วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทดสอบแนวรับ 1350 หาจังหวะสะสมหุ้นเป็นรายตัวเมื่อดัชนีย่อลง

เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ทดสอบแนวรับ 1350 หาจังหวะสะสมหุ้นเป็นรายตัวเมื่อดัชนีย่อลง

ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มจะย่อลงได้ต่อ ปัจจัยกดดันจากภายในประเทศ ได้แก่ การเข้าสู่ช่วงหยุดสงกรานต์ SET Index จึงเสี่ยงต่อการถูกขายทำกำไรมากขึ้น และกลุ่มแบงก์ที่ยังคงได้รับผลกระทบจากการทยอยปรับลดอัตราดอกเบี้ย MLR ของแบงก์ใหญ่ๆ และกลุ่มสื่อสารที่ช่วงนี้มีปัจจัยลบคือ ประเด็น License 4G คลื่น 900MHz ประกอบกับ Valuation ของหุ้นกลุ่มสื่อสารหลายตัวมี upside น้อยมากในเชิงพื้นฐาน ทางด้านปัจจัยต่างประเทศการที่ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยช่วงนี้ แถมความกังวลเรื่องการฟื้นตัวอย่างล่าช้าของเศรษฐกิจโลกและราคาน้ำมันยังไม่สามารถกลับมายืนเหนือ 40 เหรียญ/บาเรล ได้นั้น ล้วนส่งผลกระทบต่อ sentiment ทำให้บรรยากาศการลงทุนเป็นลบโดยรวมในช่วงนี้

แนวรับ/แนวต้าน : 1350/1380 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว และคาดจะรายงานงบออกมาดีในปีนี้

หุ้นแนะนำ

1. EPG target 16 (Theme ผลประกอบการรายงานออกมาดี)

• แนวโน้มงบปี 59 (period เม.ย.58-มี.ค.59) เติบโตต่อเนื่องและไตรมาสล่าสุด (ม.ค.59-มี.ค.59) คาดจะออกมาดีมาก โดยกำไรคาดจะโตกว่า 30%qoq และ 150%yoy

• ธุรกิจผ่านช่วง low season ไปแล้วและลุ้นคว้างานฉนวนกันความร้อนสำหรับสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งจะเปิดประมูลเร็วๆนี้

• แผนเปิดตลาดเพิ่มในเออีซี ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย จะช่วยเพิ่มยอดขายจากประเทศในกลุ่มอาเซียนจาก 5% เป็น 10% ในปีนี้

• ปีนี้จะไม่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายการปิดโรงงานของ TJM ในจีน ทำให้ธุรกิจ ARK ของ EPG สดใสขึ้น

• ธุรกิจ AFC และ EPP ของ EPG จะได้ประโยชน์จากอัตรากำไรที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องจากต้นทุนโดยเฉพาะต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ยังอยู่ในระดับต่ำ

2. STA target 14 (Theme ราคายางฟื้นตัว)

• ราคายางโลกเข้าสู่ช่วงร้อนแรงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน กำไรของ STA มี correlation เชื่อมโยงกับราคายางมากถึง 80% จึงได้ผลบวกอย่างสูง

• ตั้งแต่เดือน มี.ค.59 ประเทศไทยจะจับมือกับอินโดนีเซียลดการผลิตและส่งออกยางพาราจนถึง ส.ค.59 ซึ่ง 3 ประเทศรวมกันมียอดผลิตยางพารารวมเกือบ 70% ของผลผลิตยางพาราทั้งโลก ดังนั้น การจับมือกันควบคุมปริมาณการผลิตจะมีผลให้ราคายางพาราปรับขึ้นต่อตั้งแต่เดือน เม.ย.59 เป็นต้นไป

• ช่วงไตรมาส 2 หลายพื้นที่ในประเทศไทยเข้าสู่ช่วงยางผลัดใบ ทำให้ปริมาณ supply ยางพาราลดลงและหนุนราคายางพาราขึ้น

3. ASEFA target 7 (Theme การประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและเอกชน)

• กำลังจะย้ายฐานการผลิตจากบางบอนมารวมในเขตโรงงานใหม่ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตถึง 50% และลดต้นทุนด้านการขนส่ง

• คาดรายได้ปี 59 โต 20% ส่วน gross margin และการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ดีขึ้นจากปีก่อน ส่งผลให้กำไรมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่

• เปิดสาขาใหม่ 10 สาขาไว้ให้บริการหลังการขาย ทำให้มีรายได้จากการให้บริการมาเสริม ซึ่งธุรกิจนี้มีอัตรกำไรข้างต้นสูงถึง 55%

• จำนวนงาน Backlog ในมือมากถึง 1.7 พันล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกรับรู้เป็นรายได้ในปี 59 นี้ และช่วยให้รายได้โตตามเป้า

