"อิตาเลียนไทย" คาดรายได้ปีนี้อยู่ระดับ 6 หมื่นลบ. มั่นใจพลิกมีกำไรจากปีก่อนมีผลขาดทุน 361.7 ลบ. หลังรับรู้งานมาร์จิ้นสูง
นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด(มหาชน) ITD คาดว่า รายได้ปีนี้จะอยู่ระดับประมาณกว่า 6 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากปี 58 ที่มีรายได้ 4.9 หมื่นลบ. ผลจากรับรู้งานในมือซึ่งปัจจุบันมีประมาณ 2 แสนล้านบาท โดยปีนี้คาดว่าจะมีงานใหม่เข้ามาไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท และเชื่อว่ารายได้ในปี 60 จะเติบโตก้าวกระโดดแตะระดับ 1.2-1.3 แสนล้านบาท ภายหลังบริษัทได้งานโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐเข้ามาในปีนี้
ทั้งนี้ บริษัทมั่นใจว่าผลประกอบการปีนี้ จะพลิกมีกำไรจากปีก่อนมีผลขาดทุน 361.7 ล้านบาท เนื่องจากงานใหม่มีอัตรากำไร (มาร์จิ้น) สูงขึ้นเป็นกว่า 10% จากมาร์จิ้นงานเก่าอยู่ที่ 5-7% รวมถึงรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น
ขณะที่งานใหม่ที่จะเข้ามาในปีนี้ไม่ต่ำกว่า 2 แสนล้านบาท หรือมีสัดส่วนได้รับงาน 25-30% ของมูลค่าโครงการลงทุน โครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่เปิดประมูลในปีนี้ ได้แก่ โครงการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ระยะที่ 2 มูลค่ากว่า 5 หมื่นล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี มูลค่า 5.6 หมื่นล้านบาท และ โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มูลค่า 5.4 แสนล้านบาท โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม ฝั่งตะวันออก ช่วงศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี มูลค่า 9.25 หมื่นล้านบาท รวม ทั้งรถไฟทางคู่ 4 เส้นทาง มูลค่ารวมกว่า 8 หมื่นล้านบาท
สำหรับโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีเหลืองที่ภาครัฐเปิดให้เอกชนลง ทุนและให้เดินรถแบบ โมโนเรลนั้น ITD ได้เจรจาดึงบริษัท แทนเดรฟ จากฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผู้เดิน รถไฟฟ้า และได้มีการเดินรถไฟฟ้าในฮ่องกง ออสเตรเลีย มุมไบ เข้ามาร่วมมือกันในการเข้าร่วม ประมูล 2 โครงการดังกล่าว
นายเปรมชัย คาดว่า ภายในปีนี้จะได้เซ็นสัญญาในโครงการสัมปทานก่อสร้างทางรถไฟ และ ท่าเรือน้ำลึกในสาธารณรัฐโมซัมบิก มูลค่าโครงการ 4 พันล้านเหรียญสหรัฐ โดย ITD มีส่วน เป็นเจ้าของโครงการในสัดส่วน 30% ซึ่งจะได้ค่าบริหารจัดการโครงการ 600 ล้านเหรียญสหรัฐ และจัดหาผู้รับเหมาเข้ามา โดยโครงการนี้มีระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี
ส่วนความคืบหน้าโครงการนิคมอุตสาหกรรมทวายในระยะแรก (Initial Phase) ในเมียนมาร์ ที่ ITD ได้ลงนามสัญญาสัมปทานจำนวน 27 ตร.กม. คิดเป็นประมาณ 18,000 ไร่เมื่อวันที่ 8 ส.ค.58 และขณะนี้รอรัฐบาลเมียนมาร์ชุดใหม่ออกคำสั่งให้เริ่มงานในสิ้นเดือน มิ.ย. 59 ซึ่งเลื่อน จากเดิมที่กำหนดไว้เดือนก.พ. 59 เนื่องจากรัฐบาลเดิมดำเนินการไม่ทัน หลังจากนั้นบริษัทจะเซ็น สัญญาเช่าที่ดินกับรัฐบาลเมียนมาร์ ระยะเวลา 75 ปี (50+25 ปี)
สำหรับกระแสข่าวที่ว่าบริษัทพลาดงานโครงการนิคมอุตสาหกรรมทวายใน เมียนมานั้น ยืนยันว่าบริษัทยังคงได้ดำเนินงานเพราะได้มีการเซ็นสัญญาได้รับงานนี้ แล้ว โดย ขณะนี้มีผู้แสดงความสนใจกว่า 80 ราย และมีผู้เข้ามาจองพื้นที่แล้วกว่า 10 รายซึ่งส่วนใหญ่เป็นราย เล็ก รายละประมาณ 10 ไร่
ขณะที่บริษัทได้นำคณะพันธมิตรจีนเสนอลงทุนการสร้างถนนจากบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรีไปโครงการ นิคมอุตสาหกรรมทวายเป็น 4 เลน หรือมอเตอร์เวย์จากแผนเดิมสร้างถนน 2 เลน ซึ่งหากทำได้จะ ดีกับทุกฝ่ายที่มีการขนส่งสินค้าและเดินทางไปมาสะดวกขึ้น ระหว่างนี้รอรัฐบาลเมียนมาร์ชุดใหม่ตัดสินใจ






