"รมช.คลัง" ระบุมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว ทำภาครัฐเสียรายได้ 2,300 ล้านบาท มั่นใจช่วยหนุนเศรษฐกิจโตต่อเนื่องได้
นายวิสุทธิ์ ศรีสุพรรณ รมช.คลัง กล่าวว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบต่ออายุมาตรการภาษีเพื่อการท่องเที่ยว-สัมมนาภายในประเทศและช่วยฟื้นฟูการท่องเที่ยว ออกไปอีก 1 ปี โดยสามารถนำค่าทัวร์-ค่าที่พักมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ธ.ค.59 และเห็นชอบมาตรการภาษีเที่ยวและกิน ช่วงเทศกาลสงกรานต์เป็นเวลา 9 วัน ตั้งแต่วันที่ 9-17 เม.ย.นี้ โดยประชาชน นำใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบมาลดหย่อนภาษีได้ตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนลดหย่อนได้ทั้ง 2 มาตรการ รวมลดหย่อนได้สูงสุดถึง 30,000 บาท คาดว่าทั้ง 2 มาตรการจะทำให้รัฐบาลจะสูญเสียรายได้ 2,300 ล้านบาท
ทั้งนี้ กระทรวงการคลังได้ประเมินว่าทั้ง 2 มาตรการ แม้จะทำให้รัฐบาลสูญเสียรายได้ แต่จะช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบภาษีเพิ่มขึ้น เพราะหากจะเข้าร่วมมาตรการนี้ ก็ต้องเข้าไปจดทะเบียนเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) ซึ่งจะสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลที่สนับสนุนให้ผู้ประกอบการทำบัญชีชุดเดียว รวมทั้ง ยังช่วยให้เศรษฐกิจภายในประเทศให้เกิดการใช้จ่ายของประชาชนที่เดินทางกลับภูมิลำเนาและท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ส่วนการปรับโครงสร้างภาษีบุคคลธรรมดา กระทรวงการคลังยังไม่ได้เสนอให้ที่ประชุม ครม.พิจารณา เนื่องจากอยู่ระหว่างการพิจารณาของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า มาตรการที่รัฐบาลออกมานั้น เป็นเพียงมาตรการระยะสั้น ที่จะช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ต่อเนื่อง ระหว่างรอการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของรัฐ ที่จะลงทุนได้ภายในปีนี้ โดยเชื่อว่าเศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวได้เกิน 3% ซึ่ง สศค.จะปรับประมาณการเศรษฐกิจอีกครั้งในเดือน เม.ย.นี้ เบื้องต้นจะปรับตัวเลขการส่งออกจากขยายตัวได้ 0.1% เป็นติดลบ ด้านการจัดเก็บรายได้เดือน มี.ค.นี้ พบว่ายังจัดเก็บรายได้เพิ่มขึ้นจากเป้าหมายที่ตั้งไว้กว่า 60,000 ล้านบาท เนื่องจากการนำส่งรายได้จากการประมูล 4 จี









