วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เคลื่อนไหวแดนลบ

หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : เคลื่อนไหวแดนลบ

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มจะซึมลง โดยมีแรงกดดันจากกลุ่มพลังงานเป็นหลัก หลังจากที่การประชุมผู้นำ OPEC ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ไม่สามารถบรรลุข้อตกลงในการคงหรือลดกำลังการผลิตได้ เพราะซาอุยืนยันจะไม่ยอมลด production หากอิหร่านไม่ร่วมด้วย เราจึงได้เห็นราคาน้ำมันร่วงลงแรงกว่า 5% และมีโอกาสกดดัน SET Index ให้เข้าใกล้แนวรับบริเวณ 1350 จุดได้อีกครั้งในสัปดาห์นี้

แนวรับ/แนวต้าน : 1350/1400 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 40% : พอร์ตหุ้น 60%

กลยุทธ์ : หาจังหวะซื้อเมื่อดัชนีย่อลง เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว และคาดจะรายงานงบออกมาดีในปีนี้

หุ้นแนะนำ

1. EPG target 16 (Theme ผลประกอบการรายงานออกมาดี)

• แนวโน้มงบปี 59 (period เม.ย.58-มี.ค.59) เติบโตต่อเนื่องและไตรมาสล่าสุด (ม.ค.59-มี.ค.59) คาดจะออกมาดีมาก โดยกำไรคาดจะโตกว่า 30%qoq และ 150%yoy

• ธุรกิจผ่านช่วง low season ไปแล้วและลุ้นคว้างานฉนวนกันความร้อนสำหรับสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งจะเปิดประมูลเร็วๆนี้

• แผนเปิดตลาดเพิ่มในเออีซี ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย จะช่วยเพิ่มยอดขายจากประเทศในกลุ่มอาเซียนจาก 5% เป็น 10% ในปีนี้

• ปีนี้จะไม่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายการปิดโรงงานของ TJM ในจีน ทำให้ธุรกิจ ARK ของ EPG สดใสขึ้น

• ธุรกิจ AFC และ EPP ของ EPG จะได้ประโยชน์จากอัตรากำไรที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องจากต้นทุนโดยเฉพาะต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

2. STA target 14 (Theme ราคายางฟื้นตัว)

• ราคายางโลกเข้าสู่ช่วงร้อนแรงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน กำไรของ STA มี correlation เชื่อมโยงกับราคายางมากถึง 80% จึงได้ผลบวกอย่างสูง

• ตั้งแต่เดือน มี.ค.59 ประเทศไทยจะจับมือกับอินโดนีเซียลดการผลิตและส่งออกยางพาราจนถึง ส.ค.59 ซึ่ง 3 ประเทศรวมกันมียอดผลิตยางพารารวมเกือบ 70% ของผลผลิตยางพาราทั้งโลก ดังนั้น การจับมือกันควบคุมปริมาณการผลิตจะมีผลให้ราคายางพาราปรับขึ้นต่อตั้งแต่เดือน เม.ย.59 เป็นต้นไป

• ช่วงไตรมาส 2 หลายพื้นที่ในประเทศไทยเข้าสู่ช่วงยางผลัดใบ ทำให้ปริมาณ supply ยางพาราลดลงและหนุนราคายางพาราขึ้น

3. ASEFA target 7 (Theme การประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและเอกชน)

• กำลังจะย้ายฐานการผลิตจากบางบอนมารวมในเขตโรงงานใหม่ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตถึง 50% และลดต้นทุนด้านการขนส่ง

• คาดรายได้ปี 59 โต 20% ส่วน gross margin และการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ดีขึ้นจากปีก่อน ส่งผลให้กำไรมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่

• เปิดสาขาใหม่ 10 สาขาไว้ให้บริการหลังการขาย ทำให้มีรายได้จากการให้บริการมาเสริม ซึ่งธุรกิจนี้มีอัตรกำไรข้างต้นสูงถึง 55%

• จำนวนงาน Backlog ในมือมากถึง 1.7 พันล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกรับรู้เป็นรายได้ในปี 59 นี้ และช่วยให้รายได้โตตามเป้า

• ข่าวการประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลทั้งงานรถไฟฟ้า และการเชื่อมสายไฟลงใต้ดิน ช่วยหนุน sentiment นอกจากนี้ยังมีการประมูลงานภาคเอกชน ทั้งงาน data centers, 4G, และพลังงานทดแทน ซึ่งล่าสุด ASEFA ยื่นประมูลไป 2-3 พันล้านบาทและจะทยอยประกาศผลการชนะการประมูลในช่วงไตรมาส 2 นี้ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยช่วยหนุนราคาหุ้น



