ตั้งรับ
คาดหุ้นไทยปรับตัวลงวันนี้ สอดคล้องกับการเปิดปรับตัวลงของตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในเอเซีย และตลาดหุ้นสหรัฐที่ปิดลงเมื่อคืนหลังจากราคาน้ำมัน และสินค้าโภคภัณฑ์ยังร่วงแรงต่อ สัญญาณที่ไม่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของ เจ้าหน้าที่ Fed ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวของราคาสินทรัพย์ในแต่ละประเภทที่ผิดปกติ ภายในประเทศภาวะอสังหาริมทรัพย์ที่เริ่มล้นตลาด และการปรับลดเป้าส่งออกของภาคเอกชน สะท้อนอุปสงค์ที่อ่อนแอภายในประเทศ และจากต่างประเทศ การค้าชายแดนกลับกลายเป็นภาคส่วนเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มสดใสเพียงไม่กี่ภาคส่วนในเวลานี้
หุ้นเด่นวันนี้: UNIQ (Bt18.20; NR Bloomberg 16TPBt24.00)
เราเลือก Unique Engineering Plc.(UNIQ) เป็นหุ้นลงทุนวันนี้ บนกระแสการลงทุนเรื่องการเร่งใช้จ่ายของภาครัฐบาลโดย UNIQ ถือว่ามีความสามารถในการทำกำไรสูงสุดในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างมีอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิสูงสุดในกลุ่ม ซึ่งในปี 2015 มีการเติบโตของยอดขายมากถึง 24% YoY และกำไรสุทธิ 40% YoY ทั้งนี้จากเครื่องชี้วัดในเรื่องยอดการบริโภคปูนซีเมนต์ชี้ว่าภาครัฐบริโภคซีเมนต์เพิ่มขึ้นในปีก่อนถึง 11% ขณะที่ภาคก่อสร้างเชิงพาณิชย์มียอดการบริโภคลดลง 2% และภาคอสังหาริมทรัพย์ลดลงมากถึง 5% ตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอลง แต่ภาครัฐกลับมีการเติบโตด้านภาคการก่อสร้าง UNIQ เป็นบริษัทรับเหมาก่อสร้างที่เน้นงานภาครัฐบาลเกือบทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นโครงการรถไฟฟ้าสายต่าง ๆ Backlog รวมของ UNIQ ณ สิ้นปี 2015 เหลือ 24,000 ล้านบาท เพียงพอสร้างรายได้ใน 2 ปีข้างหน้า ขณะที่บริษัทเพิ่งชนะประมูลการสร้างทางเชื่อมถนนราชพฤกษ์ และถนนกาญจนภิเษก มูลค่า 6,700 ล้านบาท นอกจากนี้ ด้วยงานประมูลภาครัฐที่ทยอยออกมาในสองปีนี้ ทั้งงานรถไฟฟ้าสายใหม่ งานสร้างทางรถไฟรางคู่ และงานมอเตอร์เวย์ UNIQ และบริษัทรับเหมาก่อสร้างอื่น ๆ คาดการณ์ว่าจะมี Backlog เพิ่มเข้ามาได้อีกมาก โดย UNIQ ยังตั้งเป้าจะมีงานเพิ่มอีก 50,000 ล้านบาท ในช่วงปี 2016-2017 Bloomberg Consensus ประเมินว่าในปี 2016 และ 2017 UNIQ จะมียอดขายเพิ่มขึ้น 28% และ 17% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 33% และ 16% ตามลำดับ ในปัจจุบันหุ้นซื้อขายที่ PER ปี 2016 ที่ 27.5 เท่า คิดเป็นค่า PEG ที่ 0.83 เท่า แนะนำซื้อ นอกจากนี้ Price Pattern ของUNIQ มีความแข็งแกร่งจากการเกิดDaily & Monthly Buy Signal และหากPrice Pattern ของUNIQ สามารถปิดตลาดรายสัปดาห์ได้เหนือกว่า18.50 บาทก็จะทำให้Price Pattern ของUNIQ กลับมาเกิดWeekly Buy Signal ครั้งใหม่ส่งผลให้Price Pattern ของUNIQ กลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้น(Uptrend) อย่างเต็มตัวจากการเกิดทั้งDaily, Weekly, & Monthly Buy Signal โดยเมื่อพิจารณาPrice Pattern ของ UNIQ ที่ได้สามารถBreak ด้วยการปิดตลาดเหนือเป้าหมายเบื้องต้นที่17.50 บาทไปแล้วคาดว่าPrice Pattern ของUNIQ น่าจะปรับตัวขึ้นไปทดสอบเป้าหมายถัดไปที่18.40 บาทและเป้าหมายสำคัญที่19.20 บาทตามลำดับโดยมีจุดStop Loss ของUNIQ ในรอบนี้อยู่ที่16.40 บาท(Resistance: 18.40, 18.60, 18.80; Support: 18.00, 17.80, 17.60)
ปัจจัยสำคัญ
ประเด็นในประเทศ:
• กนง. จับตาอุปทานภาคอสังหาริมทรัพย์ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของธนาคารแห่งประเทศไทยได้จับตาภาวะอุปทานล้นของตลาดอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่าเศรษฐกิจฟื้นตัวช้ากว่าที่คาด หนี้ครัวเรือนสูงและการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานล่าช้าทำให้อุปสงค์ความต้องการลดลง อย่างไรก็ดี กนง. ชี้ว่าฐานะการเงินของผู้พัฒนาโครงการยังแข็งแรงและสามารถทนต่อความเสี่ยงจากอุปทานล้นเกินในตลาดได้ (Bangkok Post)
• ภาคเอกชนปรับลดการคาดการณ์ส่งออก สำนักงานเลขานุการคณะกรรมการร่วม 3 สถาบันภาคเอกชน (กกร.) ได้ปรับลดการคาดการณ์การส่งออกของประเทศเติบโตเหลือ 0-2% ในปีนี้จากก่อนหน้าคาดการณ์ไว้ที่ 2% เนื่องจากเชื่อว่าเศรษฐกิจโลกยังฟื้นตัวไม่เต็มที่จะยังคงกดดันต่อการขนส่งสินค้าทางเรือของไทย (Bangkok Post)
• คาดการเข้าร่วมทีพีพีจะตัดสินใจในเดือนนี้ การประชุมของคณะกรรมการนโยบายเศรษฐกิจต่างประเทศซึ่งมีนายกรัฐมนตรี นายประยุทธ์ จันโอชาเป็นประธาน ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 29 เม.ษ. นี้ คาดว่าจะให้ความชัดต่อจุดยืนของประเทศไทยต่อความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี) รองนายกรัฐมนตรี นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์กล่าว รัฐบาลมีมุมมองเชิงบวกต่อกาประชุมครั้งนี้ว่าน่าจะอนุญาตให้เริ่มเจรจาต่อประเทศสมาชิกของทีพีพีในต้นปีหน้า (Bangkok Post)
• รัฐบาลจะพิจารณาประเด็นการค้าชายแดน รัฐกำลังพยายามจัดการประเด็นต่างๆ เกี่ยวกับการค้าชายแดนเพื่อกระตุ้นการค้าชายแดนให้ได้ 21.4% ในปีนี้เป็น 1.7 ล้านล้านบาท กล่าวโดยนายอดุลย์ โชตินิสากรณ์ รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ประเด็นดังกล่าวรวมถึงการหิ้วสินค้า การขยายเวลาทำงานของจุดตรวจสินค้าและการขนส่งระหว่างการค้าชายแดน (Bangkok Post)
