วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดสงกรานต์ปีนี้เงินสะพัด 1.24 แสนล้านบาท

ม.หอการค้าไทย คาดสงกรานต์ปีนี้เงินสะพัดกว่า 124,542 ล้านบาท ขยายตัวสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เหตุปชช.มองเศรษฐกิจเริ่มฟื้น

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า คาดเทศกาลสงกรานต์นี้จะมีเงินสะพัด 124,542 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 4.51 เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา สูงสุดเป็นประวัติการณ์และสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยมีปัจจัยบวกจากการที่ประชาชนต้องการสืบสานประเพณีวัฒนธรรมไทย และต้องการใช้วันหยุดยาวผ่อนคลายความเครียด ประกอบกับ ประชาชนมองว่าเศรษฐกิจเริ่มฟื้นตัวและมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ อาทิ มาตรการช้อปช่วยชาติและมาตรการต่าง ๆ สนับสนุน ทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยสูงขึ้น แต่มีปัจจัยลบจากสถานการณ์ภัยแล้ง ทำให้ประชาชนระมัดระวังมากขึ้น รวมถึงใช้น้ำอย่างประหยัดและคุ้มค่ามากที่สุด อย่าไรก็ตาม ถ้าปีนี้ถ้าไม่มีสถานการณ์ภัยแล้งอัตราการขยายตัวน่าจะโตถึงร้อยละ 5

สำหรับผลสำรวจพฤติกรรมการใช้จ่ายเทศกาลสงกรานต์ พบว่ากิจกรรมที่ทำในวันสงกรานต์ อันดับแรกทำบุญร้อยละ 92.1 ซื้อของร้อยละ 86 และท่องเที่ยวร้อยละ 85.5 โดยมูลค่าการใช้จ่ายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นร้อยละ 40.12 จากสินค้าและบริการที่แพงขึ้น วันหยุดติดต่อกัน รายได้ของประชาชนเพิ่มขึ้น รวมถึงสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้

ส่วนการวางแผนใช้จ่ายในช่วงเทศกาลสงกรานต์ คือ วางแผนไปท่องเที่ยวทั้งในพื้นที่และต่างพื้นที่ร้อยละ 65.2 กลับบ้านและไม่ไปเที่ยวร้อยละ 14.1 ไม่มีการวางแผนร้อยละ 20.6 โดยวางแผนไปเที่ยวในประเทศร้อยละ 90.1 ต่างประเทศร้อยละ 9.4 ประเทศที่นิยม คือ เกาหลี จีน ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ฮ่องกง ยุโรป เมียนมาร์ และลาว ค่าใช้จ่ายเฉลี่ยในประเทศ 4,601 บาทต่อคน ต่างประเทศ 57,653 บาทต่อคน สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศภาคกลางอันดับแรกประมาณร้อยละ 28.4 รองลงมาภาคเหนือร้อยละ 21.4 ภาคใต้ร้อยละ 20.3 ส่วนผู้ที่ไม่ได้ไปเที่ยวอันดับแรกจะไปทำบุญ ร้อยละ 15.7 รองลงมารดน้ำดำหัวผู้ใหญ่ ร้อยละ 15.4 ซื้อของร้อยละ 14.8 กิจกรรมวันสงกรานต์มักจะทำกับพ่อแม่พี่น้องอันดับแรกร้อยละ 53.3 รองลงมาเพื่อนร้อยละ 16.7 ญาติร้อยละ 13.1 ประชาชนส่วนใหญ่จะใช้ปืนฉีดน้ำ ร้อยละ 28 อันดับ 2 ใช้ขันพรมน้ำร้อยละ 15.8 อันดับ 3 ปะแป้งแทนสาดน้ำร้อยละ 13.6 และไม่เล่นร้อยละ 14.3 ขณะที่มีประชาชนอีกร้อยละ 28 จะเล่นเหมือนเดิม

นอกจากนี้ ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 42.5 คาดว่าบรรยากาศเทศกาลสงกรานต์ปี 2559 จะสนุกสนานเหมือนเดิม ส่วนที่มาของเงินที่ใช้เทศกาลสงกรานต์ปีนี้เงินออมอันดับ 1 ร้อยละ 34.4 เงินเดือนหรือรายได้ปกติร้อยละ 34 โบนัสหรือรายได้พิเศษร้อยละ 20 โดยสิ่งที่กังวลมากที่สุด คือ ต้องเสียเงินซื้อน้ำเพื่อเล่นสงกรานต์ หรือน้ำไม่พอเล่นสงกรานต์ รองลงมาจราจรติดขัด อากาศร้อนและภัยแล้ง พร้อมยอมรับว่านโยบายช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและมาตรการภาษีที่ให้สามารถนำค่าใช้จ่ายในช่วงสงกรานต์ไปหักลดหย่อนภาษีได้ ทำให้มีการใช้จ่ายและท่องเที่ยวมากขึ้น รวมถึงสร้างสีสรรบรรยากาศช่วงสงกรานต์ให้สนุกสนานมากขึ้น ประเมินมูลค่าโดยรวมจากมาตรการภาษีในช่วงเทศกาลสงกรานต์จะอยู่ที่ประมาณ 15,000-25,000 ล้านบาท มูลค่าภาษีที่ได้รับการลดหย่อน 3,500-4,500 ล้านบาท