"เอเชีย เอวิเอชั่น" ตั้งเป้ายอดผู้โดยสารปีนี้ที่ 16.9 ล้านคน เล็งปรับขึ้นค่าโดยสาร 3% พร้อมทุ่มงบ 500 ล้านบาท ใช้ซื้อ-เช่าเครื่องบิน
นางสาวภัทรวัลล์ สุกปลั่ง ผู้จัดการฝ่ายนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV คาดว่า ยอดผู้โดยสารปีนี้จะเพิ่มขึ้น 16.9 ล้านคน จากปี 58 ที่อยู่ 14.8 ล้านคน โดยได้รับอานิสงส์จากการท่องเที่ยวที่มีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง ซึ่ง 2 เดือนที่ผ่านมาจำนวนผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ขณะที่อัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสาร หรือ Load Factor ปีนี้อยู่ที่ 82% ใกล้เคียงจากปี 58 อยู่ที่ 81% โดยไตรมาส 1/59 คาดว่าอัตราส่วนการขนส่งผู้โดยสารอยู่ที่ 87% จากไตรมาส 1/58 อยู่ที่ 83%
อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทปรับเพิ่มค่าโดยสารในอัตราเฉลี่ย 3% ซึ่งเป็นระดับใกล้เคียงกับปี 58
นางสาวภัทรวัลล์ กล่าวว่า บริษัทได้ทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน หรือ hedging ระดับ 54 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล สัดส่วน 69% ของปริมาณน้ำมันที่ต้องใช้ทั้งปีนี้ จากปี 58 ที่ 50% เนื่องจากมองว่าราคาน้ำมันในปีนี้จะปรับเพิ่มขึ้น ทั้งนี้ งบลงทุนปีนี้บริษัทตั้งไว้ 500 ล้านบาท โดยจะใช้ในการจัดซื้อเครื่องบิน และ ค่าเช่าเครื่องบิน โดยจะมาจากกระแสเงินสดของบริษัทที่ปัจจุบันมีอยู่ 7.2 พันล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทมีแผนรับเครื่องบินใหม่จำนวน 5 ลำ โดยเป็นการซื้อ 1 ลำ และ เช่า 4 ลำ โดย 1 ใน 5 ลำของเครื่องบินลำใหม่จะเป็นรุ่น Neo (New Engine Option) ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้ถึง 15% และ ยังเป็นเครื่องบินที่ส่งผลกระทบต่อสภาพแวดล้อมต่ำกว่ารุ่นอื่นๆ โดยคาดว่าจะได้รับมอบเครื่องบินลำนี้ไตรมาส 4/59 ซึ่งจะทำให้สิ้นปีนี้บริษัทมีเครื่องบินทั้งสิ้น 50 ลำ จากสิ้นปี 58 ที่อยู่ 45 ลำ ซึ่งนโยบายระยะยาวบริษัทจะเพิ่มเครื่องบินเฉลี่ยปีละ 5 ลำ โดยภายในปี 63 จะมีเครื่องบินครบ 70 ลำ
ทั้งนี้ บริษัทจะเพิ่มเที่ยวบินปีนี้จำนวน 15 เที่ยวบิน จากปี 58 ที่เพิ่มจำนวนเที่ยวบินไป 12 เที่ยวบิน โดยปีนี้จะเน้นเพิ่มเที่ยวบินในต่างประเทศเป็นหลัก โดยไตรมาส 1/59 บริษัทได้เปิดเส้นทางภูเก็ต-หวู่หั่นในเดือนก.พ. และ กรุงเทพ-หลวงพระบาง ในเดือนมี.ค. และ ไตรมาส 2/59 จะเปิดเส้นทางการบินหาดใหญ่-เชียงใหม่ หาดใหญ่-เชียงราย หาดใหญ่-โจโฮ บาห์รู เชียงใหม่-ขอนแก่น ขอนแก่น-หาดใหญ่ กรุงเทพ-โกชิ กรุงเทพ-ซัวเถา และ เชียงใหม่-ฉางซา
“ปีนี้เราจะเน้นขยายเส้นทางต่างประเทศเป็นหลัก และ ไม่หวังตลาดจีนเหมือนที่ผ่านมา เราต้องการกระจายความเสี่ยง และ มองว่าอินเดียเป็นประเทศที่เราสนใจ มีการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ เราจะใช้ hub ทั้ง 6 สนามบิน ดอนเมือง-อู่ตะเภา-เชียงใหม่-ภูเก็ต-กระบี่-หาดใหญ่ในการบิน hub to hub โดยตอนนี้อยู่ระหว่างขอมาตรฐาน IOSA ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 2/59 ซึ่งเมื่อผ่านแล้วสามารถทำ codeshare กลับสายการบินอื่นได้ โดยเป็นอีกช่องทางที่จะเพิ่มผู้โดยสาร” นางสาวภัทรวัลล์ กล่าว








