1 (BECL) บวก 1 (BMCL) ได้ผลลัพธ์มากกว่า 2
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- ผู้นำในการให้บริการการเดินทางในกรุงเทพฯและปริมณฑล : บริษัท BEM เกิดจากการควบรวมกันระหว่างบริษัท ทางด่วนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน)(BECL) ซึ่งดำเนินธุรกิจให้บริการทางพิเศษ 2 เส้นทางคือ ทางพิเศษขั้นที่ 2 และทางพิเศษบางประอิน-ปากเกร็ด ระยะทางรวม 70.5 กิโลเมตร และบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน)(BMCL) ซึ่งให้บริการรถไฟฟ้าใต้ดินเส้นทางหัวลำโพง-บางซื่อระยะทางรวม 20 กิโลเมตร ซึ่งในปี 59 มีโอกาสเติบโตจากโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 1)ทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกระยะทาง 16.7 กิโลเมตร 2) รับจ้างเดินรถไฟฟ้าสายสีม่วงเส้นทางบางใหญ่-บางซื่อระยะทาง 23 กิโลเมตรคาดว่าจะแล้วเสร็จและเปิดให้บริการได้ราวไตรมาส 3 นี้
- คาดกำไรปี 59-60 เติบโตเฉลี่ย 26% : หากทางพิเศษศรีรัช-วงแหวนรอบนอกเปิดให้บริการเราคาดว่าจะมีรถใช้บริการเพิ่มขึ้นราว 9.7 หมื่นคันต่อวัน อีกทั้งรถไฟฟ้าสายสีม่วงซึ่งกำลังอยู่ระหว่างทดสอบเริ่มเปิดให้บริการเชิงพาณิชย์ เราคาดว่าจะมีผู้โดยสารเดินทางเข้าสู่รถไฟฟ้าใต้ดินเส้นทางหัวลำโพง-บางซื่อเพิ่มขึ้นอีกราว 7 หมื่นคนต่อวัน ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยจะช่วยหนุนรายได้และกำไรของบริษัทในช่วง 5 เดือนสุดท้ายของปี 59 แต่จะรับรู้รายได้และกำไรเต็มปีในปี 60 ส่งผลให้กำไรในปี 59 และ 60 อยู่ที่ 3,302 และ 4,184 ล้านบาทเติบโต 25% และ 27% ตามลำดับ
- บริษัทมีศักยภาพในการประมูลงานภาครัฐรูปแบบ PPP : BEM มีศักยภาพเติบโตในอนาคตเมื่อผนวกความแข็งแกร่งระหว่าง BECL (แข็งแกร่งด้านเงินทุนและการบริหารทางพิเศษ) และ BMCL (มีความเชี่ยวชาญในการเดินรถไฟฟ้า) ทำให้พร้อมที่จะร่วมประมูลโครงการภาครัฐ ซึ่งล่าสุดคณะรัฐมนตรีอนุมัติให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟฟ้าสายสีชมพูฯ และโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองฯ ในรูปแบบ PPP Net Cost โดยภาครัฐลงทุนค่างานจัดกรรมสิทธิ์ที่ดินและภาคเอกชนลงทุนค่างานโยธา ในระยะเวลา 33 ปีซึ่งฝ่ายวิจัยคาดว่าจะมีเพียง BEM และ BTS ที่มีโอกาสร่วมลงทุนในโครงการ PPP ดังกล่าวเนื่องจากมีความชำนาญในการบริหารรถไฟฟ้าในปัจจุบันและมีฐานเงินทุนที่แข็งแกร่ง หาก BEM ได้ร่วมลงทุนโครงการดังกล่าวฝ่ายวิจัยมีโอกาสปรับประมาณการขึ้นได้
- แนะนำ"ถือ"ราคาเหมาะสม 5.70 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าด้วยวิธี PEG Ratio 1 เท่าด้วยอัตราการเติบโตเฉลี่ย 26% ที่กำไรต่อหุ้น 0.22 บาทต่อหุ้นได้ราคาเหมาะสม 5.70 บาทซึ่งใกล้เคียงกับราคาปิดล่าสุดจึงแนะนำเพียง “ถือ”









