ราคาน้ำมันดิบดีดตัว หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับตัวลดลงสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์
+ ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นติดต่อกันเป็นวันที่สอง หลังวานนี้สำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ได้รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ โดยได้ปรับตัวลดลง 4.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่ผ่านมา ลงมาแตะระดับ 529.90 ล้านบาร์เรล นับเป็นการปรับตัวลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 7 สัปดาห์ ซึ่งสวนทางกับที่นักวิเคราะห์ได้คาดการณ์ไว้ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.2 ล้านบาร์เรล ทั้งนี้การปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากโรงกลั่นในสหรัฐ ได้เร่งการผลิตน้ำมันสำเร็จรูป รวมไปถึงมีการนำเข้าน้ำมันดิบลดลงในสัปดาห์ที่ผ่านมาอีกด้วย
+ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงสนับสนุนจากค่าเงินดอลลาร์ของสหรัฐที่อ่อนค่าลง ซึ่งส่งผลทำให้ราคาน้ำมันน่าดึงดูดมากขึ้นสำหรับนักลงทุนที่ถือเงินสกุลอื่น หลังการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณว่า จะไม่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเชิงนโยบายของสหรัฐ ในเดือนเมษายนนี้
+ ยิ่งไปกว่านั้น ท่อขนส่งน้ำมันดิบ Keystone ที่ขนส่งน้ำมันดิบไปยังเมืองคุชชิ่งและอิลลินอยส์ ด้วยกำลังการขนส่งน้ำมันดิบปริมาณ 590,000 บาร์เรลต่อวัน จะกลับมาดำเนินการขนส่งช้ากว่ากำหนดเดิมที่จะกลับมาดำเนินการในวันศุกร์นี้ หลังจากมีปัญหาและหยุดทำการซ่อมบำรุงไปตั้งแต่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดย TranCanada ผู้รับดำเนินงานได้ออกมาเปิดเผยว่า ท่อขนส่งน้ำมันดิบ Keystone จะกลับมาดำเนินการผลิตได้เร็วที่สุดในวันอังคารหน้า
+ นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงสนับสนุนจากแผนการปิดซ่อมบำรุงแหล่งน้ำมันดิบ Ekofisk ของประเทศนอร์เวย์ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็น 1 ใน 4 แหล่งน้ำมันสำคัญของน้ำมันดิบทะเลเหนือ (Brent, Forties, Oseberg, Ekofisk) ซึ่งทำให้ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบปรับตัวลดลง 48,000 บาร์เรลต่อวันลงไปอยู่ที่ระดับ 252,000 บาร์เรลต่อวัน ในขณะที่แหล่งน้ำมันดิบ Buzzard ในสหราชอาณาจักรก็มีแผนที่จะปิดซ่อมบำรุงในเดือนกรกฎาคมและสิงหาคม ซึ่งอาจจะทำให้อุปทานน้ำมันดิบหายไปประมาณ 180,000 บาร์เรลต่อวัน
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นน้อยกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล็กน้อย เนื่องจากอุปทานยังคงล้นตลาด โดยระดับปริมาณน้ำมันเบนซินในสิงคโปร์ยังคงอยู่ในระดับสูง และมีน้ำมันเบนซินบางส่วนต้องถูกเก็บในเรือขนน้ำมันกลางทะเล ถึงแม้ว่าจะได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศเวียดนามและพม่าก็ตาม
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบเล็กน้อย เนื่องจากอุปสงค์ในภูมิภาคยังคงทรงตัวและมีการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางส่วนในภูมิภาคเอเชียเหนือ นอกจากนี้ราคาน้ำมันดีเซลยังได้รับแรงสนับสนุนจากอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศอินเดีย
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 35-41 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 37-43 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- จับตาการประชุมผู้ผลิตน้ำมันดิบทั้งในและนอกกลุ่มโอเปครวม 15 ประเทศ ในวันที่ 17 เม.ย. นี้ ณ เมืองโดฮา ประเทศกาตาร์ เพื่อหารือเกี่ยวกับข้อตกลงการคงกำลังการผลิตน้ำมันดิบที่ระดับเดียวกับ ม.ค. 59 และรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมันดิบ ซึ่งความคืบหน้าล่าสุดเอกาดอร์และผู้ผลิตในละตินอเมริกาจะมีการประชุมเพื่อหารือถึงข้อตกลงดังกล่าวนวันที่ 8 เม.ย. นี้ด้วย
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ได้ปรับเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 7 ติดต่อกัน มาอยู่ที่ระดับสูงสุดในรอบประวัติการณ์ที่ 534.8 ล้านบาร์เรล หลังปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบและการผลิตน้ำมันดิบในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง
- ภาวะอุปทานล้นตลาดยังคงกดดันต่อราคาน้ำมันดิบอย่างต่อเนื่อง หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มโอเปคยังอยู่ในระดับสูงและมีแนวโน้มเพิ่มต่อเนื่องหลังซาอุดิอาระเบียและคูเวตตกลงกันได้ว่าจะกลับมาผลิตน้ำมันดิบจากแหล่ง Khafji
-----------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999








