วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดิจิทัล คือความสุข-สนุก คัมภีร์เคลื่อนธุรกิจ'มายรัม'

ในสหรัฐโอกาาสจากเทคโนโลยี20ปีก่อนจะเคลื่อนสู่โลกธุรกิจจึงตั้งธุรกิจ‘ดิจิทัล เอเยนซี’ในไทย โมเดลดันโลคัลสู่อินเตอร์โดย'อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล'

ปฏิเสธไม่ได้ว่า “เทคโนโลยี” มีบทบาท และทรงอิทธิพลต่อโลกยุคนี้อย่างยิ่งยวด โดยเฉพาะภาคธุรกิจ ที่ต้องรับมือกับการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ไม่แค่ผู้ผลิตสินค้าที่ต้องปรับ บริษัทดิจิทัล เอเยนซี่ ก็ยังต้องรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็วนี้

หากกล่าวถึงบริษัทดิจิทัล เอเยนซี เบอร์ต้นๆในเมืองไทย บริษัทที่นึกถึงหนีไม่พ้น “มายรัม” อีกหนึ่งกลุ่มธุรกิจ ภายใต้กลุ่มบริษัท WPP เอเยนซี่ชื่อดังระดับโลก โดยตั้งขึ้นเพื่อบุกเบิกธุรกิจดิจิทัล เอเยนซี ปัจจุบันมีสำนักงาน 40 แห่งใน 17 ประเทศ มีทีมงานรวม 2,200 คน

โดยในไทย ปีที่ผ่านมาได้ผนึก “ธอมัสไอเดีย” ก่อนจะเปลี่ยนชื่อเป็น มายรัม (ประเทศไทย)  โดยยังคงมี “แม่ทัพหญิงแกร่ง” คนเดิม (ผู้ร่วมก่อตั้ง และประธานบริหารและที่ปรึกษาอาวุโส ธอมัสไอเดีย) อย่าง “พอลลี่ อุไรพร ชลสิริรุ่งสกุล” นั่งเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัลโซลูชั่นส์ มายรัม (ประเทศไทย) เคลื่อนธุรกิจ

ย้อนไปกว่า 20 ปี อุไรพร คร่ำหวอดอยู่กับวงการเทคโนโลยีอยู่ก่อนแล้ว อาทิ การนั่งตำแหน่งวิศวกรอาวุโสฝ่ายควบคุมให้กับบริษัทใหญ่ยักษ์ด้านอิเล็กทรอนิกส์รายหนึ่งในสหรัฐอเมริกา และให้กับโรงกลั่นน้ำมันแห่งหนึ่งในไทย มาแล้ว 

“คุ้นชินกับเทคโนโลยีเยอะ ทั้งระบบคอมพิวเตอร์ ข้อมูลพื้นฐาน พอหยิบจับงานนี้เลยไม่ลำบากใจ” เธอย้อนเล่ายุคแรกของการทำงาน

จุดเปลี่ยนของการทำงานเอเยนซี่ เกิดขึ้นจากการ “สื่อสาร” ระหว่างเพื่อนจากข้ามซีกโลก เมื่อครั้งทำงานที่สหรัฐ มีโอกาสใช้งานอินเตอร์เน็ต โดยแชทผ่าน “โกเฟอร์” (Gopher) พิมพ์ทีละคำในยุคนั้น สร้างความตื่นเต้นให้กับเธออย่างมาก ตอนเห็นอินเตอร์เน็ตวันแรกๆ ตกใจ ..!

