ผู้ท้าชิงที่มีแววรุ่ง
การซื้อหุ้น RS ตอนนี้ก็เหมือนกับการซื้อบริษัทที่แทบไม่มีหนี้ซึ่งกำไรกำลังจะเข้าสู่วัฏจักรการเติบโตรอบใหม่ RS กำลังพิจารณาทยอยขึ้นอัตราค่าโฆษณา เพราะเรทติ้งของบริษัทสูงขึ้นสวนทางกับอัตราค่าโฆษณาต่อเรทติ้ง (CPRP) ระดับต่ำในเชิงเปรียบเทียบ เราคาดว่ากำไรของ RS จะเพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดจาก 122 ล้านบาทในปี 2558 สู่ 536 ล้านบาทในปี 2561 โดยได้รับปัจจัยหนุนจากธุรกิจเดิม ขณะที่ธุรกิจสุขภาพและความงาม (H&B) จะช่วยหนุนให้กำไรปรับเพิ่มขึ้นได้อีกประมาณ 100 ล้านบาท/ปี เราเริ่มต้นการวิเคราะห์หุ้น RS ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมาย 14 บาท ซึ่งคำนวณได้จากวิธี SOTP ที่ประกอบด้วยมูลค่าธุรกิจเดิมที่ 12 บาท และมูลค่าธุรกิจ H&B ที่ 2 บาท ณ ราคาหุ้นปัจจุบัน นักลงทุนมีแนวโน้มที่จะได้รับ upside 20% จากธุรกิจหลัก และได้ธุรกิจ H&B มาแบบฟรีๆ
ก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 4 ในธุรกิจ DTTV
- RS ไม่ใช่ผู้ประกอบการรายใหม่ในธุรกิจโทรทัศน์ บริษัทประสบความสำเร็จในการทำช่องทีวีดาวเทียมก่อนที่ทีวีดิจิตอล (DTTV) จะเกิดด้วยการครองตำแหน่งช่องทีวีดาวเทียมอันดับ 1 การขยายธุรกิจสู่ DTTV ซึ่งบริษัทมีช่อง SD (standard definition) อยู่ 1 ช่อง ไม่ได้ทำให้จุดแข็งด้านรายการของบริษัทปรับลดลง และปัจจุบันบริษัทก็ก้าวขึ้นสู่อันดับที่ 4 ในธุรกิจ DTTV ด้วยส่วนแบ่งผู้ชม 6.4% และ TVR (เรทติ้งโทรทัศน์) 0.5 ตามหลังผู้ประกอบการรายใหญ่อย่างช่อง 7 BEC และ WORK รายการที่หลากหลายโดยเน้นไปที่ประเด็นร้อนและละครเชือดเฉือนอารมณ์ เป็นจุดแข็งของ RS และทำให้บริษัทสามารถเข้าไปเจาะตลาดเฉพาะกลุ่มได้ บริษัทคาดว่าจะทำรายการใหม่เพิ่มอย่างต่อเนื่องเพื่อเพิ่ม TVR เป็น 0.6 ในปี 2559 และก้าวขึ้นสู่อันดับ 1 ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า
กระจายธุรกิจ
- ภายในกลางปีนี้ RS จะเปิดตัวธุรกิจใหม่ คือ ธุรกิจสุขภาพและความงาม (H&B) อย่างเป็นทางการ ธุรกิจ H&B ในประเทศไทยมีมูลค่ากว่า 1.2 แสนล้านบาท/ปี และกำลังเติบโต โดยบริษัทจดทะเบียนอย่าง BEAUTY รายงานรายได้ถึงปีละ 2 พันล้านบาท ความจริงแล้ว RS เข้ามาทำธุรกิจนี้ในปีที่ผ่านมา และบันทึกรายได้ ~200 ล้านบาท บริษัทคาดว่ารายได้จะเพิ่มขึ้นเป็น 600 ล้านบาทในปี 2559 เรานำรายได้ดังกล่าวเข้ามาไว้ในประมาณการของเรา เนื่องจากเรามองว่า RS น่าจะทำรายได้ตามที่ตั้งเป้าไว้สำเร็จ ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่จะช่วยให้บริษัทประสบความสำเร็จในการทำธุรกิจนี้ คือ การทำการตลาด การมีช่องทีวีของตนเองทำให้ RS อยู่ในสถานะที่มีความได้เปรียบในการโปรโมทสินค้า ปัจจัยสำคัญอีกอย่างหนึ่ง คือ ช่องทางการจัดจำหน่าย ทีมขายจากธุรกิจเพลงของ RS ทำหน้าที่เป็นทีมขายที่แข็งแกร่งของธุรกิจนี้ เราใช้สมมติฐานตามหลักความระมัดระวังว่าอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 15% (เทียบกับของ BEAUTY ที่ 22%) เนื่องจากธุรกิจนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับธุรกิจหลักของ RS ดังนั้นวัฏจักรธุรกิจที่แตกต่างกันจะช่วยสนับสนุนให้กำไรเติบโตอย่างราบรื่น
กำไรจะกลับมาเติบโต
- เราคาดว่ากำไรของ RS จะกลับมาเติบโตอีกครั้งในปี 2559 ที่ 183% โดยได้รับปัจจัยกระตุ้นจากธุรกิจทีวีและธุรกิจสุขภาพและความงาม การเติบโตของธุรกิจทีวีจะได้รับปัจจัยหนุนจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นมาจากช่อง DTTV และไม่มีรายการฟุตบอลสเปนที่สร้างผลขาดทุน เราคาดว่ากำไรจะเติบโตอีก 25% YoY ในปี 2560-61 โดยได้รับการสนับสนุนจากการทยอยขึ้นอัตราค่าโฆษณาอย่างต่อเนื่อง
แนะนำ “ซื้อ” ด้วยราคาเป้าหมาย 14 บาท
- เราเริ่มต้นการวิเคราะห์หุ้น RS ด้วยคำแนะนำ “ซื้อ” และราคาเป้าหมายที่คำนวณได้จากวิธี SOTP ที่ 14 บาท (มูลค่าธุรกิจหลักที่ 12 บาท และมูลค่าธุรกิจใหม่อย่าง H&B ที่ 2 บาท) ราคาหุ้น RS รีบาวด์กลับขึ้นมาแล้วในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมาหลังจาก RS ประกาศซื้อหุ้นคืน ซึ่งชี้ให้เห็นว่าบริษัทมองว่าราคาหุ้นต่ำเกินไป เรามองว่ามีโอกาสที่ราคาหุ้นจะปรับตัวขึ้นต่อได้อีก เนื่องจากกำไรจะเติบโตเพิ่มมากขึ้น ด้วยกำไรที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้เรามองว่า PE ปี 2559 ที่ 30 เท่าไม่แพงจนเกินไป กำไรที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจะเป็นปัจจัยกระตุ้นให้ราคาหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น









