เกือบ 2 ขวบศูนย์การค้า‘เซ็นทรัล เอ็มบาสซี’เลือดใหม่เซ็นทรัลกรุ๊ป ‘บรม พิจารณ์จิต’แม่ทัพน้อยบริหารจากคิดแข่งกับตัวเองจึงกำชัยสังเวียนค้าปลีก
เปิดศูนย์การค้าท่ามกลางบรรยากาศเศรษฐกิจไม่เอื้อต่อการจับจ่ายใช้สอยมากนัก ห้างสุดหรูที่ควรจะเรียกแขกมากมาย กลายกลับค่อนข้างเงียบเหงา ประเมินจากสายตา ผู้เข้ามาใช้บริการในศูนย์การค้า “เซ็นทรัล เอ็มบาสซี” น่าจะยังต่ำกว่าเป้าหมาย
“ตั้งเป้าหมายจะมีคนเข้าศูนย์ฯ 3 หมื่นกว่าคนต่อวัน ไม่ใช่ตื่นขึ้นมาพรุ่งนี้แล้ว 3 หมื่นเลย มันต้องมีเป้าหมายเชิงรุก (Aggressive target) มองบวกเล็กน้อย” หนึ่งในคำถามที่ “บรม พิจารณ์จิตร” กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี (เจนเนอเรชั่นที่ 4 ลูกชาย ยุวดีพิจารณ์จิตร (จิราธิวัฒน์) ซีอีโอ กลุ่มธุรกิจห้างสรรพสินค้า บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด) ให้ความกระจ่าง ก่อนจะยอมรับในทีว่า...
แม้ลูกค้าเข้ามาใช้บริการอาจดูไม่มาก ทว่า ช็อปแบรนด์และสินค้าก็ทำยอดขายได้ดี ถึงขั้นติดอันดับ “Top 2” ของสาขาที่ทำเงิน
“ที่อื่นยอดขายเท่านี้ แต่ของเรา Double คูณ 2 ” สะท้อนภาพอะไร เขาตอบทันทีว่า “ลูกค้าของเรา ไฮควอลี้ตี้จริงๆ ไม่ใช่มาเดินเล่นอย่างเดียว แต่เป็นลูกค้าคุณภาพที่ใช้จ่ายสูง มาแล้วมาช็อป บ่งบอกถึงเรื่องราวความสำเร็จของเราได้ส่วนหนึ่ง
" ทราฟฟิกมาแน่นนอน Slowly but sure เขายิ้ม
กว่า 1 ปีผ่านไปกับการรับบทบาทเป็น “แม่ทัพน้อย” ทว่าคุมโปรเจคยักษ์ “บรม” บอกว่าธุรกิจต้องปรับตัวตลอดเวลา โดยเขาพยายามมองหาเทรนด์ธุรกิจค้าปลีกใหม่ๆ ทั้งในประเทศและโลก ว่าอะไรจะเป็นสิ่งที่จะนำมาตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้
ล่าสุด กับการทุ่มงบ 230 ล้านบาท ปรับพื้นที่ภายในศูนย์การค้า ทั้งขยายโซนอีทไทย ศูนย์รวมอาหารไทยเป็น 3,500 ตารางเมตร จาก 2,500 ตารางเมตร เปลี่ยนพื้นที่ชั้น 6 ให้เป็นไลฟ์สไตล์คอนเซ็ปต์ที่ยังไม่มีใครทำ มีร้านหนังสือ ร้านจำหน่ายสินค้าศิลปะ พื้นที่ทำงานแบบ co-working space สนามเด็กเล่น เป็นต้น ส่วนพื้นที่ชั้น 5 จะเป็นไลฟ์สไตล์ แฮงเอาท์สำหรับเพื่อนฝูงพร้อมวิวทิวทัศน์เมืองกรุง
และสุดท้ายคือการเนรมิตโรงแรมหรู 6 ดาว “พาร์ค ไฮแอท” มูลค่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่แรกและที่เดียวของกรุงเทพฯ ซึ่งความสมบูรณ์ครบครันทั้งหมด เขายืนยันว่าจะได้ยลโฉมกันภายในสิ้นปี 2559 แม้จะ "ล่าช้า" ไปจากแผนเดิมเป็นปี!! แต่เขาไม่ต้องการให้มองเช่นนั้น เพราะการ “ชะลอ” ก็เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อเปิดโครงการแล้วจะถูกเวลา เศรษฐกิจดี รับเซ็นทรัล เอ็มบาสซีครบ 2 ขวบ