• ข่าวการประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลทั้งงานรถไฟฟ้า และการเชื่อมสายไฟลงใต้ดิน ช่วยหนุน sentiment นอกจากนี้ยังมีการประมูลงานภาคเอกชน ทั้งงาน data centers, 4G, และพลังงานทดแทน ซึ่งล่าสุด ASEFA ยื่นประมูลไป 2-3 พันล้านบาทและจะทยอยประกาศผลการชนะการประมูลในช่วงไตรมาส 2 นี้ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยช่วยหนุนราคาหุ้น



ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ

- ทั่วโลกตื่นสอบคนรวย ตามข้อมูล "ปานามา เปเปอร์ส" รั่ว ด้าน ปปง.แถลงวันนี้ ส่วนสรรพากร-ป.ป.ช.รอข้อมูล พร้อมเข้าสอบหากกระทำผิด "วิษณุ" ชี้เอาผิดได้ทุกคน หากเข้าข่ายฟอกเงิน ขณะคลังระบุเป็นเรื่องปกติธุรกิจ เพื่อลดต้นทุนการเงิน รัฐบาลปานามาตั้งกรรมการสอบ

+ "บีเอ็มดับเบิลยู" ค่ายรถยนต์ยักษ์ใหญ่ ฮ่องกงมอริเชียสของโลก เตรียมลงทุนตั้งสำนักงานจัดซื้อระดับโลกในไทย จัดส่งชิ้นส่วนจากไทยไปโรงงานใน 14 ประเทศทั่วโลก พร้อมขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 1 หมื่นคันรุ่นเอ็กซ์ 5 และเอ็กซ์ 3 หวังส่งออกตลาดจีน ระบุ ครึ่งปีหลังเดินสายผลิต ปลั๊กอินไฮบริดในไทย

+ นางเสาวณีย์ ไทยรุ่งโรจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า จากการสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภคในช่วงสงกรานต์ ปี 2559 คาดว่า จะมีเม็ดเงินสะพัด 1.24 แสนล้านบาท ขยายตัว 4.51% จากปีก่อนที่มีเม็ดเงินอยู่ที่ 1.19 แสนล้านบาท ถือเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่ทำการสำรวจมาและขยายตัวสูงสุดในรอบ 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2557 ที่ขยายตัวแค่ 2.36%

- นางพิมลวรรณ มหัจฉริยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า ได้คงประมาณการอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ปีนี้จะเติบโตได้ 3% หรือในกรอบ 2.5-3.5% โดยครึ่งปีแรกขยายตัว 2.8% และครึ่งปีหลัง 3.3% แต่ได้ปรับไส้ในของจีดีพีเสียใหม่ลดการขยายตัวของการส่งออกจาก 2% เหลือ 0% การบริโภคเอกชนเหลือ 1.9% จาก 2.1% การลงทุนเอกชนเหลือ 2.3% จาก 3.9% ส่วนที่ปรับขึ้น ได้แก่ บริโภคภาครัฐโต 3% จาก 2% ลงทุนภาครัฐโต 11.5% จาก 7.9%

ปัจจัยต่างประเทศ

- ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,541.96 จุด ร่วงลง 174.09 จุด หรือ -0.98%

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (7 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจทั่วโลก หลังจากรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ระบุว่า ภาวะซบเซาของเศรษฐกิจทั่วโลกยังคงกดดันให้เศรษฐกิจสหรัฐมีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับภาวะขาลง ขณะที่รายงานการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) บ่งชี้ว่า เจ้าหน้าที่อีซีบีได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อต่ำและแนวโน้มการลงทุนที่อ่อนแอลงในยูโรโซน

- ดัชนี FTSE 100 ปิดลดลง 24.74 จุด หรือ 0.40% ที่ระดับ 6,136.89 จุด ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวลดลงเมื่อคืนนี้ (7 เม.ย.) จากแรงเทขายทำกำไร หลังจากที่ดัชนีปิดพุ่งแรงในวันก่อน

+ ดัชนีนิกเกอิปิดบวก 34.48 จุด หรือ 0.22% แตะที่ 15,749.84 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดขยับขึ้น จากความหวังที่ว่ารัฐบาลญี่ปุ่นจะเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราเพื่อสกัดการแข็งค่าของเงินเยน

+ สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน พ.ค.ปิดลดลง 49 เซนต์ หรือ 1.3% แตะที่ 37.26 ดอลลาร์/บาร์เรล

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 เม.ย.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันล้นตลาด หลังจากอิรักเปิดเผยว่า การส่งออกน้ำมันในเดือนเม.ย.เพิ่มขึ้นสูงกว่าระดับเฉลี่ย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 2 วันทำการก่อนหน้านี้