วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ชวลิต'หวังทุกภาคส่วนร่วมมือแก้วิกฤตเศรษฐกิจ

“ชวลิต” หวังทุกภาคส่วนร่วมมือแก้วิกฤตเศรษฐกิจ ก่อนล่มสลาย

นายชวลิต วิชยสุทธิ์ รักษาการรองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ขอเตือนสติทุกฝ่ายหลังธนาคารโลกออกแถลงการณ์เมื่อ10 เมษายน ที่ผ่านมา ประมาณการว่าประเทศไทยจะมีอัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจต่ำสุดในกลุ่มประเทศอาเซียนอีกปีหนึ่ง  ซึ่งตนเห็นว่าน่าเห็นใจผู้รับผิดชอบ เพราะล้วนหวังดีต่อบ้านเมือง  อย่างไรก็ตาม คนไทยทุกคนก็มีสิทธิ์ที่จะห่วงตนเอง ครอบครัวตนเอง ไปจนถึงประเทศชาติ การโทษหรือต่อว่ากันไปมาไม่มีประโยชน์อันใดในทางสร้างสรรค์

นายชวลิต กล่าวว่า ตนเห็นว่า ความมั่นคงของชาติสำคัญที่สุด แต่มิติทางด้านความมั่นคงนั้นมีหลายมิติ โดยความมั่นคงทาง ด้านเศรษฐกิจเป็นอีกมิติหนึ่งที่มี ความสำคัญยิ่ง หากเศรษฐกิจล่มสลายแล้วแก้ยาก ต้องใช้เวลานานมากกว่าจะฟื้นตัว อย่างน้อยใช้เวลา 10 - 20 ปี ซึ่งจะทำให้ไทยเป็นประเทศที่ยากจนอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ และมีแนวโน้มว่าจะเป็นไปได้ที่ประเทศไทยจะถอยหลังกลายเป็นประเทศยากจนถ้าเราไม่ร่วมมือกันออกจากวิกฤตความขัดแย้ง

เมื่อสงกรานต์ที่ผ่านมา ฝ่ายบริหารได้อวยพรประชาชนว่าขอให้มีความสุข ช่วยกันทำให้สงกรานต์เป็นเทศกาลสร้างความรัก สามัคคี ปรองดอง  การสื่อสารถึงประชาชนดังกล่าว ทำให้มีความหวังขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งว่า แต่ละภาคส่วนจะให้เกียรติซึ่งกันและกันและร่วมมือกันเสนอทางออกเพื่อนำพาชาติออกจากวิกฤต  ในการเสนอปัญหาเฉพาะหน้า ตนเห็นข้อเท็จจริงว่า การที่ประเทศไทยซึ่งมีปัจจัยทางด้านโครงสร้างพื้นฐานและปัจจัยอื่นๆดีกว่าประเทศเพื่อนบ้านอย่างมากแต่อัตราการเจริญเติบโตกลับต่ำที่สุด สาเหตุคงมิใช่เพราะภาวะเศรษฐกิจผันผวนของโลกเท่านั้นคงต้องยอมรับความจริงกันในข้อนี้ และหากเป็นเพราะระบบการเมือง การปกครองของเรา เราจะร่วมกันหาทางออกให้กับประเทศของเราอย่างไร เพราะข้อเท็จจริงก็ปรากฎว่า มีการนำเสนอระบบการเมือง การปกครอง ที่ต้องอยู่ในระยะเวลาเปลี่ยนผ่านอีก 5 ปีซึ่งก็เท่ากับระยะเวลาอีก 8 ปีบวก    กล่าวคือ เทอมรัฐบาลมี 4 ปีบวกอีก 1 + 3 ปี เป็น 8 ปีบวกถ้าระบบการเมือง การปกครองดังกล่าว มีผลต่อปัญหาเศรษฐกิจปากท้องประชาชน คนไทยทุกภาคส่วนคงไม่ปรารถนาเช่นนั้น

นายชวลิต กล่าวในที่สุดว่า หากเห็นปัญหาร่วมกัน ขอให้ทุกภาคส่วนได้ช่วยกันคิด ไตร่ตรอง ให้รอบคอบ แล้วร่วมกันหาทางออกอย่างสร้างสรรค์ การสร้างวาทกรรมตอบโต้ เสียดสีกันไปมาไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ในทาง

สร้างสรรค์ใดๆ มีแต่จะเพิ่มความเกลียดแค้น ชิงชังซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะฝ่ายผู้มีอำนาจถ้าขาด ความเมตตาที่มีต่อประชาชนทุกภาคส่วนอย่างเท่าเทียมและเป็นธรรม จะได้ชื่อว่าเป็นผู้ปกครองได้อย่างไร จึงขอให้ใจเย็นๆ เพราะขณะนี้ปัญหาเศรษฐกิจ ปากท้องประชาชนถือเป็นปัญหาใหญ่สุด ถ้าปากท้องมันร้อง ก็จะระงมไปทั้งประเทศ คนไทยทุกคนไม่อยากเห็นภาพเช่นนั้น จึงขอวิงวอนให้ทุกภาคส่วน ได้นำปัญหาข้อเท็จจริงมาวิเคราะห์อย่างถ่องแท้ โดยเฉพาะปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังประสบอยู่ เกิดจากระบบการเมือง การปกครอง จริงหรือไม่ ถ้าเห็นปัญหาตรงกัน ก็สามารถร่วมมือกันนำพาประเทศออกจากวิกฤตได้