วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

LHBANK - ซื้อเก็งกำไร

คาดกำไรปี 59 เติบโต 35% หลังมีพันธมิตรช่วยหนุน

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- ดีลพันธมิตรคาดจะแล้วเสร็จราว 3Q59 : LHBANK ได้ทำสัญญาจองซื้อหุ้นกับ CTBC Bank ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ CTBC Financial Holding กลุ่มการเงินขนาดใหญ่จากไต้หวันมีสินทรัพย์ขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 1 CTBC Bank มีเครือข่ายและตัวแทน 106 แห่งครอบคลุมในกว่า 14ประเทศ อาทิ สหรัฐอเมริกา แคนาดา ญี่ปุ่น อินเดีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ เวียดนาม ฮ่องกง สิงคโปร์ และจีน ทั้งนี้ LHBANKจะออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อเสนอขายต่อบุคคลในวงจำกัด (Private placement) จำนวน 7,545 ล้านหุ้นราคาหุ้นละ 2.20 บาทคิดเป็นมูลค่า 16,599 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ CTBC Bank ถือหุ้น 35.6% และ LH และ QH ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จะมีสัดส่วนถือหุ้นลดลงเหลือ 21.9% และ 13.7% ตามลำดับหลังดีลเสร็จสิ้นในราว 3Q59 ทั้งนี้ ดีลดังกล่าวต้องได้รับอนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารชาติไต้หวัน โดยจะขอผ่อนผันในการไม่ต้องทำคำเสนอซื้อหลักทรัพย์ (tender offer) 

- ผลการดำเนินงานปี 59 มีโอกาสเติบโตสูงต่อไปอีก : ฝ่ายวิจัยเชื่อว่าการเติบโตของธนาคารหลังควบรวมมีโอกาสกลับไปใกล้เคียงกับปี 58 ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงกว่าแผนธุรกิจเมื่อต้นปีก่อนมีพันธมิตร โดยคาดจะเห็นการเติบโตของสินเชื่อราว 17% ใกล้เคียงกับปี 58 ที่เติบโต 16.8% (เป้า 10-15%) จากแผนขยายสินเชื่อธุรกิจและสินเชื่อ SME เพื่อเพิ่มผลตอบแทนของพอร์ต คาดรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิมีโอกาสโต 50% สูงกว่าเป้าที่ 30% เทียบกับปี 58 ที่เติบโต 57.6% ฝ่ายวิจัยประมาณการกำไรสุทธิปี 59 ว่าจะเติบโต 35% เป็น 2.3 พันล้านบาท อย่างไรก็ดี จำนวนหุ้นเพิ่มทุนที่เพิ่มขึ้น 55% ทำให้มี EPS growth ติดลบ 10% และคาด ROE จะลดลงจาก 9.6% ในปี 58 เหลือ 8.5% ในปี 59

- คุณภาพสินทรัพย์อยู่ในระดับดี ฐานะเงินกองทุนแข็งแกร่งขึ้น : สินทรัพย์ของธนาคารมีคุณภาพดีเห็นได้จากอัตราส่วน Gross NPL ต่อสินเชื่อรวมต่ำเพียง 1.89% ลดลงจาก 1.92% ในปี 57 และต่ำกว่ากลุ่มแบงก์ใหญ่ที่ขยับขึ้นใกล้ 3% เนื่องจากสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ไม่มี NPL ส่วนสินเชื่อรายย่อยเป็นสินเชื่อที่อยู่อาศัยเท่านั้นไม่มีสินเชื่อบัตรเครดิตหรือสินเชื่อส่วนบุคคลจึงมีความเสี่ยงต่ำกว่าแบงก์ใหญ่ ขณะที่ธนาคารมีนโยบายรักษาระดับ NPL coverage ratio ที่ 100% ต่อไปซึ่งสูงกว่าในอดีตที่ระดับต่ำกว่า 100% นอกจากนี้การมีพันธมิตรทำให้ฐานะเงินกองทุนของธนาคารแข็งแกร่งขึ้นโดยจะทำให้อัตราส่วนเงินกองทุนขั้นที่ 1 (Tier I) เพิ่มเป็น 21.3% จากระดับ 10.18% ณ ปลายปี 58 ซึ่งรองรับการปล่อยสินเชื่อในอนาคตที่มีแนวโน้มเติบโตสูง

- แนะนำ“ซื้อเก็งกำไร” ราคาเหมาะสม 2.40 บาทสำหรับปี 59 : ผลการดำเนินงานปี 59 มีโอกาสเติบโตสูงต่อไปจากการมีพันธมิตรที่เข้ามาช่วยเสริมธุรกิจ Trade Finance และ Digital Marketing ราคาเหมาะสมซึ่งอิง P/BV ที่ระดับ 1.4 เท่าและ Ke ที่ 7.2% ได้เท่ากับ 2.40 บาทยังมี upside จากราคาปิดล่าสุด อย่างไรก็ดี แม้ราคาหุ้นสูงสุดในอดีตเคยไปไกลถึง 2.28 บาท แต่ว่าตั้งแต่ 3Q59 คาดจะมี % free float ลดลงจากระดับ 26% ฝ่ายวิจัยจึงแนะนำ “ซื้อเก็งกำไร”