• PTT(280.00 บ.) และกระทรวงการคลังรวมไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องอีก 9 คนเมื่อวานนี้ได้ถูกผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นฟ้องในกรณีที่ PTT ยังส่งมอบสินทรัพย์ท่อก๊าซธรรมชาติส่วนที่ผูกติดมาก่อนที่ PTT จะจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ เมื่อปี 2544 มูลค่าทั้งสิ้น 6.9 หมื่นลบ. กลับคืนมาให้ภาครัฐไม่ครบถ้วน โดยเมื่อปี 2550 ศาลปกครองสูงสุดมีคำสั่งให้ PTT คืนท่อก๊าซฯ กลับมาเพียงบางส่วนมูลค่า 1.6 หมื่นลบ. (Bangkok Post) ความเห็น: เราพบว่าไม่มีประเด็นใหม่เพิ่มเติมไปจากการยื่นฟ้องต่อศาลปกครองในลักษณะเดียวกัน 4 ครั้ง ในช่วงปี 2550-55 โดยศาลปกครองได้มีคำสั่งยืนยันทั้ง 4 ครั้งว่า PTT. ได้คืนและแบ่งแยกทรัพย์สินตามคำพิพากษาให้แก่กระทรวงการคลังเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ศาลปกครองสูงสุดยังได้อ่านคำสั่งยืนยันอีกครั้งในประเด็นเดิมเมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมา
• THCOM(29.50 บาท, ซื้อ, ราคาเป้าหมาย 49 บาท) บรรลุข้อตกลงกับกลุ่มฟอร์เอฟเวอร์ ผู้ประกอบธุรกิจสื่อ และผู้ให้บริการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมชั้นนำของพม่า โดยเช่าเพิ่มช่องสัญญาณอีก 5 ช่องจากเดิมเช่าอยู่แล้ว 3 ช่องสัญญาณ ซึ่งจะช่วยหนุนอัตราการใช่ช่องสัญญาณดาวเทียมของไทยคมได้ (The Nation)ความเห็น: จำนวนช่องสัญญาณที่เพิ่มขึ้นจาก 3 ช่องเป็น 8 ช่องถือว่าเพิ่มกว่าเท่าตัว สะท้อนความแข็งแกร่งของไทยคมในภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะอย่างยิ่งอาเซียน โดยยังมีช่องให้โตอีกมากในตลาด CLMV (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม) เพราะการเติบโตน่าเป็นไปตามขั้นพัฒนาการตามที่ไทยเคยได้เป็น เราคงคำแนะนำซื้อด้วยราคาเป้าหมายปี 59 เท่ากับ 49 บาท
ต่างประเทศ
• ความเห็นที่ต่างกันเกี่ยวกับแนวโน้มการขึ้นอัตราดอกเบี้ย นายเอริค โรเซนเกรน ประธานเฟดสาขาบอสตันเป็นคนล่าสุดที่ให้มีความเห็นในแนว hawkish เมื่อวันจันทร์ โดยกล่าวว่าเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจที่ตลาดฟิวเจอร์สคิดว่าจะมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียงครั้งเดียวหรือไม่มีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ซึ่งเขากล่าวว่าเป็นการมองโลกในแง่ร้ายเกินไป นายโรเซนเกรนโดยปกติแล้วจะเป็นฝ่าย dovish ได้เน้นว่านางเยลเลน ประธานเฟดมีความเห็นต่างจากประธานเฟดคนอื่น ๆ อย่างไรในสัปดาห์ที่แล้ว (Reuters)
