อัตราผลตอบแทนในตลาดเงินที่ต่ำมากหรือติดลบ รวมทั้งสภาพคล่องที่สูงจาก QE ยังคงเป็นปัจจัยกระตุ้นการลงทุนในตลาดหุ้น
ซึ่งให้อัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ดีกว่า พร้อมทั้งมีอัตราผลตอบแทนจากเงินปันผลช่วยหนุนด้วย แต่ส่วนต่างกำไรในการลงทุนจะไม่มากและราคาหุ้นยังผันผวน เพราะเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวช้า รวมทั้งราคาน้ำมันและโภคภัณฑ์ก็แกว่งตัว โดยแม้ว่าความเสี่ยงขาลงของสินค้าประเภทนี้จะจำกัดแต่การปรับขึ้นก็ต้องใช้เวลาเพราะส่วนใหญ่อยู่ในภาวะอุปทานล้นเกิน ทางฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ DBSV ประเมินเป้าหมาย SET Index ใน 12 เดือนข้างหน้าไว้ที่ 1480 จุด เทียบเท่า P/E ปีนี้ 16.4 เท่า (Median+1SD) ซึ่งมี Upside จากระดับดัชนีปัจจุบัน 5% กลยุทธ์การลงทุน : เลือกซื้อสะสมหุ้นพื้นฐานดีในจังหวะราคาอ่อนตัว
กลุ่มธนาคารพาณิชย์ อสังหาริมทรัพย์ กลุ่มวัสดุก่อสร้าง คาดว่าผลประกอบการจะเติบโตไม่มาก และกังวลเรื่อง NPL ธนาคารพาณิชย์ในช่วงเศรษฐกิจซบเซา ยกเว้นเหล็กที่จะมีกำไรสุทธิแข็งแกร่งใน 1Q59 เพราะราคาเหล็กในประเทศที่ปรับขึ้นเพราะอุปทานตึงตัว ส่วนในระยะยาวไปได้ดี โดยอุตสาหกรรมเหล่านี้มีแนวโน้มว่าจะฟื้นตัวได้เร็วเมื่อเศรษฐกิจดีขึ้น หุ้นเด่นเป็น TCAP, AP, LH, SCC และ TMT
กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เป็นลักษณะของการเก็งกำไรตามข่าว แต่ความสามารถในการทำกำไรจะต่ำกว่ากลุ่มวัสดุก่อสร้าง รวมทั้งผลประกอบการจะแกว่งตัวมากกว่าขึ้นกับ 1) การรู้รายได้ของแต่ละช่วงเวลา และ 2) ความเสี่ยงเรื่องราคาวัตถุดิบและค่าแรงงาน หุ้น Top Pick คือ CK
กลุ่มสื่อสาร มีการแข่งขันตัดราคาสูงมากในช่วงปี 2559 เพราะผู้ประกอบการที่มีใบอนุญาต 4G ต้องการขยายฐานลูกค้าให้สอดรับกับกำลังการให้บริการและค่าใช้จ่ายใบอนุญาตที่ได้มา ทำให้ความสามารถในการทำกำไรและการจ่ายปันผลจะลดลง กลยุทธ์ เลือกซื้อหุ้นที่มีปันผลดีเมื่อราคาอ่อนตัว หุ้นเด่น ADVANC, INTUCH
กลุ่มอาหารและค้าปลีก บริษัทขนาดใหญ่ยังเติบโตได้จากการเข้าซื้อกิจการและขยายสาขา สำหรับกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับสินค้าโภคภัณฑ์และธัญพืชผล ประกอบการจะผันผวนไปตามราคาน้ำมันและสภาพภูมิอากาศ ซึ่งในปีนี้มีภาวะภัยแล้งเข้ามากกดดัน รวมถึงมีเรื่องประมงไทยที่ต้องปรับให้ได้เกณฑ์มาตรฐานของอียู เพื่อไม่ให้ได้รับใบแดง (ปัจจุบันได้ใบเหลืองอยู่) อย่างไรก็ตาม คาดว่าธุรกิจจะมีเสถียรภาพมากขึ้นในปี 2560-2561 หุ้นที่ราคาเป้าหมายยังมี Upside ในกลุ่มนี้เป็น MINT, CPALL
กลุ่มท่องเที่ยว & โรงแรม การเติบโตของกำไรยังแข็งแกร่งในปี 2559 จากอัตราการเข้าพักที่สูงขึ้น และการเริ่มฟื้นตัวของธุรกิจอาหาร รวมทั้งการเข้าซื้อกิจการของผู้ประกอบการรายใหญ่ หุ้นเด่นเป็น AOT, BA, ERW
กลุ่มส่งออก มีประเด็นเรื่องกำลังซื้อของลูกค้าในต่างประเทศชะลอตัวลง ค่าเงินผันผวน แต่ก็ไม่ใช่ทุกบริษัทที่จะแย่ บางแห่งยังมีคำสั่งซื้อที่แข็งแกร่งเพราะปรับเทคโนโลยีและผลิตภัณฑ์ทันกับความต้องการของลูกค้า รวมทั้งบางบริษัทผลิตและส่งออกสินค้าจำเป็นที่มีราคาไม่แพง หุ้นเด่น ได้แก่ KCE, GFPT เป็นต้น
กลุ่มพลังงาน & ปิโตรเคมี ในปี 2559 ราคาน้ำมันยังผันผวนและผู้เชี่ยวชาญคาดว่าจะต้องใช้เวลาอีกราว 5 ไตรมาสจึงจะเข้าสู่ภาวะสมดุลของอุปสงค์และอุปทาน ส่วนถ่านหินอยู่ในแนวโน้มซบเซา เพราะอุปสงค์เติบโตน้อยลงจากอดีตมาก ขณะที่มีอุปทานใหม่เข้ามาเพิ่ม ด้านปิโตรเคมีสายโอเลฟินส์ประเภท HDPE ยังมี Spread ที่แข็งแกร่ง แต่ก็แกว่งเพราะเป็นสินค้าโภคภัณฑ์ หุ้นเด่น คือ BCP, PTTGC









