คาดกำไร 1Q59 +26%QoQ และ +5%YoY
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- คาด TOP รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 1 ราว 4,735 ล้านบาท : ในไตรมาส 1 มีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันดิบเล็กน้อยเนื่องจากราคาน้ำมันดิบมีความผันผวนสูง โดยผลการดำเนินงานของทั้ง 3 ธุรกิจยังเป็นตัวหนุนผลประกอบการของบริษัท 1) ธุรกิจโรงกลั่นใช้กำลังการกลั่น 107 % ลดลงจากไตรมาสก่อนเล็กน้อยเนื่องจากค่าการกลั่นปรับตัวลดลงราว 2 ดอลลาร์จากไตรมาสก่อนสู่ระดับ 6-7 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เนื่องจากส่วนต่างน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานปรับตัวลดลง 2) ธุรกิจอะโรเมติกส์ใช้กำลังการผลิตลดลงเล็กน้อยอยู่ที่ 80% เพราะมีการส่งผลิตภัณฑ์กลับไปยังโรงกลั่นเพิ่มขึ้น ขณะที่ส่วนต่างผลิตภัณฑ์เบนซีนและพาราไซลีนปรับตัวขึ้นเนื่องจากโรงงานผลิตในจีนมีการผลิตลดลง 3) ธุรกิจน้ำมันหล่อลื่นใช้กำลังการผลิตลดลงเล็กน้อยสู่ 88% จากราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันเครื่องและยางมะตอยปรับตัวลงจากความกังวลว่าจะมีกำลังการผลิตใหม่เพิ่มขึ้นในปีนี้ โดยผลประกอบการได้รับแรงหนุนจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนราว 600-700 ล้านบาทหลังค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นเกือบ 1 บาทต่อดอลลาร์(บริษัทมีหนี้สินสกุลเงินดอลลาร์สุทธิราว 600 ล้านบาท) อย่างไรก็ตามในไตรมาส 1/59 ราคาน้ำมันดิบมีความผันผวนสูงส่งผลให้มีผลขาดทุนจากสต๊อก
น้ำมันดิบราว 300 ล้านบาทกดดันผลประกอบการ
- โครงการ LABIX และโรงไฟฟ้าใหม่ช่วยหนุนผลประกอบการในอีก 9 เดือนที่เหลือ : โครงการ LABIX ซึ่งเป็นการเปลี่ยนผลิตภัณฑ์เบนซีนและเคโรซีนเป็นผลิตภัณฑ์ที่มีมูลค่าสูงขึ้นเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วตั้งแต่เดือน ก.พ. ที่ผ่านมา แต่คาดว่าจะสร้างกำไรให้กับ TOP ได้ในครึ่งปีหลังเพราะในปัจจุบันยังมีค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงการดำเนินงานของโครงการดังกล่าวและการทดสอบผลิตภัณฑ์ของบริษัทคู่ค้าทำให้ยังไม่สามารถรับรู้รายได้ได้เต็มจำนวน ขณะที่โรงไฟฟ้าเฟส 1 กำลังการผลิต 119 MW เริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้วในเดือน เม.ย. แต่โรงไฟฟ้าเฟส 2 กำลังการผลิต 119 MW จะเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ในเดือน มิ.ย.นี้ซึ่งจะเริ่มรับรู้รายได้ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าทั้ง 2 โครงการจะสร้างกำไรให้แก่ TOP อีกราว 1,500 ล้านบาทต่อปีเป็นอย่างน้อย (ซึ่งรวมในประมาณการแล้ว)
- คงคำแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” ราคาเหมาะสม 68.00 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมด้วยวิธี P/E Ratio โดยใช้ Prospective P/E ที่ 10 เท่า ได้ราคาเหมาะสมปี 59 ที่ 68 บาท/หุ้น ซึ่งใกล้เคียงกับราคาปิดล่าสุด โดยคงคำแนะนำ “ซื้อเมื่ออ่อนตัว” เนื่องจากผลกระทบเชิงลบจากค่าการกลั่นที่ปรับตัวลงตั้งแต่ต้นปี 59 และยังไม่มีสัญญาณฟื้นตัว