“พอมีพวกนี้..เออ..มันใช้งานได้ เพื่อนแชทมาหาเราๆ ก็แชทกลับไป เห็นแบบนี้ตกใจเลย โอ๊ย..! ตายแล้ว อินเตอร์เน็ตทำได้ขนาดนี้เลยเหรอ มันเรียลไทม์ ถ้าเกิดยิ่งโตขึ้นไปอีกจะกลายเป็นอะไร เลยมองว่าต้องมีการเปลี่ยนแปลงเยอะมากสำหรับกลุ่มคนที่เข้าถึงสิ่งเหล่านี้้” เธอบอก และขยายความว่า 

จุดเด่นของอินเตอร์เน็ต คือ ความง่ายเพียงพิมพ์หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ก็ทำงานได้

โจทย์นี้ทำให้เธอเห็นโอกาส และตัดสินใจกลับมาเมืองไทยเพื่อปลุกปั้น “ดิจิทัล เอเยนซี่”

ทว่า หนทางแรกเริ่มแม้โอกาสจะดูยิ่งใหญ่ แต่สำหรับไทยในยุคนั้น ยังไม่พร้อมด้านระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานด้านอินเตอร์เน็ต แม้กระทั่งองค์ความรู้ การส่ง Email ยุคนั้นยังต้องเรียนรู้ 

“ต้องเปิดคลาสสอนการใช้อีเมลล์” เธอหัวเราะ

ผ่านไป 20 ปี เทคโนโลยีเปลี่ยนไปมาก ทั้งโลกกำลังจะกลายเป็น “ดิจิทัล” ทำให้เห็นเลยว่า สิ่งที่เดินมานั้น “ถูกทาง” แต่ก็ไม่ง่าย เพราะเมื่อก่อนเรื่องดิจิทัลในแวดวงธุรกิจ โดยเฉพาะกับลูกค้าถูกมองเป็นแค่ “ช่องทางหนึ่ง” ของการทำตลาดเท่านั้น

“เวลาประชุมเราก็เป็นแค่วงกลมหนึ่งเล็กๆ ต้องมีเว็บไซต์ให้คนเข้ามาหาข้อมูลได้ เป็นอะไรที่เสริมการสื่อสารมากกว่า”

กระทั่ง 3-4 ปีก่อน เมื่อพบปะลูกค้า เริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง โดยลูกค้าเริ่มมองว่า“ดิจิทัล”เป็นหัวใจสำคัญในการสื่อสาร เพราะการสื่อสารวันนี้ไม่ใช่แต่360องศา แต่ดิจิทัลเป็นการสื่อสาร365วัน วันละ 24 ชั่วโมง คูณด้วย 7 วัน เรียกว่า ลูกค้าต้องสื่อสารกับสินค้าและบริการได้ตลอดเวลา

ดั้งนั้น การทำตลาดจากนี้ไป การสื่อสารต้องนึกถึงดิจิทัล เธอเล่า

ศัพท์หนึ่งที่ยังคงฮิต ยกให้ Digital transformation แพลทฟอร์มความคิด กระบวนการ หลักการนำมาซึ่งการใช้เทคโนโลยีที่จะช่วยทำให้องค์กรแข่งขันได้ดียิ่งขึ้น 

เป็นสิ่งท้าทายภาคธุรกิจอย่างมากที่จะปรับตัวเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อก สู่ ดิจิทัล ซึ่งหากทำได้ “สปีด” ในการแข่งขันของผู้ประกอบการจะ “เร็ว” กว่าคู่แข่ง

จุดเปลี่ยนของแวดวงธุรกิจเกิดขึ้นตลอดเวลา ส่วนดิจิทัล ทุกๆ 4 ปีมักจะมีวัฏจักรพลิกโลกของนวัตกรรมให้เห็นเสมอ ที่ชัดที่สุดคือ การระเบิดขึ้นของ “สมาร์ทโฟน” เมื่อข้อมูล การค้นหา กระทั่งการตัดสินใจอยู่ที่ปลายนิ้ว “คลิกเดียว” ผ่านมือถือ

  “การแข้งขันกันเกิดขึ้นแค่คลิกเดียว มันน่ากลัว”

เทคโนโลยีเปลี่ยนเร็ว นักบริหารเช่นเธอปรับตัวทันไหม ? 