“ตามแผนเดิมโปรเจคจะต้องเสร็จทั้งหมดภายในปี 2558” เหตุผลเพิ่มเติมที่โครงการช้า เพราะอาคารมีความโดดเด่น (Iconic) สร้างยาก
หากพิจารณาอีกปัจจัยคือ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ เป็นศูนย์การค้าหรูบนทำเลทองสี่แยกเพลินจิต ซึ่งกำลังจะเป็นที่ตั้งของคอนโดมิเนียมสุดหรูของ บมจ.แสนสิริ (คอนโดมิเนียม 98 Wireless) และของโนเบิล (Noble Ploenchit) และยังมีอาคารสำนักงานใหญ่แห่งใหม่ของธนาคารกรุงศรีอยุธยา ซึ่งมีจะพนักงานร่วม 6,000 ชีวิต
นั่นเลยทำให้การพัฒนาโปรเจคต้องพร้อมเพื่อรองรับกลุ่มเป้าหมาย
“มองจริงๆโครงการเซ็นทรัล เอ็มบาสซีเป็นการลงทุนระยะยาวไม่ใช่ว่าตื่นขึ้นมาทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อย เพราะมันเป็นการลงทุนที่ใหญ่มาก (เสียงหนักแน่น) มูลค่าถึง 1.8 หมื่นล้านบาท เราต้องแน่ใจว่า เราจะปฏิบัติงานได้ตาม แผนของเราจึงต้องแน่ใจว่าเป็นเวลาที่ถูกต้อง ไม่ใช่ว่ารีบเปิดๆ แต่ตลาดยังไม่พร้อม เศรษฐกิจยังไม่ดี”
การสวมบทแม่ทัพน้อยท่ามกลางเศรษฐกิจชะลอตัวในปีก่อน นับเป็นความ “ท้าทาย” อย่างยิ่ง ปีนี้ก็อีกเช่นกัน นอกเหนือจากเศรษฐกิจสิ่งที่ท้าทายยิ่งขึ้นไปอีก
คือ ต้องแน่ใจว่าสามารถปฏิบัติงานได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ เพราะมีทั้งโครงการใหม่และการทำตลาดอีกค่อนข้างมากในปีนี้ เขาบอก
“เราอยาก make sure ว่าจะทำมันออกมาได้ดี คิดว่านี่เป็นการแข่งกับตัวเอง และเราต้องเอาชนะมันให้ได้”
ผ่านไป 1 ไตรมาสของปีนี้ เจ้าตัวบอกว่า สถานการณ์ตลาดค้าปลีกดีขึ้น จากอานิสงส์ของนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าไทย โดยเฉพาะ 2 เดือนแรก (ม.ค.-ก.พ.) เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน ตัวเลขดีขึ้น 15% และแน่นอนว่า “จีน” เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติที่มา “กอบกู้” สถานการณ์ ขณะที่ทั้งปีเขายังหวังว่า การท่องเที่ยวจะเป็นหัวใจสำคัญที่เอื้อต่อการขยายตัวของธุรกิจค้าปลีก
“ในฐานะผมเป็นแลนด์ลอดร์ดศูนย์การค้า ก็อยากเน้นนักท่องเที่ยวว่ามีผลต่อการขับเคลื่อนธุรกิจ”
ส่วนแนวโน้มห้างค้าปลีกหรูแห่งนี้จะเป็นอย่างไรนั้น
“บรม”บอกว่า ยังเร็วเกินไปที่จะฟันธง เพราะเพิ่งจบไตรมาสแรก แต่ยังย้ำว่า ปีก่อนท้าทายมาก เพราะการบริโภคภายในหดตัวแรง ไหนจะมีเหตุการณ์ระทึกกระเทือนนักท่องเที่ยวให้หายไปช่วงหนึ่งด้วย (ระเบิดบริเวณแยกราชประสงค์) เศรษฐกิจก็ไม่แน่นอน
ปีนี้ก็ยังไม่รู้จะมีอะไรเกิดขึ้นอีก...!!
