หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวออกด้านข้าง
ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ ยังขาดปัจจัยบวกใหม่ๆมาสนับสนุนตลาด ประกอบกับการเปิดตลาดเพียง 2 วันในสัปดาห์นี้ อาจทำให้มูลค่าการซื้อขายในตลาดหุ้นไทยเป็นไปอย่างซบเซา ทำให้คาดว่าตลาดจะแกว่งตัวออกด้านข้าง ด้านนักลงทุนต่างชาติยังขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยอีก 498 ล้านบาทเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นการขายสุทธิติดต่อกันเป็นวันที่ 6
แนวรับ/แนวต้าน : 1390/1420 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%
กลยุทธ์ : หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว และคาดจะรายงานงบออกมาดีในปีนี้
หุ้นแนะนำ
1. ERW (5.3) : เราคาดว่า ERW จะประกาศกำไรสุทธิในงวด 1Q59 ในวันที่ 12 พ.ค.59 จะใกล้เคียงกับกำไรปี 58 ทั้งปี และผลประกอบการ 2Q59 ยังมีลุ้นเป็นบวกครั้งแรกในรอบหลายปี เนื่องจากได้รับผลบวกจากนักท่องเที่ยงโดยเฉพาะชาวจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องอีกทั้งปีนี้มีวันหยุดยาวหลายวัน ทั้งนี้ปัจุบันราคาหุ้นยังขึ้นมาไม่มากหากเทียบกับหุ้นในกลุ่มโรงแรม
2. THAI (17) : เราคาดว่าผลประกอบการได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว โดยในปี 58 THAI ได้ทำการปฏิรูปองกรค์โดยมีค่าใช้จ่ายในการลดพนักงานไปกว่า 4,600 ล้านบาท และบันทึกด้อยค่าทรัพย์สินไปกว่า 12,000 ล้านบาท โดยในปี 59 ยังได้รับผลบวกจากการท่องเที่ยวที่ยังแรงต่อเนื่องประกอบกับการรับรู้ต้นทุนราคาน้ำมันที่ต่ำเต็มที่เมื่อเทียบกับปี 58 ที่ทำประกันราคาน้ำมันในระดับสูงที่ 80-90 เหรียญ/บาเรลล์ ปัจจัยลบของ THAI เหลืออยู่ไม่มากแล้ว เราจึงแนะนำ ซื้อ เพื่อเก็งผลประกอบการในงวด 1Q/59 ที่จะประกาศในวันที่ 16 พ.ค.59 นี้
3. KCE (91) : เราคาดว่าผลประกอบการ 1Q59 (10 พ.ค. 59) จะเติบโต 12% qoq และ 47% yoy โดยได้ผลบวกจากอัตราการใช้กำลังการผลิตในงวด 1Q59 ที่คาดว่าจะปรับตัวขึ้นเป็น 90% เทียบกับ 4Q15 ที่ 83% และคาดผลประกอบการจะเติบโตต่อเนื่องอย่างน้อยจนถึง 3Q59 เนื่องจากแนวโน้มคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้นจากการลดราคาสินค้า ซึ่งจะไม่กระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นเนื่องจากประสิทธิภาพของเครื่องจักรในโรงงานใหม่ที่ดีขึ้นและผลแห่งการประหยัดต่อขนาด (Economies of Scale)
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ สศช. เตรียมเสนอขยายเวลายื่นขอบีโอไอ ในพื้นที่ เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จากเดิมสิ้นสุด เดือนมิ.ย.นี้ หวังดึงเอสเอ็มอีลงทุนเพิ่มขึ้น ด้าน"ธนารักษ์"เดินหน้าออกเอกสารสิทธิ์ที่ดิน ใน 4 จังหวัด เร่งหาดีเวลอปเปอร์พัฒนาพื้นที่ ขณะเอกชนมั่นใจหากเกิดจริง เกื้อหนุนลงทุน ภาพรวม-สร้างโอกาสการค้าการลงทุน
+ "สมคิด"ถกรมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น เร่งลงทุน รถไฟความเร็วสูง หวังเสริมพื้นที่ภาคตะวันออกรองรับขยายลงทุนในอุตสาหกรรมเป้าหมาย เตรียมบินไปญี่ปุ่นอีกรอบปลายเดือน พ.ค.นี้ ด้าน"อาคม"เผยญี่ปุ่นขอไทยทำผลการศึกษาใช้พื้นที่เชิงพาณิชย์ เสริมรายได้รถไฟความเร็วสูงกทม.-เชียงใหม่ เตรียมเคาะเส้นทางเฟสแรก "กทม.-ลพบุรี" และ "กทม.-นครสวรรค์" ขณะนายกฯ มั่นใจเทคโนโลยีญี่ปุ่น
+ เอกชนเผยรัฐใช้ ม.44 ปลดล็อกปัญหาผังเมือง พื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ นักลงทุนไทย-เทศ แห่สอบถาม-ดูพื้นที่ แต่ส่วนใหญ่ยังไม่ตัดสินใจลงทุน เหตุติดปัญหาขั้นตอนประกาศกฎหมาย-เศรษฐกิจชะลอตัว ขณะราคาที่ดินยังพุ่ง หวั่นเป็นอีกอุปสรรคลงทุน
+ กบง. เห็นชอบให้ ปตท.ลงทุนขยายคลังแอลเอ็นจีเฟส 1 และคลังแอลเอ็นจีเฟสที่ 2 มูลค่ารวมเกือบ 4 หมื่นล้านบาท ระบุเปิดประมูลเป็นการทั่วไปไม่ทันรองรับความต้องการใช้ก๊าซเพิ่มขึ้นรองรับโรงไฟฟ้าถ่านหินชะลอ เตรียมเสนอบอร์ด กพช.เคาะเร็วๆ นี้
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,891.16 จุด พุ่งขึ้น 117.52 จุด หรือ +0.66%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (2 พ.ค.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงยอดการใช้จ่ายด้านการก่อสร้างเดือนมี.ค.ที่พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 8 ปี นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มการเงิน และผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทอเมซอน
- ดัชนีนิกเกอิปิดร่วงลง 518.67 จุด หรือ 3.11% แตะที่ 16,147.38 จุด
ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบกว่า 3% นำโดยหุ้นกลุ่มส่งออก เนื่องจากเงินเยนได้แข็งค่าขึ้นเทียบดอลลาร์สหรัฐ
+ สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน มิ.ย.ร่วงลง 1.14 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 44.78 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (2 พ.ค.) หลังจากมีรายงานว่า การผลิตของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนเม.ย. ซึ่งข้อมูลดังกล่างส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานล้นตลาด