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

+ นักเศรษฐศาสตร์ฟันธงเศรษฐกิจไทยฟื้นชัดครึ่งปีหลัง อานิสงส์ "ลงทุนรัฐ-ท่องเที่ยว" ลุ้น "พีพีพี" ดันการลงทุนเกิดเร็ว คาดเม็ดเงินโครงการขนาดใหญ่ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้าน หนุน "จีดีพี" ทั้งปีโตเฉลี่ย 3-4% ขณะราคาสินค้าเกษตรส่งสัญญาณฟื้น ดันการส่งออกเริ่มดีขึ้น จับตาเศรษฐกิจปัจจัยเสี่ยง "หลัก"

+ ธุรกิจอสังหาฯ ประเมินไตรมาส 2 ชะลอตัว หลังหมดอานิสงส์มาตรการกระตุ้น หวังการลงทุนภาครัฐดันอสังหาฯครึ่งปีหลัง ผู้ประกอบการปรับเกม โหมอัดแคมเปญเปิดโครงการใหม่ เจาะดีมานด์ในอนาคต รักษาเป้ายอดขาย ระบุไตรมาสแรก มาตรการกระตุ้นอสังหาฯ-บ้านประชารัฐ หนุนระบายสต็อก ดันยอดโอน ก.พ.พุ่ง 30%

- พาณิชย์เตือนผู้ส่งออกรับมือเงินผันผวนจากมาตรการคิวอี ประเมินเศรษฐกิจโลกยังซบเซา คาดแนวโน้มส่งออกไตรมาส 2 ทรงตัว ด้าน "เอกชน" ประเมินส่งออกปีนี้ขยายตัว 1.1% ขณะพาณิชย์ยืนเป้า 5% หวังเออีซีหนุน นักเศรษฐศาสตร์ชี้ไทยเผชิญปัญหา เชิงโครงสร้าง-วัฏจักรเศรษฐกิจขาลง

+ นายสมชัย รัตนโอภาส กรรมการ ผู้จัดการ โรงแรมเอ-วัน กรุงเทพฯ และพัทยา เปิดเผยว่า หลังสงกรานต์เป็นช่วงไม่ใช่ฤดูกาลท่องเที่ยว (โลว์ซีซั่น) แต่เชื่อว่าบรรยากาศการท่องเที่ยวจะดีกว่าปีก่อน โดยคาดว่าโรงแรมในกรุงเทพฯ อัตราเข้าพักน่าจะอยู่ที่กว่า 90% ไม่เฉพาะโรงแรมของเอ-วัน แต่เครืออื่นก็น่าจะดีเช่นกัน ส่วนโรงแรมในพัทยาของเอ-วัน คาดอัตราเข้าพัก 70% ดีกว่าปกติที่ผ่านมาอยู่ที่ 50-60% เพราะได้อานิสงส์จากนักท่องเที่ยวจีนที่เข้ามาเที่ยวมาก ประกอบกับนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่นิยมมาเที่ยวไทยช่วงโลว์ซีซั่นมากขึ้น

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปรับตัวลง 28.97 จุด หรือ 0.16% ปิดที่ 17,897.46 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลงเล็กน้อยเมื่อวันศุกร์ (15 เม.ย.) หลังเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ โดยราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงได้ถ่วงหุ้นกลุ่มพลังงาน ก่อนที่การประชุมประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่จะมีขึ้นในวันอาทิตย์นี้

- ดัชนี FTSE 100 ตลาดหุ้นลอนดอนเมื่อวันศุกร์ (15 เม.ย.) ปรับตัวลดลง 21.35 จุด หรือ 0.34% ปิดที่ 6,343.75 จุด สำหรับตลอดทั้งสัปดาห์ ดัชนีพุ่งขึ้น 2.3% โดยเป็นการ

ปรับตัวขึ้น 3 สัปดาห์ติดต่อกันแล้ว ท่ามกลางความวิตกเกี่ยวกับการขยายตัวของเศรษฐกิจโลก หลังจากจีนเผยตัวเลขจีดีพีไตรมาส 1/2559 ที่ขยายตัวในอัตราที่ช้าที่สุดในรอบ 7 ปี นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนการประชุมนัดสำคัญของกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมัน สุดสัปดาห์นี้

- ดัชนีนิกเกอิปิดลดลง 63.02 จุด หรือ 0.37% แตะที่ 16,848.03 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวลดลงปานกลาง หลังจากที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นสามวันติดต่อกัน เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไร

+ สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน พ.ค.ลดลง 1.14 ดอลลาร์ หรือ 2.75% ปิดที่ 40.36 ดอลลาร์/บาร์เรล เมื่อวันศุกร์ (15 เม.ย.) ซึ่งเป็นการลดลงมากที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. ขณะที่ทั้งสัปดาห์สัญญาน้ำมันปรับตัวขึ้น 1.6% ก่อนหน้าการประชุมกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และประเทศนอกกลุ่มโอเปกในวันที่ 17 เม.ย. ซึ่งมีเป้าหมายที่จะหารือกันเพื่อจำกัดเพดานการผลิต หลังจากราคาน้ำมันในตลาดโลกทรุดตัวลง