มองลึกลงไปถึงกำลังซื้อและการบริโภคในประเทศปีนี้ ก็ยังไม่ฟื้นตัวกลับมา 100% เช่นเดียวกับขาช้อประดับไฮเอนด์
คิดง่ายๆ เมื่อเศรษฐกิจยังไม่ฟื้น สถานการณ์ทางการเมืองยังไม่นิ่ง เลยทำให้ผู้บริโภคไม่ค่อยมั่นใจใช้จ่ายเงิน คิดมากขึ้น
“เมื่อก่อนชอบก็ตัดสินใจซื้อเลย ตอนนี้ก็คิดเล็กน้อย จะลงทุนตรงนี้ดีไหม เสื้อเรามีแล้ว รองเท้ามีกี่คู่แล้ว การตัดสินใจเลยยากขึ้น”
หากแต่โอกาสทางการตลาดกับกลุ่มผู้บริโภคภายในประเทศยังมี แต่ต้องพยายามกระตุ้น ด้วยการจัดโปรโมชัน อีเวนท์แปลกใหม่ หรือร่วมกับพันธมิตรทั้งธนาคารพาณิชย์ แบรนด์สินค้าและบริการต่างๆ ดึงดูดให้ลูกค้ามาใช้จ่ายที่ศูนย์ให้มากที่สุด “บรม” เผย
ขณะที่ผลงาน 1 ปีที่ผ่านมา “บรม”บอกว่า พอใจกับการเติบโตของลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการ 24% และปีนี้ยังตั้งเป้าโตต่อ 25%
โดยหวังว่าปลายปีนี้เมื่อเปิดโปรเจคเต็มร้อยจะมีคนเข้าศูนย์เกิน 3 หมื่นคนต่อวัน จากกว่า 2 หมื่นคนต่อวันในปัจจุบัน
โจทย์ปั้นเซ็นทรัล เอ็มบาสซี ตั้งแต่วันแรก หนุ่มบรม หมายมั่นว่าจะทำอย่างไรให้ศูนย์การค้าเปิดให้บริการครบครันสมบูรณ์ ดึงคนเข้าศูนย์ให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้
“หัวใจของการทำงานตั้งแต่วันแรกคือทำให้ดีขึ้นทุกส่วน ทั้งการเช่าพื้นที่ การตลาด การบริการ สร้างโปรดักท์ใหม่ๆ มี 4 ส่วนหลักๆที่อยากเติมเต็มและทำให้ดีที่สุด”
โดยมีเป้าหมายกำกับไว้ 3 ประการ คือ 1.คุณภาพผลงานที่ปฏิบัติ 2.ไทม์ไลน์การเปิดโคงการทันหรือไม่ และ 3.รายได้ที่ต้องแฮปปี้และเป็นไปตามแผน
ส่วนจะเป็นดั่งใจไหม เขาบอกว่า...
“เป็นโอกาสที่ดีที่เราทำงานได้หลายอย่าง และมีโอกาสช่วยที่บ้าน ทำให้โครงการดีขึ้น ทำให้มีชัยชนะ ความท้าทายยังมีอยู่ เพราะปีนี้เป็นอะไรที่ค่อนข้างยาก แต่เราค่อนข้างยืนอยู่ในจุดที่ดี มีทีมงาน ผู้ใหญ่ และทีมบริหารจัดการคอยช่วย”
ปีนี้จึงเป็นอีกปีที่ท้าทาย และปีแห่งการโชว์ชัยชนะไปพร้อมกัน