เธอหัวเราะพร้อมคำตอบว่า “สนุกมากเลยนะ เราโตมาเป็นดิจิทัล เอเยนซี โตจากแพลทฟอร์มเหล่านี้ มีความเข้าใจ คุ้นชินและไม่ห่วง หากแต่การทำงานจะเลือกใช้การสื่อสารอย่างไร อุปกรณ์ใด ช่องทางไหนคุยกับผู้บริโภค เป็นสิ่งสนุกมาก"

ส่วนการทำงานกับลูกค้าให้ทันความเปลี่ยนแปลง แน่นอนว่า แผนระยะสั้น-ยาว ถูกกำหนดไว้แล้ว การพูดคุยต้องไล่ตั้งแต่ผู้บริหาร เพื่อทราบวิสัยทัศน์และความต้องการ หารือกับทีมงานเพื่อทราบความพร้อมในการพลิกตัวเอง-องค์กรสู่ดิจิทัลได้มากแค่ไหนอย่างไร ไว้รับมือการตอบสนองต่อผู้บริโภคอีกทอด

ในฐานะเอเยนซี เธอเชื่อมั่นมากในดิจิทัล แต่บรรดาภาคธุรกิจ ลูกค้า ยังมีบางคนที่ลังเล แม้เหล่าซีอีโอ(ผู้บริหาร)กว่า60-70%จะให้น้ำหนักเรื่องนี้ แต่ถ้าต้องลงทุนก็คิดนาน เพราะหลายคนยังเข้าใจว่าดิจิทัลเป็นเรื่องของโซเชียล ทั้งที่จริงๆเป็นธุรกิจใหม่ที่ดึงมาใช้ประโยชน์ได้มากมายมหาศาล

เมื่อโลกเข้าสู่ยุคดิจิทัลเต็มตัว ไม่แค่ธุรกิจภายนอกที่ต้องปรับตัว องค์กรเธอก็ต้องปรับ กับการร่วมกับกลุ่มธุรกิจเอเยนซีระดับโลก ยิ่งสร้างแต้มต่อให้บริษัทมากขึ้น โดยเฉพาะการรับงานจากลูกค้าทั้งในและต่างประเทศ ที่จะประสานงานกับพันธมิตรทั่วโลกทำงาน ส่งผลให้เธอกลับมาสานภารกิจตั้งแต่ต้นในการก้าวสู่ “Regional” หรือเวทีธุรกิจดิจิทัลเอเยนซี ระดับภูมิภาค ซึ่งอยากไปมานานแล้ว 

ที่สำคัญยังมองไกลถึงระดับ “Global” ด้วย

สิ่งที่ภายในองค์กรต้องทำเพื่อไปให้ถึงเป้าหมายดังกล่าว เธอมอง4ส่วนสำคัญ คือ 

ความสามารถด้านภาษาอังกฤษ หรือภาษาที่ต้องสื่อสารในสนามแข่งขันนั้นๆ, การตัดสินใจบนพื้นฐานข้อมูลที่ถูกต้อง ซึ่งไม่ว่าจะนั่งทำงานในโต๊ะเล็กหรือใหญ่ ล้วนมีการตัดสินใจเกิดขึ้นเสมอ, การบริหารจัดการที่กล้าหาญ และสามารถเจรจาได้เพื่อทำงานได้ 

“หมายถึงทักษะของคนไทยจะแข่งขันกับโลกได้”

นอกจากดิจิทัล เอเยนซี่แล้ว ยังมีสิ่งที่เธออยากเห็นในองค์กรแห่งนี้ คือการก้าวสู่ตำแหน่ง "ที่ปรึกษา” มากยิ่งขึ้น นั่นหมายความว่า การทำงานภายในองค์กรจะต้องมีความเป็น“มืออาชีพ” 

งานคืองาน คำไหนคำนั้น ส่งงานได้ตามกำหนด ตัดสินใจอย่างดี ทีมงานต้องรับผิดชอบสูงมาก !