• ดอลลาร์สหรัฐแตะระดับต่ำสุดเทียบกับเงินเยนในช่วงกว่า 2 สัปดาห์เมื่อวันจันทร์ และอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ จากความคาดหวังต่อเนื่องเกี่ยวกับเส้นทางการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดอย่างช้า ๆ ในปีนี้ ดอลลาร์ล่าสุดปรับตัวลงเทียบกับเงินเยน 0.32% อยู่ที่ 111.31 เยน ดัชนีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐล่าสุดปิดลดลง 0.07% อยู่ที่ 94.551 จุด และใกล้กับระดับต่ำสุดที่ 94.319 จุดในสัปดาห์ก่อน ส่วนเงินยูโรแข็งค่าสูงสุดแข็งค่าขึ้น 0.04% เทียบกับดอลลาร์สหรัฐอยู่ที่ 1.1390 ดอลลาร์สหรัฐ หลังจากแตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนครึ่งที่ 1.1437 ดอลลาร์สหรัฐเมื่อวันศุกร์ (Reuters)
• อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นลดลงเมื่อวันจันทร์ ด้วยอัตราผลตอบแทนอ้างอิงใกล้แตะระดับต่ำสุดเนื่องจากข้อกังขาเกี่ยวกับความทนทานของการขยายตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐซึ่งหนุนความเห็นของเฟดอาจชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปี ลดลง 0.02% อยู่ที่ 1.772% โดยแตะระดับ 1.753% เมื่อวันจันทร์ซึ่งต่ำสุดนับแต่ 1 มี.ค. (Reuters)
• “Panama Paper” เผยความเชื่อมโยงทางเครือข่ายสำคัญ รัฐบาลทั่วโลกเริ่มตรวจสอบการ
กระทำผิดกฎหมายทางการเงินของผู้ที่ร่ำรวยและมีอำนาจหลังจากมีการรั่วไหลของเอกสารอายุ 4 ทศวรรษ จาก Mossack Fonseca ซึ่งเป็นสำนักงานกฎหมายแห่งหนึ่งในปานามาซึ่งเชี่ยวชาญในการจัดตั้งบริษัทลูกในต่างประเทศ (offshore company) “Panama Papers” เผยถึงการจัดการทางการเงินของนักการเมืองและบุคคลสาธารณะรวมถึงเพื่อน ๆ ของนายวลาดีมีร์ ปูติน ประธานาธิบดีรัสเซีย ญาติของนายกรัฐมนตรีอังกฤษ ไอซ์แลนด์ และปากีสถาน และประธานาธิบดียูเครน เอกสารดังกล่าวมีหลักฐานการเลี่ยงภาษี การฟอกเงิน การทำธุรกรรมผิดกฎหมาย การค้ายาและความผิดทางอาญาอื่น ๆ (Reuters)
สหรัฐ:
• ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐปิดลบเมื่อวันจันทร์ ถอยกลับจากที่ทะยานขึ้นในช่วงที่ผ่านมาซึ่งทำระดับสูงสุดใหม่โดยมีสาเหตุจากการขาดทุนของหุ้นที่เกี่ยวกับสินค้าโภคภัณฑ์และหุ้นที่เกี่ยวกับอุตสาหกรรมได้หักกลบการขึ้นของหุ้นในกลุ่มเวชภัณฑ์ นักลงทุนยังคงรอฤดูการประกาศผลดำเนินงานของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาส 1/59 ซึ่งคาดว่าบริษัทที่อยู่ในการคำนวณดัชนี S&P500 จะมีกำไรสุทธิลดลง 7.1% YoYจากข้อมูลของทอมสันรอยเตอร์ส (Reuters)
• ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานสหรัฐลดลงในเดือนก.พ. และการใช้จ่ายทางธุรกิจเกี่ยวกับสินค้าทุนน้อยกว่าที่คาดไว้มาก มีข้อมูลบ่งบอกว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจชะลอตัวลงในไตรมาส 1/59 ยอดสั่งซื้อใหม่ลดลง 1.7% เนื่องจากความต้องการสินค้าลดลงมาก สวนทางกับการเพิ่มขึ้น 1.2% ในเดือนม.ค. ยอดสั่งซื้อได้ลดลง 14 ใน 19 เดือนที่ผ่านมา การจัดส่งสินค้าทุนหลักซึ่งเคยใช้คำนวณการใช้จ่ายอุปกรณ์ธุรกิจในรายงาน GDP ลดลง 1.7% ในเดือนก.พ. มากกว่าเดิมที่รายงานไว้อยู่ที่ 1.1% (Reuters)
