เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว
UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ โดย ยศพณ แสงนิล, CFA : ปรับขึ้น
ตลาดไทยวันนี้มีแนวโน้มจะเห็นการรีบาวด์ได้ หลังจากที่ปรับลงแรงวันอังคารที่ผ่านมา โดยแรงหนุนมาจากราคาน้ำมันที่ขยับขึ้นได้อีกครั้ง หลังสหรัฐประกาศตัวเลขสต๊อกน้ำมันลดลงมากกว่าคาดไว้จึงเป็นแรงหนุนให้กลุ่มพลังงานได้บ้างในวันนี้ ประกอบกับนักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงคาดการณ์ว่าเฟดจะยังไม่รีบร้อนขึ้นดอกเบี้ยจึงส่งผลบวกต่อ sentiment แนะนำทยอยขายทำกำไรเมื่อดัชนีขยับขึ้นโดยเฉพาะก่อนช่วงหยุดยาวในสัปดาห์หน้า
แนวรับ/แนวต้าน : 1370/1400 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%
กลยุทธ์ : เก็บสะสมหุ้นที่ราคาไม่แพงและมีพื้นฐานดี มี story หนุนเป็นรายตัว และคาดจะรายงานงบออกมาดีในปีนี้
หุ้นแนะนำ
1. EPG target 16 (Theme ผลประกอบการรายงานออกมาดี)
• แนวโน้มงบปี 59 (period เม.ย.58-มี.ค.59) เติบโตต่อเนื่องและไตรมาสล่าสุด (ม.ค.59-มี.ค.59) คาดจะออกมาดีมาก โดยกำไรคาดจะโตกว่า 30%qoq และ 150%yoy
• ธุรกิจผ่านช่วง low season ไปแล้วและลุ้นคว้างานฉนวนกันความร้อนสำหรับสุวรรณภูมิและดอนเมือง ซึ่งจะเปิดประมูลเร็วๆนี้
• แผนเปิดตลาดเพิ่มในเออีซี ทั้งเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย จะช่วยเพิ่มยอดขายจากประเทศในกลุ่มอาเซียนจาก 5% เป็น 10% ในปีนี้
• ปีนี้จะไม่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายการปิดโรงงานของ TJM ในจีน ทำให้ธุรกิจ ARK ของ EPG สดใสขึ้น
• ธุรกิจ AFC และ EPP ของ EPG จะได้ประโยชน์จากอัตรากำไรที่อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่องจากต้นทุนโดยเฉพาะต้นทุนเม็ดพลาสติกที่ยังอยู่ในระดับต่ำ
2. STA target 14 (Theme ราคายางฟื้นตัว)
• ราคายางโลกเข้าสู่ช่วงร้อนแรงเป็นเดือนที่ 7 ติดต่อกัน กำไรของ STA มี correlation เชื่อมโยงกับราคายางมากถึง 80% จึงได้ผลบวกอย่างสูง
• ตั้งแต่เดือน มี.ค.59 ประเทศไทยจะจับมือกับอินโดนีเซียลดการผลิตและส่งออกยางพาราจนถึง ส.ค.59 ซึ่ง 3 ประเทศรวมกันมียอดผลิตยางพารารวมเกือบ 70% ของผลผลิตยางพาราทั้งโลก ดังนั้น การจับมือกันควบคุมปริมาณการผลิตจะมีผลให้ราคายางพาราปรับขึ้นต่อตั้งแต่เดือน เม.ย.59 เป็นต้นไป
• ช่วงไตรมาส 2 หลายพื้นที่ในประเทศไทยเข้าสู่ช่วงยางผลัดใบ ทำให้ปริมาณ supply ยางพาราลดลงและหนุนราคายางพาราขึ้น
3. ASEFA target 7 (Theme การประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐและเอกชน)
• กำลังจะย้ายฐานการผลิตจากบางบอนมารวมในเขตโรงงานใหม่ซึ่งจะช่วยเพิ่มกำลังการผลิตถึง 50% และลดต้นทุนด้านการขนส่ง
• คาดรายได้ปี 59 โต 20% ส่วน gross margin และการควบคุมค่าใช้จ่าย SG&A ดีขึ้นจากปีก่อน ส่งผลให้กำไรมีโอกาสทำสถิติสูงสุดใหม่
• เปิดสาขาใหม่ 10 สาขาไว้ให้บริการหลังการขาย ทำให้มีรายได้จากการให้บริการมาเสริม ซึ่งธุรกิจนี้มีอัตรกำไรข้างต้นสูงถึง 55%
• จำนวนงาน Backlog ในมือมากถึง 1.7 พันล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกรับรู้เป็นรายได้ในปี 59 นี้ และช่วยให้รายได้โตตามเป้า
• ข่าวการประมูลงานโครงสร้างพื้นฐานของรัฐบาลทั้งงานรถไฟฟ้า และการเชื่อมสายไฟลงใต้ดิน ช่วยหนุน sentiment นอกจากนี้ยังมีการประมูลงานภาคเอกชน ทั้งงาน data centers, 4G, และพลังงานทดแทน ซึ่งล่าสุด ASEFA ยื่นประมูลไป 2-3 พันล้านบาทและจะทยอยประกาศผลการชนะการประมูลในช่วงไตรมาส 2 นี้ เป็นอีกหนึ่งปัจจัยช่วยหนุนราคาหุ้น
ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน
ปัจจัยภายในประเทศ
+ "บ้านประชารัฐ" กระตุ้นอสังหาฯปลาย ไตรมาสแรกคึกคัก บิ๊กอสังหาฯ ขนสต็อกบ้าน-คอนโด พร้อมอยู่เกือบ 1.3 หมื่นยูนิต ขายผ่านบ้านประชารัฐ ด้าน แอล.พี.เอ็น. อัดโปรเสริม "บ้านประชารัฐในชุมชนน่าอยู่" ช่วยลูกค้าผ่อนค่างวดต่อเนื่องนาน 3 ปี
+ ผู้ประกอบการข้าวสารประเมินสงกรานต์ปีนี้ใกล้เคียงปีก่อน ชี้ตลาดยุโรปไม่ลด แต่ใช้จ่ายประหยัดขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ เผยแนวโน้มนักท่องเที่ยวกระจายตัวรอบกรุงเทพฯ มากขึ้น ด้านสมาคมโรงแรมไทย ชี้ กทม.คึกคักน้อยลง สวนทางเชียงใหม่ ขณะที่ ททท. ประเมินรายได้ สะพัดปีนี้ 1.5 หมื่นล้าน ขณะอีเวนท์-สินค้า ปรับรูปแบบกิจกรรมรับมือรณรงค์ประหยัดน้ำ
+ "เงินนอก" ไหลกลับตลาดเกิดใหม่ในไตรมาสแรก ซื้อสุทธิตลาดหุ้น-พันธบัตรไทย 1.1 แสนล้าน นักวิเคราะห์เตือนระวังเงินมีโอกาสไหลออก จากความผันผวนตลาดเงินโลก แม้ประเมินผลกระทบไม่รุนแรงเหมือนอดีต
+ นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมในพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ การซื้อขายข้าวไทยระหว่างผู้ส่งออกข้าวไทยและผู้นำเข้าข้าวฮ่องกงใน 7 บริษัท นางอภิรดี กล่าวว่า เอกชนมียอดสั่งซื้อข้าวไทยจำนวน 150,000 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่า 120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการยืนยันของสองฝ่ายจะร่วมมือระหว่างกันที่จะขับเคลื่อนการค้าทั้งสองประเทศไปในทิศทางเดียวกัน โดยในปีนี้กระทรวงพาณิชย์จะขยายส่วนแบ่งตลาดค้าข้าวในฮ่องกงจากสัดส่วนร้อยละ 57 เพิ่มเป็นร้อยละ 65 หรือคิดเป็นประมาณยอดส่งออกข้าวร่วมกันไม่ต่ำกว่า 2 แสนตันและจะกลับเพิ่มเป็นกว่า 3 แสนตันภายในอีก 1-2 ปีข้างหน้าได้
ปัจจัยต่างประเทศ
+ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 17,716.05 จุด พุ่งขึ้น 112.73 จุด หรือ +0.64%
ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (6 เม.ย.) ขานรับรายงานการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งระบุว่า เฟดยังไม่มีแนวโน้มที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่พุ่งขึ้นกว่า 5% โดยปัจจัยดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานดีดตัวขึ้นด้วย
+ ดัชนี FTSE 100 ปิดดีดตัวขึ้น 70.40 จุด หรือ 1.16% ที่ระดับ 6,161.63 จุด
ตลาดหุ้นลอนดอนปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (6 เม.ย.) จากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์
- ดัชนีนิกเกอิปิดลบ 17.46 จุด หรือ 0.11% แตะที่ 15,715.36 จุด ซึ่งเป็นระดับปิดที่ต่ำที่สุดในรอบประมาณ 2 เดือน หลังเงินเยนแข็งค่า ประกอบกับกระแสวิตกเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลก โดยปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน ซึ่งเป็นการปรับตัวลดลงติดต่อกันนานที่สุดในรอบเกือบ 3 ปีครึ่ง
- สัญญาน้ำมันดิบส่งมอบเดือน พ.ค.ปิดพุ่งขึ้น 1.86 ดอลลาร์ หรือ 5.2% แตะที่ 37.75 ดอลลาร์/บาร์เรล
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัสปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (6 เม.ย.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ปรับตัวลดลงมากกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข่าวที่ว่า บริษัททรานส์แคนาดา คอร์ป ได้เลื่อนการลำเลียงน้ำมันดิบผ่านท่อส่ง Keystone ไปยังเมืองคุชชิง และรัฐอิลลินอยส์








