ค.-เม.ย.ที่ผ่านมา โดยเรตติ้งละครหลังข่าวเฉลี่ยช่อง BEC ลดลงมาอยู่ที่ 5.3 ในช่วงระหว่างเดือนมี.ค.-เม.ย. เมื่อเทียบกับเรตติ้งของช่อง 7 ที่ปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 7.4-8.6 ในช่วงเวลาเดียวกัน เราเชื่อว่าละครหลังข่าวในช่วงวันศุกร์-เสาร์-อาทิตย์ยังคงเป็นตัวฉุดเรตติ้งของละครหลังข่าวโดยรวมของ BEC อยู่ ณ ปัจจุบัน