ยุโรป:
• ตลาดหุ้นยุโรปดีดกลับจากระดับต่ำสุดในรอบหนึ่งเดือนเมื่อวันจันทร์ นำโดยการปรับตัวขึ้นของกลุ่มหุ้นที่ไม่ผันผวนตามวัฎจักรเศรษฐกิจ แต่หุ้นกลุ่มเทเลคอมปรับตัวลงหลังมีการพูดคุยระหว่าง Orange และ Bouygues เพื่อขยายบริการทดแทนผู้ประกอบการฝรั่งเศสที่ล้มลง (Reuters)
เอเชีย:
• คาดการแปลงหนี้เป็นทุนของจีนจะช่วยแก้ปัญหา NPL ได้ถึง 1.0 ล้านล้านหยวน (1.54 แสนล้านดอลลาร์ฯ)ภายในเวลา 3 ปีหรือน้อยกว่านั้น อ้างอิงจากรายงานของบริษัทมีเดีย Caixinทั้งนี้ NPL ในจีน ณ สิ้นปี 2558 สูงขึ้นมาอยู่ที่ 1.27 ล้านล้านหยวน (Reuters)
• David Cameron ปธน. อังกฤษ ต้องการให้อังกฤษและจีนร่วมมือกันรับมือกับภาวะการผลิตส่วนเกินในอุตสาหกรรมเหล็ก และจะเป็นประเด็นสำคัญที่จะหยิบยกขึ้นมาในที่ประชุม G20 โดย Cameron ระบุว่าสาเหตุหลักมาจากกำลังการผลิตที่มีมากเกินไปในจีน (Reuters)
สินค้าโภคภัณฑ์:
• ราคาน้ำมันร่วงกว่า 2% วันจันทร์ โดย Brent ได้แตะจุดต่ำสุดรอบ 1 เดือน เพราะนักลงทุนยังสงสัยว่าประเทศผู้ผลิตจะลดการผลิตเพื่อคุมจำนวนน้ำมันล้นตลาดได้หรือไม่ Brent ส่งมอบ มิ.ย. ปรับลง 98 เซนต์ (-2.5%) ปิดที่ 37.69 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล แตะจุดต่ำสุด ณ 4 มี.ค.ที่ 37.60 ดอลลาร์ ลดลง 11% จากจุดสูงสุดปี 59 ที่ 42.54 ดอลลาร์ในวันที่ 18 มี.ค. ราคาน้ำมันสหรัฐลดลง 1.09ดอลลาร์ (-2.9%) สู่ 35.70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล (Reuters)
• ราคาทองร่วงในวันจันทร์ หลังจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ หนุนให้นักลงทุนกล้าเสี่ยงมากขึ้น และเจ้าหน้าที่ Fed กล่าวว่าการขึ้นดอกเบี้ยน่าจะเร็วกว่าที่ตลาดส่วนใหญ่คาดเพราะความกังวลด้านเศรษฐกิจได้แผ่วลงแล้ว ราคาทองคำตลาดจรลดลง 0.5% ปิด 1,216.10 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ราคาทองคำล่วงหน้าส่งมอบ มิ.ย. ลดลง 0.3% ปิด 1,219 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (Reuters)
• ทองแดงแตะจุดต่ำสุดในรอบเดือนและนิกเกิลร่วงไปต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์วันจันทร์เพราะนักลงทุนขายปิดสถานะซื้อจากความกังวลเศรษฐกิจจีนและความต้องการโลหะ ทองแดง 3 เดือนตลาด LME ร่วงเป็นวันที่ 7 ติดต่อกัน ราคาลดลงสู่ 4,757.50 ดอลลาร์สหรัฐต่อตัน ต่ำสุดนับแต่ 3 มี.ค. ก่อนที่จะกลับขึ้นมาปิดที่ 4,760.50 ดอลลาร์หรือลบ 1.5%