“ตอนเริ่มทำงานก็หลงรักงานดิจิทัลตั้งแต่ Day one แต่มันเร็วไปหน่อย เพราะดิจิทัลค่อยๆเกิดตามมา วันนี้เราได้ทำได้แล้ว ตอบโจทย์ตรงนั้นแล้ว แต่สิ่งที่อยากผลักดันไปอีกระดับคือเป็นที่ปรึกษา การตัดสินใจอยู่ข้างๆลูกค้า ช่วยลูกค้าคิด” 

เป้าหมายนี้โชคดีเมื่อมีทีมงานต่างแดนจากบุคลากรที่มีกว่า 2,200 คนมาช่วย  

“ทีมช่วยให้เราโตเร็วมาก เห็นการทำงานของเขา มีทักษะ มีไกด์ไลน์ ทำงานเป็นระบบและระบบถูกนำมาประยุกต์ใช้ได้เร็วมาก “สนุกมากเลย”  เธอเล่าอย่างอารมณ์ดี

ทว่า บทบาทการขับเคลื่อนองค์กรของเธอเปลี่ยนไปจากวันแรกเล็กน้อย คือ “สุขุม”มากขึ้น ขณะที่อดีตนิยามว่า “ลุย” มาก 

“สู้น่าดูเลย ลุย ไม่กินไม่นอนไม่หลับเลยก็ได้ ขอให้ทำงานให้เสร็จ แม้วันนี้ยังเป็นอย่างนั้น แต่ฉลาดมากขึ้น ไม่ถึงขั้นไม่กินไม่นอน แต่พิจารณาว่างานบางชิ้นใช้กระบวนการมาจับได้ไหม วางแผนล่วงหน้า ทำให้ทีมทำงานได้เป็นระบบ ทำงานถูกต้องไม่ต้องเหนื่อยเกินไปโดยไม่จำเป็น ตอนยังเด็กแรงเยอะไง”

นอกเหนือองค์กรต้องโต สิ่งที่อยากทำวันนี้ คือการผลักดันให้ธุรกิจทั้งองคาพยพมองเห็นการพัฒนาของเพียงชิ้นเดียว ว่าสามารถนำไปใช้และเกิดกระบวนการเกี่ยวเนื่องมากมาย เกิดประโยชน์ต่อลูกค้า และประเทศชาติ

“ฟังดูอาจใหญ่ไปนิดนึงนะ แต่ถ้าพูดอะไร แล้วทำให้คนมอง ปรับปรุงตัวได้ และเกิดเป็นภาพกว้าง ประเทศก็จะเจริญ เลยพยายามเขียนหนังสือบ้าง พูดบ้าง อาจทำได้ไม่ดีพอ แต่หวังว่าข้อความเหล่านี้จะถึงผู้มีอำนาจในการตัดสินใจ อย่ามองดิจิทัลเป็นเพียงโซเชียล ดีไซน์ แต่เราจะได้ของจากสิ่งเหล่านี้อีกมากมาย ถ้าวางแผนดีๆ”

20 ปี กี่ความตั้งใจในการทำงานที่ประสบความสำเร็จ 

เธอบอกว่า “การไม่ประสบความสำเร็จเป็นเรื่องปกติ( หัวเราะ) บางครั้งเพื่อนโทร.มาถาม อันนี้ทำยังไง รู้ได้ไงว่าทำแล้วดี ก็บอกไปว่า..ไม่รู้หรอก ทำยังไงทำแล้วดี แต่รู้แต่ว่าทำยังไงแล้วไม่ดี เพราะอาจจะทำมาหมดแล้ว อะไรที่ทำแล้วไม่ดี ก็จำไว้ และไม่ทำอีก มองหาสิ่งใหม่ๆแล้วทำให้ดีขึ้น”

ตลอดเวลาของการทำงาน เธอย้ำว่า เป็นสิ่งที่สร้างความสนุกให้ตลอดเวลา และนี่เป็นความหลงใหลในดิจิทัล ของหญิงแกร่งที่ชื่อ “อุไรพร”