วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ทีเส็บจับมือสถาบันปิดทองหลังพระฯ ร่วมเทิดพระเกียรติปี3ปีติ

ทีเส็บจับมือสถาบันปิดทองหลังพระฯ ร่วมเทิดพระเกียรติปี 3 ปีติ เปิดโครงการ “ประชุมเมืองไทย อิ่มใจ ตามรอยพระราชดำริ”

นายนพรัตน์ เมธาวีกุลชัย ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ เผยว่า ในปีพ.ศ. 2559 เป็นปีแห่ง 3 ปีติ ซึ่งจะมีงานเทิดพระเกียรติที่ยิ่งใหญ่ขึ้นถึง 3 งาน คือ ครบรอบ 70 ปี ครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ เฉลิมพระชนมพรรษา 84 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เฉลิมพระชนมพรรษา 88 พรรษา ทีเส็บ ร่วมกับ สถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ สมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) และสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) จัดโครงการ “ประชุมเมืองไทย อิ่มใจ ตามรอยพระราชดำริ” เพื่อร่วมเทิดพระเกียรติและเป็นส่วนหนึ่งในการสานต่อพระราชปณิธานของทั้งสองพระองค์ และเป็นการส่งเสริมการจัดประชุมสัมมนาในประเทศสนับสนุนการเรียนรู้อันทรงคุณค่าจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการพัฒนาบุคลากรและองค์กร

“โดยปีนี้ทางทีเส็บได้กำหนดแนวทางส่งเสริมอุตสาหกรรมไมซ์เพื่อให้ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ผ่านการขับเคลื่อนโครงการประชารัฐเพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน มีจุดมุ่งหมายคือมุ่งเน้นการกระจายรายได้และยกระดับธุรกิจไมซ์ภายในประเทศให้มีความยั่งยืน โครงการ“ประชุมเมืองไทย อิ่มใจ ตามรอยพระราชดำริ” คือการเดินทางที่เกี่ยวเนื่องกับโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการส่วนพระองค์ที่กระจายอยู่ใน 5 ภาคของประเทศไทยที่ผู้เข้าร่วมโรงการนอกจากจะได้ศึกษาดูงาน ยังได้ทราบถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวด้วย” นายนพรัตน์ กล่าว

ด้านนายการัณย์ ศุภกิจวิเลขการ ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมและพัฒนากิจกรรมปิดทองหลังพระ สืบสานแนวพระราชดำริ กล่าวว่า หลังจากที่สถาบันปิดทองหลังพระฯได้ร่วมทำกิจกรรมเปิดทองหลังพระและกิจกรรมไปไหนไปกัน แต่ละกิจกรรมทำให้เกิดการท่องเที่ยวทัศนศึกษาในโครงการพระราชดำริไม่ต่ำกว่า 2 ล้านคน ซึ่งคาดว่าโครงการประชุมเมืองไทย อิ่มใจ ตามรอยพระราชดำริในปีนี้ ก็จะมีผู้ร่วมโครงการไม่น้อยกว่าโครงการก่อนแน่นอน

“งานในลักษณะนี้ทำให้เกิดประโยชน์หลายด้าน เช่น ทีเส็บได้สร้างมิติใหม่สำหรับการประชุมและนิทรรศการ โดยนำโครงการพระราชดำริเข้ามาเสริมการประชุมทางธุรกิจ เพิ่มมูลค่าด้านการพักผ่อนเรียนรู้ ซึ่งสอดคล้องกับงานของปิดทองหลังพระฯ ซึ่งมีหน้าที่ส่งเสริมการพัฒนาตามแนวพระราชดำริ ที่สำคัญคือเมื่อเกิดการเข้าใจ ตระหนักถึงความสำคัญของการพัฒนาอย่างยั่งยืนตามแนวพระราชดำริอย่างกว้างขวางแล้วจะช่วยให้ประเทศไทยพัฒนาได้ดีในอนาคต” นายการัณย์ กล่าว

นายภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ อุปนายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวถึงบทบาทของ สทน.ในโครงการนี้ว่า สทน. ได้บรรจุโครงการพระราชดำริกว่า 30 โครงการทั่วประเทศเข้าไว้ในโปรแกรมการท่องเที่ยว ประชุม ศึกษาดูงาน มาตั้งแต่ต้นปี 2559 และที่ผ่านมามีลูกค้าที่เข้าร่วมโครงการแล้วเกือบ 2,000 รายและคาดว่าจะบรรลุเป้าหมายได้แน่นอน โดยในขณะนี้จังหวัดโดยรอบกรุงเทพมหานครกำลังได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมาก เนื่องมาจากการประชาสัมพันธ์การสนับสนุนให้บริษัทองค์กรห้างร้านต่างๆ ได้รับรู้ถึงสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการเข้าร่วมโครงการผ่านสมาชิกบริษัททัวร์ เพื่อให้ลูกค้าได้รู้จักกับโครงการพระราชดำริมากยิ่งขึ้น

“ในสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ แต่ก็ยังมีการจัดประชุมสัมมนาอยู่เรื่อยๆ เพียงแค่ปรับเปลี่ยนโปรแกรมลดระยะทางลง อย่างเช่นจากต่างประเทศเปลี่ยนมาเป็นสัมมนาภายในประเทศแทน หันมาเที่ยว มาสัมนาในจังหวัดใกล้ๆแทน โดยลูกค้าหลักก็ยังเป็นหน่วยงานเอกชนที่เข้ามาใช้บริการ”นายภูริวัจน์ กล่าว